[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
สื่อการเรียนรู้ เรื่อง สารอาหาร ชุดที่ 5
พฤหัสบดี ที่ 9 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2552

ไขมัน (fat) คือ ลิพิดชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่ากลีเซอไรด์ (glyceride) โดยที่ไขมันเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่มักพบในสัตว์ เป็นของครึ่งแข็งครึ่งเหลวที่อุณหภูมิห้อง ต่างจากน้ำมัน (oil) ตรงที่น้ำมันเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นของเหลว ซึ่งมักได้จากพืช   

ลิพิด (lipid)
ไขมัน (fat) คือ ลิพิดชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่ากลีเซอไรด์ (glyceride) โดยที่ไขมันเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่มักพบในสัตว์ เป็นของครึ่งแข็งครึ่งเหลวที่อุณหภูมิห้อง ต่างจากน้ำมัน (oil) ตรงที่น้ำมันเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นของเหลว ซึ่งมักได้จากพืช
ลิพิด (lipid) เป็นสารอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุหลัก คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน โดยมีอะตอมของออกซิเจนต่อคาร์บอนต่อไฮโดรเจนน้อยกว่าในคาร์โบไฮเดรตมาก ลิพิดไม่ละลายน้ำแต่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น อีเทอร์ โคโรฟอร์ม เบนซิน ลิพิดส่วนใหญ่เป็นเอสเทอร์ (ester) ของกรดไขมันหรือเป็นสารประกอบที่สามารถจะเกิดเอสเทอร์ได้

ลิพิดแบ่งออก เป็นประเภทใหญ่ๆได้ 3 ประเภท คือ
1. ลิพิดธรรมดา (simple lipid) หมายถึง ลิพิดที่เป็นเอสเทอร์ของกรดไขมันกับกลีเซอรอลหรือแอลกอฮอล์ตัวอื่น แบ่งย่อยได้เป็น
1.1 ไขมันแท้ (true fat) เป็นเอสเทอร์ของกรดไขมันกับกลีเซอรอล ลิพิดพวกนี้จึงเรียกชื่อได้อีกอย่างว่า กลีเซอไรด์ (glyceride) ถ้าหมู่ –OH ของกลีเซอรอลถูกแทนที่ด้วยกรดไขมัน หนึ่งโมเลกุล จะเรียกว่า มอโนกลีเซอไรด์ (monoglyceride) ถ้าแทนที่ด้วยกรดไขมันสองโมเลกุล เรียกว่า ไดกลีเซอไรด์ (diglyceride) และถ้าถูกแทนที่ด้วย กรดไขมันสามโมเลกุล จะเรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ถ้าหากกรดไขมันที่ประกอบเป็นไตรกลีเซอไรด์เป็นชนิดเดียวกันจะเรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ธรรมดา (simple triglyceride) เช่น ไตรสเตียริน (tristearin) ซึ่งหมายถึง กลีเซอรอลรวมตัวอยู่กับกรดสเตียริก (stearic acid, C18H36O2) 3 โมเลกุล แต่ถ้าหากกรดไขมันที่มาประกอบต่างชนิดกัน จะเรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ผสม (mixed triglyceride) ซึ่งจะเป็นไขมันที่มีอยู่ประมาณ 98% ของไขมันในอาหารทั้งหมดที่คนบริโภค และทำหน้าที่เป็นไขมันสะสม (fat depots) ที่อยู่ในร่างกาย ไตรกลีเซอไรด์ผสม จะมีอยู่มากที่สุดโดยมีอยู่ถึง 90% ของลิพิดทั้งหมด
ไตรกลีเซอไรด์ในสภาพปกติอาจเป็นของแข็งหรือของเหลว ซึ่งจะขึ้นอยู่กับกรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบอยู่ ไตรกลีเซอไรด์ในพืชส่วนใหญ่จะเป็นของเหลวและมีจุดหลอมเหลวต่ำ เนื่องจากมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เป็นองค์ประกอบอยู่จึงมักเรียกว่า น้ำมัน (oil) ส่วนไตรกลีเซอไรด์ในสัตว์จะมีกรดไขมันอิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่จึงมักเป็นของ แข็งหรือครึ่งแข็งครึ่งเหลวที่อุณหภูมิห้อง เราจึงมักเรียกไตรกลีเซอไรด์ในสัตว์ว่า ไขมัน (fat)
1.2 ขี้ผึ้งหรือไข (wax) เป็นลิพิดที่ประกอบด้วยกรดไขมันกับแอลกอฮอล์ที่มีโมเลกุลใหญ่และมีน้ำหนักโมเลกุลสูง มีจำนวนคาร์บอนตั้งแต่ 14 – 34 อะตอม ซึ่งตามปกติจะเป็นของแข็ง เช่น ขี้ผึ้งซึ่งจะพบได้ที่ผิวนอกของเปลือกผลไม้ ผิวใบไม้ สารเคลือบปีกแมลง และขนของสัตว์ปีก ปลาวาฬจะสะสมไขไว้ใช้เป็นพลังงานแทนไตรกลีเซอไรด์
2. ลิพิดประกอบ (compound lipid) หมายถึง ลิพิดที่มีสารอื่นประกอบอยู่ด้วย อาจเป็นสารพวกคาร์โบไฮเดรต ฟอสเฟต หรือสารประกอบของไนโตรเจน แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
2.1 ฟอสโฟลิพิด (phospholipid) ได้แก่ ลิพิดที่ประกอบด้วยไขมันธรรมดารวมอยู่กับฟอสเฟต เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า ฟอสโฟกลีเซอไรด์ (phosphoglyceride) เป็นส่วนประกอบสำคัญ ของเยื่อหุ้มเซลล์ เนื้อเยื่อประสาท น้ำเลือด ตัวอย่างเช่น เลซิทิน (lecithin) เซฟาลิน (cephalin) พลาสมาโลเจน (plasmalogen)
2.2 ไกลโคลิพิด (glycolipid) เป็นไขมันที่ประกอบด้วยกรดไขมัน คาร์โบไฮเดรตและสารประกอบเบสที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ตัวที่สำคัญคือ เซเรโบรไซด์ (cerebroside) มีน้ำตาลกลูโคสเป็นองค์ประกอบ สำหรับตัวที่มีน้ำตาลกาแล็กโทสเป็นองค์ประกอบคือ กาแล็กโทลิพิด (galactolipid) สารทั้งสองชนิดนี้ พบได้ที่เยื่อเซลล์ของเซลล์สมอง และเซลล์ประสาท
2.3 ลิโพโปรตีน (lipoprotein) เป็นลิพิดที่มีสารโปรตีนจับรวมตัวอยู่ด้วย พบอยู่ในน้ำเลือด ทำหน้าที่ขนส่งพวกลิพิดในเลือดไปยังเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย
3. อนุพันธ์ของลิพิด (derived lipid) เป็นสารที่ได้จากการย่อยสลายลิพิดทั้ง 2 ประเภทที่กล่าวมาแล้ว ที่สำคัญ ได้แก่ กรดไขมัน กลีเซอรอล แอลกอฮอล์ตัวอื่นๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่ารวมไปถึงสารอื่นๆที่มักอยู่รวมกับลิพิด เช่น คอเลสเทอรอล แคโรทีน สเตอรอยด์ และพวกวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น A, D, E, K
3.1 กรดไขมัน (fatty acid) เป็นอนุพันธ์ของลิพิด เพราะเกิดจากการย่อยสลายตัวของลิพิด กรดไขมันประกอบด้วยคาร์บอนเป็นโซ่ยาวมีหมู่ –COOH ที่ส่วนปลาย กรดไขมันมีคาร์บอนตั้งแต่ 3 – 20 อะตอม แต่ที่พบมากมีคาร์บอน 16 – 18 อะตอม สูตรทั่วไปของกรดไขมันคือ RCOOH แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามพันธะที่มีอยู่ในโมเลกุล
3.1.1 กรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid, SFA) เป็นกรดไขมันที่มีพันธะเดียวในโมเลกุลมีโครงสร้างเป็นโซ่ตรง มีสูตรทั่วไปคือ CnH2nO2 เมื่อ n แทนจำนวนคาร์บอนอะตอม เช่น กรดบิวไทริก (butyric acid, C4H8O2) พบในไขมันเนย กรดปาลมิติก (palmitic acid, C16H32O2) และกรดสเตียริก (stearic acid, C18H36O2) ซึ่งพบในไขมันพืชและไขมันสัตว์ทั่วไป
3.1.2 กรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid, UFA) เป็นกรดไขมันที่มีพันธะคู่หรือพันธะสามในโมเลกุล ที่พบมากที่สุดคือ กรดโอเลอิก (oleic acid, C18H34O2) ไขมันทั่วๆไปจะมีกรดโอเลอิกประมาณ 30% ของกรดไขมันทั้งหมด ในน้ำมันมะกอก (olive oil) น้ำมันถั่วลิสง (peanut oil) จะมีกรดโอเลอิกมากกว่า 60%
กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีความจำเป็นต่อร่างกายเนื่องจากร่างกายสังเคราะห์ไม่ ได้หรือได้ก็ไม่เพียงพอจึงต้องได้รับจากสารอาหารที่รับประทานในแต่ละวันจึงเรียก กรดไขมันไม่อิ่มตัวว่า กรดไขมันจำเป็น (essential fatty acid) ส่วนกรดไขมันที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เรียกว่า กรดไขมันไม่จำเป็น (nonessential fatty acid) ในปัจจุบันเราถือว่ากรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid, C18H32O2) เป็นกรดไขมันตัวเดียวที่จำเป็นแก่ร่างกาย ส่วนกรดไขมันอื่นๆร่างกายจำเป็นต้องใช้ แต่ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ อาการที่เกิดขึ้นจากการขาดกรดไลโนเลอิก คือ ในเด็กจะไม่เจริญเติบโตผิวหนังอักเสบ ผมร่วง นอกจากนี้ยังมีประโยชน์โดยการลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้ น้ำมันที่มีกรดไลโนเลอิกสูง ได้แก่ น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันเมล็ดฝ้าย
3.2 สเตอรอยด์ (steroid) เป็นอนุพันธ์ของลิพิดที่สำคัญคือ ฮอร์โมนเพศ (sex hormone) ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนนอก (corticosteroid) สเตอรอยด์สร้างมาจากคอเลสเทอรอล (cholesterol) ตับสามารถสังเคราะห์คอเลสเทอรอลจาก อะซิติลโคเอนไซม์ เอ (acetyl CoA) ซึ่งได้จากการสลายกรดไขมันและกลูโคส ประมาน 80% ของคอเลสเทอรอล ตับจะนำไปใช้ในการสังเคราะห์กรดน้ำดี (bile acid) เช่น กรดโคลิก (cholic acid) คอเลสเทอรอลส่วนที่เหลือ จะถูกนำไปใช้ในการสังเคราะห์สเตอรอยด์ฮอร์โมน นอกจากนี้ตับยังใช้คอเลสเทอรอลในการสังเคราะห์สารต้นตอของวิตามินดี คือ 7 – ดีไฮโดรคอเลสเทอรอลและเออร์โกสเทอรอล ซึ่งเมื่อผิวหนังถูกกระตุ้นด้วยแสงอัลตราไวโอเลตจะเปลี่ยนเป็นวิตามินดี ดังนี้

7 – dehydrocholesterol --อัลตราไวโอเลต--> วิตามินดีสาม
ergosterol --อัลตราไวโอเลต--> วิตามินดีสอง

ประโยชน์และหน้าที่ของลิพิด
1. เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างของเซลล์และเนื้อเยื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เป็น เมมเบรนต่างๆ
2. ช่วยในการลำเลียงสารที่โมเลกุลไม่มีขั้ว (non – polar molecule) ผ่านเข้าออกเซลล์
3. เป็นแหล่งสะสมพลังงานของร่างกาย การสะสมนี้จะเหมาะสม เนื่องจากลิพิดให้พลังงานสูงจึงไม่เปลืองเนื้อที่ นอกจากนี้ยังสามารถขนส่งไปยังแหล่างต่างๆได้ง่าย โดยวงจรหมุนเวียนโลหิต
4. ทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะต่างๆ ไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนโดยทำหน้าที่เหมือนเบาะหรือนวมห่อหุ้มอวัยวะต่างๆ ไว้
5. เป็นสารต้นตอของวิตามินและฮอร์โมนหลายชนิด เช่น วิตามิน ดี อี  
 


เข้าชมสื่อคลิกที่นี่

ขอขอบคุณ  :http://www.lib.kmutt.ac.th/st4kid/nonFlash/index.jsp?id=156



เข้าชม : 3457
นำเสนอโดย : กานต์พิชชา จีระศิริ
โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6
อยู่ในขั้น : ผู้คุมกฎ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ล่าสุด
เผยแพร่งาน ครูสุรเดช แพงมาก
โดย : [เข้าชม : 8560 ]
แบบฝึก cai การบวกสามจำนวนระดับชั้น ป.1
โดย : [เข้าชม : 13241 ]
สิ่งแวดล้อม
โดย : [เข้าชม : 9767 ]
เผยแพร่ผลงานครูมันทนี วันทอง
โดย : [เข้าชม : 9195 ]
INTERACTIVE SIMULATIONS และโปรแกรม SCILAB
โดย : [เข้าชม : 10282 ]
สารประกอบของคาร์บอน
โดย : [เข้าชม : 11454 ]
เผยแพร่งานวิจัยนิภาพร บัวชม
โดย : [เข้าชม : 11519 ]
คืนวันศุกร์ 31 สิงหาคม 2555 นี้ มาชม Blue Moon กันค่ะ
โดย : [เข้าชม : 9244 ]
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและคู่
โดย : [เข้าชม : 12238 ]
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
โดย : [เข้าชม : 8179 ]
 10 สื่อการเรียนการสอน Text Random
Thai Vegetable 22
Thai Vegetable 23
Thai Vegetable 24
Thai Vegetable 25
Thai Vegetable 26
Thai Vegetable 27
Thai Vegetable 28
Thai Vegetable 29
Thai Vegetable 30
Thai Vegetable 31
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |