[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
แบบฝึกเสริมทักษะ
พฤหัสบดี ที่ 4 เดือน มีนาคม พ.ศ.2553

แบบฝึกเสริมทักษะว่า หมายถึง สิ่งที่นักเรียนต้องใช้ควบคู่กับการเรียน ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบฝึกที่ครอบคลุมกิจกรรมที่นักเรียนพึงกระทำ อาจกำหนดแยกเป็นแต่ละหน่วย หรืออาจรวมเล่มก็ได้   

แบบฝึกเสริมทักษะ

ความหมายของแบบฝึกเสริมทักษะ

                        ภาษาเป็นเรื่องทักษะ  ซึ่งจำแนกได้เป็น  2  ทาง  คือ  ทักษะการรับเข้า  ได้แก่  การอ่านและการฟัง  และทักษะการแสดงออก  ได้แก่  การพูดและเขียน  ทักษะทางภาษาจำเป็นต้องฝึกฝนอยู่เสมอ  แบบฝึกเสริมทักษะนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับการเรียนภาษาได้มีผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญทางภาษา  ให้ความหมายของแบบฝึกเสริมทักษะไว้ดังนี้

                        ชัยยงค์  พรหมวงศ์  (2535 : 16)  ให้ความหมาย  แบบฝึกเสริมทักษะว่า  หมายถึง  สิ่งที่นักเรียนต้องใช้ควบคู่กับการเรียน  ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบฝึกที่ครอบคลุมกิจกรรมที่นักเรียนพึงกระทำ  อาจกำหนดแยกเป็นแต่ละหน่วย  หรืออาจรวมเล่มก็ได้

                        ลักษณา  อินทะจักร  (2538 : 161)  ให้ความหมาย  แบบฝึกเสริมทักษะว่า  หมายถึง แบบฝึกที่ครูสร้างขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง

                        ศศิธร  ธัญลักษณานันท์  (2542 : 375)  ให้ความหมายแบบฝึกเสริมทักษะว่า  หมายถึง  แบบฝึกเสริมทักษะที่ใช้ฝึกความเข้าใจ  ฝึกทักษะต่าง ๆ และทดสอบความสามารถของนักเรียนตามบทเรียนที่ครูสอนว่า  นักเรียนเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด

                        กู๊ด  (Good  1973 : 224, อ้างถึงใน  ลักษณา  อินทะจักร  2538 : 160)  ให้ความหมายแบบฝึกเสริมทักษะว่า  หมายถึง  งานหรือการบ้านที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ  เพื่อทบทวนความรู้ที่ได้เรียนมาแล้ว  และเป็นการฝึกทักษะการใช้กฎใช้สูตรต่าง ๆ ที่เรียนไป

                        พจนานุกรม  เวบสเตอร์  (Webster  1981 : 64)  ให้ความหมายแบบฝึกเสริมทักษะว่าหมายถึง  โจทย์ปัญหา  หรือตัวอย่างที่ยกมาจากหนังสือ  เพื่อนำมาใช้สอนหรือให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ให้ดีขึ้น  หลังจากที่เรียนบทเรียนไปแล้ว

                        ดังนั้น  จึงอาจกล่าวได้ว่า  แบบฝึกเสริมทักษะ  หมายถึง  งานหรือกิจกรรมที่ครู               สร้างขึ้น  โดยมีรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย  มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น  และช่วยฝึกทักษะต่าง ๆ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง  อาจจะให้นักเรียนทำแบบฝึกขณะเรียนหรือหลังจากจบบทเรียนไปแล้วก็ได้

 

 

                        ความสำคัญของแบบฝึกเสริมทักษะ

                        ภายหลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไปแล้ว  การเรียนการสอนนั้นย่อม          ไม่เกิดผลอย่างเต็มที่ถ้าไม่ได้รับการฝึกทักษะให้เกิดความชำนาญและเข้าใจอย่างแท้จริงโดยเฉพาะวิชาภาษาไทย  เพราะภาษาไทยเป็นวิชาทักษะซึ่งเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ และการดำเนินชีวิตประจำวันตามที่หลักสูตรประถมศึกษา  พุทธศักราช 2521  (ฉบับปรับปรุง  พ.ศ. 2533)  ต้องการ  ดังนั้นในการสอนภาษาไทยจึงต้องมีการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญคล่องแคล่ว  เพื่อช่วยให้เด็กเกิดพัฒนาการทางภาษาเพิ่มขึ้นตามวัยและความสามารถของตนที่จะทำได้  และเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ใช้ฝึกทักษะทางภาษาให้ได้ผลดีก็คือ  แบบฝึกเสริมทักษะ  ดังที่นักวิชาการหลายท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของแบบฝึกเสริมทักษะไว้ดังนี้

                        กมล  ดิษฐกมล  (2526 : 18, อ้างถึงใน  ลักษณา  อินทะจักร  2538 : 163)  กล่าวว่า  แบบฝึกเสริมทักษะเป็นหัวใจของการสอนวิชาทักษะอยู่ที่การฝึก  การฝึกอย่างถูกวิธีเท่านั้นจะทำให้เกิดความชำนิชำนาญ  คล่องแคล่วว่องไวและทำได้โดยอัตโนมัติ

                        วีระ  ไทยพานิช  (2528 : 11)  ได้อธิบายว่า  แบบฝึกเสริมทักษะทำให้เกิดการเรียนรู้จากการกระทำจริง  เป็นประสบการณ์ตรงที่ผู้เรียนมีจุดประสงค์แน่นอน  ทำให้สามารถรู้และจดจำสิ่งที่เรียนได้ดี  จนนำไปใช้ในสถานการณ์เช่นเดียวกันได้

                        เพตตี้  (Petty  1963 : 269)  ได้กล่าวถึงความสำคัญของแบบฝึกเสริมทักษะไว้อย่างชัดเจนว่าแบบฝึกเสริมทักษะเป็นส่วนเพิ่มเติมหรือเสริมหนังสือเรียนในการเรียนทักษะ                   เป็นอุปกรณ์การสอนที่ช่วยลดภาระของครูได้มาก  ช่วยส่งเสริมให้ทักษะทางภาษาคงทน  ช่วยในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล  เพราะการให้นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะที่เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง  จะทำให้ประสบผลสำเร็จทางด้านจิตใจมาก  ทั้งยังช่วยให้นักเรียนสามารถทบทวนสิ่งที่เรียนได้ด้วยตนเองและใช้เป็นเครื่องมือวัดผลการเรียนได้อีกด้วย

                        ดังนั้น  แบบฝึกเสริมทักษะจึงเป็นเครื่องมือสำคัญ  ที่จะช่วยให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น  แบบฝึกเสริมทักษะจึงนับว่ามีความสำคัญและจำเป็นต่อการเรียนวิชาที่ต้องการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญ  มีความเข้าใจเนื้อหาบทเรียนมากยิ่งขึ้น

 

                        ลักษณะที่ดีของแบบฝึกเสริมทักษะ

                        การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพต้องมีหลักในการสร้างที่สอดคล้องกับลักษณะที่ดีของแบบฝึกเสริมทักษะด้วย  ซึ่งมีผู้รู้ได้เสนอแนะไว้ดังนี้

                        การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพต้องมีหลักในการสร้างที่สอดคล้องกับลักษณะที่ดีของแบบฝึกเสริมทักษะด้วย  ซึ่งมีผู้รู้ได้เสนอแนะไว้ดังนี้

                        นิตยา  ฤทธิ์โยธี  (2520 : 1)  ได้กล่าวถึงลักษณะที่ดีของแบบฝึกเสริมทักษะไว้ว่า          แบบฝึกเสริมทักษะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนมาแล้ว  เหมาะสมกับระดับ  วัย  หรือความสามารถของเด็ก  มีคำชี้แจงสั้น ๆ ที่ทำให้เด็กเข้าใจวิธีทำได้ง่าย  ใช้เวลาเหมาะสมหรือใช้เวลาไม่นาน  และเป็นสิ่งที่น่าสนใจและท้าทายให้แสดงความสามารถ

                        สามารถ  มีศรี  (2530 : 28)  กล่าวว่า  แบบฝึกเสริมทักษะที่ดีต้องเกี่ยวกับบทเรียนที่เรียนมาแล้วเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน  มีคำสั่งและคำอธิบาย  มีคำแนะนำการใช้แบบฝึก                เสริมทักษะ  มีรูปแบบที่น่าสนใจและมีกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบ

                        โรจนา  แสงรุ่งระวี  (2531 : 22)  กล่าวว่า  แบบฝึกเสริมทักษะที่ดีนอกจากมีคำอธิบายชัดเจนแล้วควรเป็นแบบฝึกสั้น ๆ ใช้เวลาในการฝึกไม่นานเกินไปและมีหลายรูปแบบ

                        ฉะนั้น  จึงอาจกล่าวได้ว่า  แบบฝึกเสริมทักษะที่ดี  ครูผู้สร้างจะต้องยึดหลักจิตวิทยา  ใช้สำนวนภาษาที่ง่าย  เหมาะสมกับวัย  ความสามารถของผู้เรียน  มีกิจกรรมหลากหลาย  มีคำสั่ง  คำอธิบาย  และคำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่ชัดเจนเข้าใจง่าย  ใช้เวลาในการฝึกไม่นานและที่สำคัญมีความหมายต่อชีวิต  เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

 

                        หลักการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ

                        การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพต้องมีหลักการสร้างที่สอดคล้องกับลักษณะที่ดีของแบบฝึกเสริมทักษะด้วย  ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีผู้เสนอแนะไว้ดังนี้

                        วรนาถ  พ่วงสุวรรณ  (2518 : 34 – 37)  ได้ให้หลักการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะไว้ดังนี้

1.       ตั้งจุดประสงค์

2.       ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหา

3.       ขั้นต่าง ๆ ในการสร้าง

3.1    ศึกษาปัญหาในการเรียนการสอน

3.2    ศึกษาหลักจิตวิทยาของเด็กและจิตวิทยาการเรียนการสอน

3.3    ศึกษาเนื้อหาวิชา

3.4    ศึกษาลักษณะของแบบฝึกเสริมทักษะ

3.5    วางโครงเรื่องและกำหนดรูปแบบให้สัมพันธ์กับโครงเรื่อง

3.6    เลือกเนื้อหาต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาบรรจุในแบบฝึกเสริมทักษะให้ครบตามที่กำหนด

                        เกสร  รองเดช  (2522 : 36 – 37)  ได้เสนอแนะแนวทางในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะดังนี้

                        1.  สร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้เหมาะสมกับวัยของนักเรียน  คือ  ไม่ง่ายไม่ยากจนเกินไป

                        2.  เรียงลำดับแบบฝึกเสริมทักษะจากง่ายไปหายาก  โดยเริ่มจากการฝึกออกเสียงเป็นพยางค์  คำ  วลี  ประโยค  และคำประพันธ์

                        3.  แบบฝึกเสริมทักษะบางแบบควรใช้ภาพประกอบ  เพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียน  ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการฝึก  และจะช่วยยั่วยุให้ติดตามต่อไปตามหลักของการจูงใจ

                        4.  แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นเป็นแบบฝึกสั้น ๆ ง่าย ๆ ใช้เวลาในการฝึกประมาณ  30  ถึง  45  นาที

                        5.  เพื่อป้องกันความเบื่อหน่าย  แบบฝึกต้องมีลักษณะต่าง ๆ เช่น  ประสมคำจากภาพ  เล่นกับบัตรภาพ  เติมคำลงในช่องว่าง  อ่านคำประพันธ์  ฝึกร้องเพลง  และใช้เกมต่าง ๆ ประกอบ

                        บ็อค  (Bock  1993 : 3)  ได้ให้ข้อพิจารณาในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ  ดังนี้

                        1.  กำหนดจุดประสงค์ให้ชัดเจน  เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้ทราบจุดมุ่งหมายของแบบฝึกเสริมทักษะ

                        2.  ให้รายละเอียดต่าง ๆ เช่น  คำแนะนำในการทำแบบฝึกเสริมทักษะหรือขั้นตอนในการทำอย่างละเอียด

                        3.  สร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีรูปแบบที่หลากหลาย  เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียนมากที่สุด  เช่น  แบบฝึกเสริมทักษะอาจใช้รูปแบบง่าย ๆ โดยเริ่มจากการให้นักเรียน           ตอบคำถามในลักษณะถูกผิดจนถึงการให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น

                        4.  แบบฝึกเสริมทักษะควรสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียน  เช่น  การให้นักเรียนเขียนเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลงในตารางหรือแผนภูมิที่กำหนดให้

                        จากแนวคิดข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า  การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะควรมีหลักใน          การสร้างดังนี้

                        1.  ต้องยึดหลักจิตวิทยาการเรียนรู้และพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละวัย  ต้องคำนึงถึงความสามารถ  ความสนใจ  แรงจูงใจของนักเรียน

                        2.  ต้องตั้งจุดประสงค์ในการฝึกว่าต้องการฝึกเสริมทักษะใด  เนื้อหาใด  ต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อะไร

                        3.  แบบฝึกเสริมทักษะต้องไม่ยากไม่ง่ายจนเกินไป  คำนึงถึงความสามารถของเด็กและต้องเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก

                        4.  ต้องศึกษาขั้นตอนต่าง ๆ ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ  ปัญหาและข้อบกพร่องของนักเรียน

                        5.  แบบฝึกเสริมทักษะต้องมีคำชี้แจง  และควรมีตัวอย่างเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น  และสามารถทำได้ด้วยตนเอง

                        6.  แบบฝึกเสริมทักษะควรมีหลายรูปแบบ  หลายลักษณะ  เพื่อจูงใจในการทำ  ทำให้นักเรียนมีความรู้สึกว่ามีจำนวนไม่มาก

                        7.  ควรมีรูปภาพประกอบที่สวยงามเหมาะสมกับวัยของเด็ก

                        8.  ควรใช้ภาษาสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือคำสั่ง

                        9.  ควรมีการทดลองใช้เพื่อหาข้อบกพร่องต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้จริง

                        10.  ควรจัดทำเป็นรูปเล่ม  ซึ่งสามารถเก็บรักษาได้ง่าย  นักเรียนสามารถนำมาทบทวนก่อนสอบได้

 

                        หลักจิตวิทยาที่นำมาใช้ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ

                        การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพ  สำหรับนำไปใช้กับนักเรียนนั้น  ต้องอาศัยหลักจิตวิทยาในการเรียนรู้  และทฤษฎีที่ถือว่าเป็นแนวความคิดพื้นฐานของการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะเข้าช่วย  เพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของนักเรียน

                        เดโช  สวนานนท์  (2521 : 159 – 163)  ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้ของ  ธอร์นไดค์  และสกินเนอร์  (Thorndike  and  Skinner)  ดังนี้ ธอร์นไดค์  ได้ตั้งกฎการเรียนรู้ขึ้น  3  กฎ  ซึ่งนำมาใช้ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ  ได้แก่

1.  กฎแห่งผล  (Law  of  Effect)  มีใจความว่าการเชื่อมโยงกันระหว่างสิ่งเร้ากับการ ตอบสนองจะดียิ่งขึ้นเมื่อผู้เรียนแน่ใจว่าพฤติกรรมตอบสนองของตนถูกต้อง  การให้รางวัลจะช่วยส่งเสริมการแสดงพฤติกรรมนั้น ๆ อีก

2.  กฎแห่งการฝึกหัด  (Law  of  Exercise)  มีใจความว่า  การที่มีโอกาสได้กระทำซ้ำ ๆ ในพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งนั้น ๆ จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  การฝึกหัดที่มีการควบคุมที่ดีจะส่งเสริมผลต่อการเรียนรู้



เข้าชม : 13128
นำเสนอโดย : ณัฐฎา แสงคำ
โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม
สพม.เพชรบูรณ์ เขต 40
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ล่าสุด
เผยแพร่งาน ครูสุรเดช แพงมาก
โดย : [เข้าชม : 6295 ]
แบบฝึก cai การบวกสามจำนวนระดับชั้น ป.1
โดย : [เข้าชม : 12138 ]
สิ่งแวดล้อม
โดย : [เข้าชม : 8772 ]
เผยแพร่ผลงานครูมันทนี วันทอง
โดย : [เข้าชม : 8208 ]
INTERACTIVE SIMULATIONS และโปรแกรม SCILAB
โดย : [เข้าชม : 9269 ]
สารประกอบของคาร์บอน
โดย : [เข้าชม : 10490 ]
เผยแพร่งานวิจัยนิภาพร บัวชม
โดย : [เข้าชม : 10338 ]
คืนวันศุกร์ 31 สิงหาคม 2555 นี้ มาชม Blue Moon กันค่ะ
โดย : [เข้าชม : 8382 ]
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและคู่
โดย : [เข้าชม : 11182 ]
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
โดย : [เข้าชม : 7293 ]
 10 สื่อการเรียนการสอน Text Random
เพลง วรรณยุกต์ของไทย
แผนการจัดการเรียนรู้ การวาดภาพระบายสี
แผนการเรียนรู้เรื่อง ละครสร้างสรรค์
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง แสงและเงา
บทเรียนรู้ e-Learning เรื่อง เครื่องดนตรีพื้นบ้าน
กาพย์ยานี ๑๑
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการเขียนภาพ
กลอนสุภาพ
โคลงสี่สุภาพ
ปฏิทินประจำปี 2552
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |