[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
การหาค่าอำนาจจำแนก (Discrimination)
พฤหัสบดี ที่ 18 เดือน มีนาคม พ.ศ.2553

การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ เป็นกระบวนการที่สำคัญและมีความจำเป็นในการสร้างเครื่องมือเพื่อรวบรวมข้อมูลในการวิจัย เนื่องจากเครื่องมือต้องมีความเที่ยงตรง (validity)   

การหาค่าอำนาจจำแนก  (Discrimination)

การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ เป็นกระบวนการที่สำคัญและมีความจำเป็นในการสร้างเครื่องมือเพื่อรวบรวมข้อมูลในการวิจัย เนื่องจากเครื่องมือต้องมีความเที่ยงตรง (validity) ในสิ่งที่ต้องการวัดเพื่อทำให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือการวิจัย ผู้วิจัยจึงต้องคำนึงถึงเรื่องการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือในการวิจัย ทุกครั้งที่สร้างเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเสร็จ ต้องมีการนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปหาคุณภาพ หากได้เครื่องมือที่มีคุณภาพแล้ว   จึงนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายตามที่ต้องการ ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือนั้น ผู้วิจัยต้องคำนึงถึงคุณสมบัติที่สำคัญของเครื่องมือที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ ได้แก่ ความตรง ความเที่ยง ค่าอำนาจจำแนก ความยาก และความเป็นปรนัย ซึ่งเครื่องมือบางชนิด เช่น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อาจต้องตรวจสอบทั้ง  5 ประการ บางชนิด เช่น แบบวัดเจตคติอาจตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือใน 3 ประเด็น ได้แก่ ความตรง ความเที่ยง และค่าอำนาจจำแนก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเฉพาะการหาค่านาจจำแนก

ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
อำนาจจำแนกของแบบทดสอบ หมายถึง ประสิทธิภาพของแบบทดสอบในการจำแนกผู้ถูกทดสอบออกเป็นกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อน หรือกลุ่มได้คะแนนสูงและกลุ่มได้คะแนนต่ำได้อย่างชัดเจน หรือ หมายถึง ความสามารถของแบบทดสอบที่จำแนกความแตกต่างของสิ่งที่ต้องการวัด โดยสามารถจำแนกกลุ่มผู้สอบที่ได้คะแนนสูงออกจากกลุ่มผู้สอบที่ได้คะแนนต่ำ

เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก
ค่าอำนาจจำแนกที่เป็นบวกมีเกณฑ์การแปลความหมาย (รังสรรค์ มณีเล็ก และคณะ, 2546)ดังนี้
ค่าอำนาจจำแนก ความหมาย
1.00  จำแนกดีเลิศ
0.80 - 0.99 จำแนกดีมาก
0.60 - 0.79 จำแนกดี
0.40 - 0.59 จำแนกได้ปานกลาง
0.20 - 0.39 จำแนกได้บ้าง
0.00 - 0.19 จำแนกไม่ค่อยได้

ส่วนค่าอำนาจจำแนกที่เป็นลบ จะมีลักษณะที่ตรงข้ามกับค่าอำนาจจำแนกที่เป็นบวก เนื่องจากค่าอำนาจจำแนกเป็นความสัมพันธ์ระหว่างการตอบถูกกับคุณลักษณะของบุคคล เช่นความสามารถของบุคคล ดังนั้นการแปลความหมายจะเป็นดังนี้
ข้อสอบที่มีค่า r เป็นบวก หมายความว่า ข้อสอบสามารถแยกคนที่มีความรู้มากจากคนที่มีความรู้น้อย หรือจากคนที่มีความรอบรู้จากคนที่ไม่มีความรอบรู้ได้ เพราะคนที่มีความรู้มาก มีแนวโน้มตอบถูกมาก ส่วนคนที่มีความรู้น้อยมีแนวโน้มตอบผิดมาก ข้อสอบยิ่งมีค่า r เป็นบวกสูงมากเท่าใด แสดงว่าข้อสอบนั้น คนที่มีความรู้มาก จะมีแนวโน้มตอบถูกมากขึ้นเท่านั้น และคนที่มีความรู้น้อยจะมีแนวโน้มตอบผิดมากเท่านั้น
ข้อสอบที่มีค่า r ใกล้ศูนย์ หมายความว่า ข้อสอบข้อนั้นแยกคนที่มีความรู้มากกับคนที่มีความรู้น้อยไม่ค่อยได้ หรือแยกคนที่มีความรอบรู้กับคนที่ไม่รอบรู้ไม่ค่อยได้ เพราะคนที่มากอาจตอบข้อสอบข้อนั้นถูกหรือผิดก็ได้ ดังนั้น ในการคัดเลือกข้อสอบไว้ใช้ควรคัดเลือกที่มีค่า r สูงๆ มีเกณฑ์การพิจารณาแก้ไขปรับปรุงดังนี้

ค่าอำนาจจำแนก ความหมาย
0.40 ขึ้นไป เป็นข้อสอบที่แยกคนได้ สามารถนำไปใช้ครั้งต่อไปได้ 
0.30 – 0.39 เป็นข้อสอบที่แยกคนได้ปานกลาง ควรแก้ไขปรับปรุงถ้ามีโอกาส
0.20 – 0.29 เป็นข้อสอบที่แยกคนได้บ้าง ควรแก้ไขปรับปรุงก่อนนำไปใช้
ต่ำกว่า 0.19 เป็นข้อสอบที่แยกคนไม่ค่อยได้ ควรคัดออกไป แต่ถ้าคิดว่าเป็นข้อสอบที่น่าจะนำไปใช้ ก็อาจพิจารณาแก้ไขปรับปรุงตัวเลือกให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

วิธีการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
ในการวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนก สามารถกระทำในแบบทดสอบทั้งที่เป็นอัตนัยและปรนัย ซึ่งพอสรุปได้ ดังนี้
1. แบบทดสอบที่เป็นแบบปรนัย
2. แบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย
การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบปรนัยผู้วิจัยหรือผู้ออกแบบทดสอบมักนิยมใช้แบบทดสอบที่เป็นปรนัย เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นแบบทดสอบที่ออกแบบได้ง่าย และตรวจง่าย ซึ่งอาจตรวจด้วยตนเองหรือใช้เครื่องตตรวจแบบทดสอบก็ได้  แม้ว่าทีมผู้วิจัยหรือผู้ออกแบบทดสอบ โดยเฉพาะผู้สอนอาจมีการวิพากษ์แบบทดสอบหรือแบบ ทดสอบอยู่บ้าง ซึ่งเน้นเรื่องการใช้ภาษาที่สื่อให้ผู้ตอบเข้าใจตรงกับผู้ออกแบบหรือผู้ต้องการทดสอบเท่านั้น และผู้ตอบแบบทดสอบเองส่วนใหญ่ชอบแบบทดสอบชนิดนี้ด้วยเช่นกันเพราะเหตุอาจไม่ต้องจำหรือเข้าใจมากนักก็สามารถเดาคำตอบหรือหาคำตอบจากแบบทดสอบได้ แต่แท้จริงแล้วแบบทดสอบประเภทนี้เป็นสิ่งที่ออกแบบให้ดีที่สุดได้ค่อนข้างยาก เพราะไม่อาจจำแนกผู้ตอบแบบทดสอบที่เก่งออกจากกลุ่มที่ไม่เก่งได้หากข้อคำถามไม่ดีพอโดยที่ผู้ออกแบบทดสอบอาจไม่ทราบมาก่อน ดังนั้นผู้ออกแบบทดสอบแบบปรนัยจึงควรต้องทำการวิเคราะห์แบบทดสอบหลังจากมีการใช้แบบทดสอบแล้วเพื่อหาค่าอำนาจจำแนก  ซึ่งแบ่งออกเป็นวิธีการใหญ่ ดังนี้

1. การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม
2. การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์
การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม เป็นวิธีการหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อ โดยพิจารณาจากคะแนนที่กลุ่มผู้ถูกทดสอบทำได้เป็นเกณฑ์ สามารถคำนวณโดยใช้สูตรอย่างง่าย (r) และสูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบพอยท์ไบซีเรียล (Point  Biserial Correlation Coefficient) ดังรายละเอียด ดังนี้
1) การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรอย่างง่าย (r)  เป็นการเปรียบเทียบจำนวนผู้ถูกทดสอบในการตอบแบบทดสอบในแต่ละข้อถูกโดยพิจารณาจากกลุ่มที่ได้คะแนนรวมสูง  กับกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำ
ในการกำหนดกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่ได้คะแนนสูง  หรือ กลุ่มผู้ถูกทดสอบที่ได้คะแนนต่ำนั้น  ภัทรา นิมานนท์ (2543, 158) กล่าวไว้ว่า เทคนิคการวิเคราะห์แบบทดสอบรายข้อมีหลายวิธี วิธีที่นิยมมากวิธีหนึ่ง คือ เทคนิค 27% ของเคลลี่ (Kelly’s Technique of 27 percent) ซึ่งได้มีการทดลองว่าน้อยกว่า 24% จะใช้ได้หรือไม่ แต่ปรากฎว่ามีความแตกต่างกับความเป็นจริง  และถ้าใช้มากกว่า 27% ผลการวิเคราะห์ไม่แตกต่างกับผลของร้อยละ 27% ดังนั้นจำนวนที่พอดีจึงเป็น ร้อยละ 27 % (กังวล เทียนกัณฑ์เทศน์, 2540: 117) ซึ่งวิธีการนี้มีเงื่อนไข ดังนี้
1) เทคนิค 27% ใช้ได้กับแบบทดสอบที่มีคำตอบถูกเพียงคำตอบเดียว และถ้าตอบถูกได้ 1 คะแนน  ผิดได้ 0 คะแนน เทคนิค 27% ใช้ได้เหมาะกับแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ
2) จำนวนตัวเลือกต้องเท่ากันทุกข้อ ถ้าหากตัวเลือกไม่เท่ากันต้องแยกวิเคราะห์เป็นตอนๆ
3) จำนวนผู้สอบ หรือกระดาษคำตอบควรมีมากพอสมควร ประมาณ 100 คนขึ้นไป ซึ่งทำให้การกระจายของคะแนนเป็นโค้งปกติอย่างไรก็ตาม คอร์ตัน (Cureton, 1972 อ้างถึงใน กังวล เทียนกัณฑ์เทศน์, 2540: 139) กล่าวไว้ว่า กรณีที่คะแนนมีการแจกแจงแบบปกติ ใช้เทคนิค 27 % นั้นถูกต้อง แต่สำหรับการแจกแจงที่ไม่เป็นปกติ ให้ใช้เทคนิค 33% แทน ทั้งนี้เพราะถ้าใช้เทคนิค 27% แล้ว จะทำให้ระดับความยาก และอำนาจจำแนกไม่ตรงกับความเป็นจริง
2.  การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
แบบพอยท์ไบซีเรียล  การหาค่าอำนาจจำแนกโดยวิธีนี้  ใช้ในกรณีที่การกระจายของคะแนนรวมหรือ  การกระจายคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบถูก  หรือการกระจายคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบผิดไม่เป็นโค้งปกติ 
อย่างไรก็ตาม กังวาล เทียนกัณฑ์เทศน์ (2540, 139-140) เขียนไว้ว่าเงื่อนไขในการใช้สหสัมพันธ์ไบซีเรียลในการหาอำนาจจำแนก 4 ข้อ ดังนี้
1) กลุ่มคะแนนมีความต่อเนื่อง และมี 2 ลักษณะ
2) การกระจายของคะแนนเป็นโค้งปกติ
3) กลุ่มคะแนนเป็นขนาดใหญ่
4) คะแนนที่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม มีค่าใกล้ 0.50 ในโค้งปกติ

เกณฑ์การพิจารณาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม
1)  อำนาจจำแนกมีค่าตั้งแต่  -1.00 ถึง 1.00
2) แบบทดสอบข้อใดที่ในกลุ่มได้คะแนนรวมสูง หรือกลุ่มผู้ถูกทดสอบเก่งทำถูกทุกคน  ในขณะที่แบบทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำ หรือ กลุ่มผู้ถูกทดสอบอ่อนทำผิดทุกคน  อำนาจจำแนกจะเท่ากับ  1.0 แสดงว่า แบบทดสอบข้อนั้นเป็นแบบทดสอบที่มีอำนาจจำแนกดีเลิศ ในทางกลับกันถ้ากลุ่มผู้ถูกทดสอบเก่งตอบผิดในแบบทดสอบข้อนั้นทุกคน ในขณะที่กลุ่มผู้ถูกทดสอบอ่อนตอบแบบทดสอบข้อนั้นถูกทุกคน  อำนาจจำแนกจะมีค่าเท่ากับ –1.0 แสดงว่า แบบทดสอบข้อนั้นเป็นแบบทดสอบที่ไม่ดีจริงๆ
เกณฑ์ค่าอำนาจจำแนกที่เป็นบวกการแปลความหมาย

ค่าอำนาจจำแนก ความหมาย
1.00  จำแนกได้ดีเลิศ
0.80 ถึง 0.99 จำแนกได้ดีมาก
0.60 ถึง 0.79 จำแนกได้ดี
0.40 ถึง 0.59 จำแนกได้ปานกลาง
0.20 ถึง 0.39 จำแนกได้เล็กน้อย
ต่ำกว่า  0.19 จำแนกไม่ได้เลย
 
ขณะที่ภัทรา นิคมานนท์ (2543, 156) ได้ให้เกณฑ์ในการพิจารณาค่าอำนาจจำแนก ดังนี้
ค่าอำนาจจำแนก ความหมาย
0.20 ถึง 1.00 จำแนกได้
-0.19 ถึง 0.19 จำแนกไม่ได้
-0.20 ถึง -1.00 จำแนกกลับ

การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์
การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบแบบปรนัยตามแนวคิดอิงเกณฑ์    เป็นการหาค่าอำนาจจำแนกที่เปรียบเทียบความสามารถของผู้ถูกทดสอบกับเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้

อำนาจจำแนกของแบบทดสอบ หมายถึง ประสิทธิภาพในการจำแนกระดับความสามารถของผู้เรียนรู้แล้ว(กลุ่มรอบรู้) กับผู้ที่ยังไม่เรียน (กลุ่มไม่รอบรู้) การวิเคราะห์แบบทดสอบเป็นรายข้อตามแนวคิดอิงเกณฑ์ จะมุ่งเน้นหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ โดยถือว่าแบบทดสอบอิงเกณฑ์ที่ดี ควรมีค่าอำนาจจำแนกดี (สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์, 2522 : 11-13) การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบรายข้อแบบอิงเกณฑ์ มีหลายวิธี ดังรายละเอียด ดังนี้
1.  การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของเบรนแนน (Brennan) เบรนแนน (Brennan) ได้เสนอสูตรในการหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ โดยตั้งชื่อ การหาค่าอำนาจจำแนกด้วยดัชนีบี (discrimination index B) การหาค่าอำนาจจำแนกวิธีนี้จะทำการสอบครั้งเดียว หลังเรียนจากกลุ่มตัวอย่างเดียว แล้วแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่สอบได้คะแนนผ่านเกณฑ์ และกลุ่มผู้ที่สอบได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ การวิเคราะห์แบบทดสอบโดยใช้ดัชนีบี (B-index) มีวิธีการดังนี้ (สมนึก ภัททิยธนี, 2537 : 161)
1)  นำแบบทดสอบไปทดสอบกับผู้ถูกทดสอบที่ต้องการวัด
2) ตรวจให้คะแนนแบบทดสอบแต่ละข้อ และรวมคะแนนไว้
3) ใช้จุดตัดหรือคะแนนการผ่านเกณฑ์ แบ่งผู้ถูกทดสอบออกเป็นกลุ่มรอบรู้(ผู้ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์) กับกลุ่มไม่รอบรู้ (ผู้ที่ได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์)
4)  รวมจำนวนกลุ่มรอบรู้ (NH) และกลุ่มไม่รอบรู้ (NL)
5)  นับจำนวนคนรอบรู้ที่ตอบถูก(RH) และนับจำนวนคนที่ไม่รอบรู้ที่ตอบถูก (RL) ในแต่ละข้อ
6)  คำนวณหาค่าอำนาจจำแนก (BI)

การพิจารณาค่าอำนาจจำแนกและการแปลความหมายค่าดัชนีบี (B-index)  ค่า (B-index)  หมายความว่าแบบทดสอบนั้นสามารถ
+1.00   บ่งชี้ผู้รอบรู้-ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องทุกคน
.50 ถึง .99  บ่งชี้ผู้รอบรู้-ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่
.20 ถึง .49  บ่งชี้ผู้รอบรู้-ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องเป็นบางส่วน
.00 ถึง .19  บ่งชี้ผู้รอบรู้-ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องน้อยมาก หรือไม่ถูกต้อง
ติดลบ   บ่งชี้ผู้รอบรู้-ไม่รอบรู้ ผิดพลาด หรือตรงข้ามกับความจริง

อย่างไรก็ตามแบบทดสอบที่ถือว่ามีคุณภาพจะต้องมีค่าอำนาจจำแนกตามแนวคิดของเบรนแนน (B-index) ตั้งแต่ .20  ขึ้นไป (บุญชม ศรีสะอาด, นิภา ศรีไพโรจน์ และนุชวนา ทองทวี. 2528 : 130) การวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกตามแนวคิดของเบรนแนน สามารถใช้ในการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกตัวลวงได้เช่นกัน ซึ่งทำได้ในกรณีคล้ายกัน แต่ใช้สัดส่วนของผู้ที่ไม่รอบรู้ หรือ กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ขึ้นก่อน 

2. การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของคริสปีนและเฟลด์ลูเซน (Kryspin and Feldluson)
คริสปีน และเฟลด์ลูเซน (Kryspin and Feldluson) ได้เสนอการหาค่าอำนาจจำแนกที่เรียกว่า ดัชนี S (index of sensitivity) หรือดัชนีความไวในการวัด ซึ่งมีสูตรดังนี้ (สำเริง บุญเรืองรัตน์. 2527 : 88)
เกณฑ์การแปลความหมายค่า S การพิจารณาคุณภาพของแบบทดสอบในด้านความไว (index of sensitivity) สำหรับตัวเลือกถูก พิจารณาตามระดับค่า S ดังนี้

ค่า S              ความหมาย
1.00  เป็นข้อสอบที่ดี เป็นไปตามทฤษฎี
.80 ถึง .99 เป็นข้อสอบที่ดี หาได้ในเชิงปฏิบัติ
.30 ถึง .79 เป็นข้อสอบที่พอใช้ได้
.00 ถึง .29 เป็นข้อสอบที่ไม่ดี ควรตัดทิ้ง
-1.00 ถึง .00 เป็นข้อสอบที่ใช้ไม่ได้ ควรตัดทิ้ง

ในการพิจารณาค่าอำนาจจำแนก (S) ถ้าค่า S เป็นบวกใกล้ +1.00 หมายถึง การเรียนการสอนบรรลุตามเป้าหมาย คือ ก่อนเรียนผู้ถูกทดสอบไม่มีความรู้ หลังจากเรียนแล้วปรากฏว่ามีความรู้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ แต่ถ้าค่า S เป็นลบใกล้ -1.00 หมายถึง ก่อนเรียนผู้ถูกทดสอบมีความรู้ แต่เมื่อเรียนจบเนื้อหาแล้วปรากฏว่าผู้ถูกทดสอบกลับไม่มีความรู้เลย

ผลการพิจารณา
ค่า S = 0       หมายถึง    เป็นข้อสอบที่ไม่ดี ควรตัดทิ้งเพราะง่ายมาก
ค่า S = .40     หมายถึง   เป็นข้อสอบที่พอใช้ได้
ค่า S = -1.00   หมายถึง   เป็นข้อสอบที่ใช้ไม่ได้ ควรตัดทิ้ง
ค่า S = 1.00    หมายถึง   เป็นข้อสอบที่ดี เป็นไปตามทฤษฎี

การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย
การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย จะต้องทำการแบ่งกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่เข้าสอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง(กลุ่มสูง) และกลุ่มอ่อน(กลุ่มต่ำ) โดยใช้เทคนิค 27 % ของจำนวนผู้ถูกทดสอบที่เข้าสอบ วิธีการคำนวณจะต้องใช้สูตรของ วิธนี และ ชาแบอร์ส (Whithney and Sabers, 1970 อ้างถึงใน กังวล เทียนกัณฑ์เทศน์ ,2540 : 152)  ดังนี้
การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบอัตนัย จะใช้หลักการเช่นเดียวกันกับการวิเคราะห์แบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม   คือ ค่าความยากของแบบทดสอบแต่ละข้อควรอยู่ในช่วง 0.2  - 0.8  และควรมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
สรุป
การตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบ เป็นการตรวจสอบว่าแบบทดสอบนั้น ๆ มีคุณภาพดีเพียงใด หลังจากที่นำแบบทดสอบไปใช้ และตรวจให้คะแนนแล้ว การตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบจะกระทำใน 2 ลักษณะ คือ การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบรายข้อ หรือการวิเคราะห์ข้อสอบ โดยวิธีการหาค่าอำนาจจำแนก (discrimination) ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบ การวิเคราะห์ข้อสอบ มีแนวคิดในการหาคุณภาพ 2 แนวคิด คือ การวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงกลุ่มและอิงเกณฑ์ โดยการวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงกลุ่มจะพิจารณาในเรื่องความยากและอำนาจจำแนก ส่วนการวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงเกณฑ์จะพิจารณาเฉพาะค่าอำนาจจำแนกเท่านั้น

บรรณานุกรม
กังวล เทียนกัณฑ์เทศน์. (2540). การวัด การวิเคราะห์ การประเมิน. กรุงเทพมหานคร: Bangkok
Software Technology House.

ภัทรา นิคมานนท์. (2543). การประเมินผลการเรียน. กรุงเทพมหานคร: อักษราพิพัฒน์.

บุญชม ศรีสะอาด, นิภา ศรีไพโรจน์ และนุชวนา ทองทวี. (2528). “การวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงเกณฑ์” [ออนไลด์]. เข้าถึงได้จาก : www.geocities.com/nincoo/mainb7.2.htm.

รังสรรค์ มณีเล็ก และคณะ. (2546). การพัฒนาเครื่องมือสำหรับการประเมินการศึกษา. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สมนึก ภัททิยธนี. (2537). การวัดผลการศึกษา. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์.

สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์. (2522). “การวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงเกณฑ์” [ออนไลน์]. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2552. เข้าถึงได้จาก : www.geocities.com/nincoo/mainb7.2.htm.

สำเริง บุญเรืองรัตน์. 2527. ทฤษฎีการวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

Brennan. 1972. “การวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงเกณฑ์” [ออนไลนื]. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 25 เข้าถึงได้จาก : www.geocities.com/nincoo/mainb7.2.htm.

ผู้เขียน ปริยานุช วุฒิ 520252007  สมพร สันติประสิทธิ์กุล 520252015

ที่มาของข้อมูล http://202.129.0.151/upload/090800/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81.doc

ที่มาของภาพ http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:Z01yaiG2sIKFEM:http://www.sahavicha.com/UserFiles/Image/test0.jpg

ที่มาของภาพ http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:lrkOELjNeQBYZM:http://www.edurmu.org/cai/_surawart/elearning/content/lesson8/Image14.gif

ที่มาของภาพ http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:pQbZFT9jrZ3v7M:http://wiki.opentle.org/images/c/ce/R_item.jpg

ที่มาของภาพ http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:qYI8147ui-mRUM:http://www.bgcl.co.th/Images/mcta_5-5.jpg

 



เข้าชม : 56934
นำเสนอโดย : ประเทือง วิบูลศักดิ์
โรงเรียน นนทบุรีพิทยาคม
สพม.3 นนทบุรี
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ล่าสุด
แจกโปรแกรมสร้างใบงานการคูณ
โดย : [เข้าชม : 6626 ]
การลบจำนวนนับไม่เกิน 20
โดย : [เข้าชม : 8922 ]
การบวกจำนวนนับไม่เกิน 20
โดย : [เข้าชม : 8712 ]
จำนวนนับ 1-10
โดย : [เข้าชม : 9393 ]
สื่อการสอนฝึกบวกเลข จากต่างประเทศ
โดย : [เข้าชม : 9385 ]
ดาวน์โหลดใบงานการลบเลข ปฐมวัย-ป.1
โดย : [เข้าชม : 9862 ]
สื่อเรียนรู้เรื่องเศษส่วนและร้อยละ
โดย : [เข้าชม : 9673 ]
แบบฝึกทักษะการลบ ออนไลน์ ชั้น ป.1
โดย : [เข้าชม : 27069 ]
CAI แบบฝึกทักษะการบวกสามจำนวนระดับชั้น ป.3
โดย : [เข้าชม : 25060 ]
CAI แบบฝึการบวกสามจำนวนระดับชั้น ป.2
โดย : [เข้าชม : 22024 ]
 10 สื่อการเรียนการสอน Text Random
เรียนรู้คำศัพท์จากคลิปวีดีโอ เรื่อง Telling Time
My Dog , Joey..
Irregular verb ชุดที่ 1
การใช้ Adobe Captivate 4 ตอนที่ 1
การใช้ Adobe Captivate 4 ตอนที่ 2
การสร้างปุ่มด้วย Flash cs3
ทำปุ่มใน Flash CS4
การสร้างหัวเว็บ ด้วย Photoshop
The Lonely Lighthouse
เทคนิคการยืดเส้นยืดสาย
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |