[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
999 สิริมงคลล้นเหลือ "ไหว้พระ 9 วัด 9 พระธาตุ 9 พระพุทธบาท"
พุธ ที่ 9 เดือน กันยายน พ.ศ.2552

"วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009" ตามกระแสเลข 9 เลขสวยเลขดีตามความเชื่อของคนไทย จนเกิดกระแสความเชื่อทางโหราศาสตร์ "09-09-09" ถือเป็นวันดีแห่งปี   

เรื่อง   สิริมงคลล้นเหลือ "ไหว้พระ 9 วัด 9 พระธาตุ 9 พระพุทธบาท"

บทนำ    "วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009" ตามกระแสเลข 9 เลขสวยเลขดีตามความเชื่อของคนไทย จนเกิดกระแสความเชื่อทางโหราศาสตร์ "09-09-09" ถือเป็นวันดีแห่งปี

"ไหว้พระ 9 วัด 9 พระธาตุ 9 พระพุทธบาท" ให้ได้เสริมบุญบารมีกันถ้วนหน้า ตามกระแสเลข 9 มาทัศนากันเลย

ภายในพระเจดีย์ทองศรีรัตนมหาธาตุ วัดมหาธาตุ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
       "สักการะ 9 พระธาตุ"
       

       เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการได้กราบสักการะ "พระบรมสารีริกธาตุ" หรือ "พระบรมธาตุ" หรือ "พระธาตุ" อันเป็นพระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้าเป็นดั่งบุญบารมีอันสูงส่ง ยิ่งบวกกับเลข 9 เลขดีมีชัยแล้วก็ยิ่งถือเป็นมงคลสูงล้นสำหรับคนไทย โดยวัดแรกที่ฉันขอแนะนำคือ "วัดพระแก้ว" หรือ "วัดพระศรีรัตนศาสดาราม" ภายในวัดมีพระศรีรัตนเจดีย์ ที่ตั้งอยู่บนฐานไพทีใกล้กับปราสาทพระเทพบิดร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่รัชกาลที่ 4 ทรงได้มาจากลังกา
       
       ใกล้ๆกับวัดพระแก้วคือ "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม"หรือ"วัดโพธิ์" ภายในตรงมุมพระวิหารคดทั้ง 4 ด้านมีพระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ภายในเจดีย์นี้เองเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งบรรจุไว้ทุกองค์ด้วย
       
       ต่อมาที่ "วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์" หรือ "วัดมหาธาตุ"มีพระมณฑปด้านหน้าพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ทองศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน เจดีย์นี้ถือเป็นศิลปะสมัยรัชกาลที่ 1 และถือเป็นแบบฉบับของเจดีย์สมัยรัตนโกสินทร์ยุคแรกอีกด้วย
       
       มาถึง "วัดบวรนิเวศวิหาร" หรือ "วัดบวร" ภายในมีเจดีย์องค์ใหญ่สีทองอร่ามสวยงามสุกใสที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในคูหากลางองค์เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์กาไหล่ทองซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ภายใน

ด้านบนของภูเขาทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ถือว่าอยู่สูงที่สุดในประเทศ
       "วัดมหรรณพาราม" หากเดินเข้ามาภายในวัดด้านหลังพระอุโบสถ จะเห็นเจดีย์ทององค์ใหญ่ที่รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชศรัทธาสร้างขึ้น บนยอดเจดีย์นั้นเองเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
       
       ถัดไปที่ "วัดราชนัดดา" อันมีจุดเด่นเป็นสง่าคือ โลหะปราสาท องค์เดียวในไทยและเป็นองค์ที่ 3 ของโลก หากเดินขึ้นไปบนชั้นบนสุดก็สามารถไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุกันได้
       
       จากโลหะปราสาทข้ามถนนมายัง ภูเขาทอง "วัดสระเกศ" ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ด้านบนเช่นกัน โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่อยู่สูงที่สุดในเมืองกรุงด้วย โดยได้มาจากอินเดีย และรัชกาลที่ 5 จึงทรงนำมาบรรจุไว้ที่ภูเขาทองแห่งนี้
       
       มาต่อกันที่ "วัดโสมนัสราชวรวิหาร" โดยที่ด้านหลังพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่รัชกาลที่ 5 ทรงได้รับมาจากอินเดีย ต่อมาทางวัดก็ได้อันเชิญพระบรมธาตุอื่นๆขึ้นไปบรรจุไว้ที่เดียวกัน

รอยพระพุทธบาทจำลอง หลังพระอุโบสถวัดชนะสงคราม
       และสำหรับวัดสุดท้าย "วัดประยูรวงศาวาส" ฝั่งธนฯ ที่วัดนี้มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน 3 องค์ด้วย โดย 2 องค์เป็นพระบรมสารีริกธาตุที่พบโดยบังเอิญเมื่อครั้งกรุแตก อีกหนึ่งองค์เป็นพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากศรีลังกา
       
       "บูชา 9 พระพุทธบาท"
       
       สำหรับ "รอยพระพุทธบาท" หรือรอยเท้าของพระพุทธเจ้า เป็นดังสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์มงคลที่พระพุทธองค์ได้เสด็จดำเนินไปถึง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่พระองค์จะเสด็จดำเนินไปประทับรอยพระพุทธบาทไว้ทุกแห่งหน จึงมีการสร้างพระพุทธบาทจำลองขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชากันอย่างถ้วนหน้า ในกรุงเทพฯก็มีรอยพระพุทธบาทจำลองอยู่หลายแห่งด้วยกัน แต่ฉันจะขอยกมา 9 แห่งเพื่อให้สอดรับกับเลขมงคล
       
       เริ่มกันที่ "วัดอินทรวิหาร" ย่านบางขุนพรหม เมื่อเข้าไปในวัดจะเจอกับหลวงพ่อโตองค์ใหญ่เป็นสง่า ด้านหลังมีมณฑปรอยพระพุทธบาทสีขาวสะอาดตา ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินอ่อนสวยงาม
       
       ถัดมาได้แก่ "วัดชนะสงคราม" มีรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ใกล้ๆกันคือ "วัดบวรนิเวศวิหาร" บริเวณด้านข้างของพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของศาลาพระพุทธบาท ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาทคู่อีกด้วย

รอยพระพุทธบาทจำลองวัดสามปลื้ม ประดิษฐานอยู่ในมณฑปพระพุทธบาทข้างสระจระเข้
       ต่อไปเป็น "วัดสามปลื้ม" หรือ "วัดจักรวรรดิราชาวาส" วัดที่ได้ชื่อโจษขานเรื่องจระเข้วัดสามปลื้ม ซึ่งด้านข้างของสระจระเข้ที่นอนอ้างปากตากลมนั้นมีบันไดขึ้นไปยังมณฑปพระพุทธบาทอันสวยงาม ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่มีลักษณะลึกกว่าที่วัดอื่น
       
       อีกหนึ่งวัดใกล้กับเสาชิงช้า ได้แก่ "วัดสุทัศนเทพวราราม" ซึ่งหากใครจะไปกราบไหว้พระพุทธตรีโลกเชษฐ์พระประธานในพระอุโบสถจะต้องเห็นรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่หน้าประตูทางเข้าภายในพระอุโบสถเป็นแน่แท้
       
       ด้าน "วัดโพธิ์" ก็มีรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่เช่นกัน โดยในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯให้สร้างถวายไว้ ประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป ซึ่งด้านหน้ามียักษ์ตนเล็ก 2 ตนเฝ้าอยู่ในตู้กระจก

รอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่หน้าทางเข้าพระอุโบสถวัดสุทัศน์
       จากวัดโพธิ์ข้ามฝั่งเจ้าพระยาไปยัง "วัดอรุณฯ" ซึ่งเป็นอีกวัดหนึ่งที่มี รอยพระพุทธบาทใน มณฑปพระพุทธบาท ตั้งอยู่ระหว่างเจดีย์ 4 องค์และพระวิหารใหญ่
       
       ต่อด้วย "วัดอมรินทราราม" ตั้งอยู่ใกล้กับ ร.พ.ศิริราช ซึ่งมณฑปของรอยพระพุทธบาทจำลองนี้จัดว่าสวยงามแห่งหนึ่งเลยทีเดียวแม้ปัจจุบันจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลาก็ตาม และแห่งสุดท้ายแห่งที่ 9 ได้แก่ "วัดพิชัยญาติการาม" เมื่อเข้าไปในวัดจะเห็นพระปรางค์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานสูงดูโดดเด่น ใกล้กันเป็นพระปรางค์องค์เล็ก 2 องค์ องค์ด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย ทางทิศตะวันตกประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองในตู้กระจกถึง 4 รอยด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 รอยน่าจะแทนพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ, พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ, พระพุทธเจ้ากัสสปะ และพระพุทธเจ้าโคตรมะ

วัดพระแก้ววิจิตรงดงามคู่กรุงรัตนโกสินทร์
       "ไหว้พระ 9 วัด"
       

       สำหรับการไหว้พระ 9 วัดนั้น เพื่อให้เป็นการง่ายต่อการเดินทางฉันจึงเลือกวัดในเกาะรัตนโกสินทร์ โดยวัดแรกได้แก่ "วัดพระแก้ว" วัดในพระบรมมหาราชวังกรุงรัตนโกสินทร์ มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระแก้วมรกต, จิตรกรรมฝาผนังที่พระระเบียง ซึ่งเป็นเรื่องราวเรื่องรามเกียรติ์ จำนวน 178 ห้อง เรียงตลอด 4 ทิศ, ปราสาทพระเทพบิดร ปราสาทเพียงองค์เดียวในวัด เป็นปราสาทจัตุรมุข ยอดปรางค์มีนภศูล และมงกุฎอยู่บนยอด ประดับกระเบื้องเคลือบองค์เดียวในประเทศไทย เป็นต้น
       
       ใกล้กับวัดพระแก้วก็คือ "วัดโพธิ์" อันเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 วัดนี้ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศ คือประมาณ 99 องค์ ที่เด่นก็คือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล, วิหารพระพุทธไสยาส ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาส มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ, รูปปั้นฤๅษีดัดตน, ยักษ์วัดโพธิ์ และยังมีนวดแผนไทยอีกด้วย

ทวารบาลอันสวยแปลกตาที่วัดราชบพิธ
       ต่อไปคือ "วัดราชบพิธ" วัดประจำรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 พระอุโบสถสวยงามด้วยลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยด้านนอกและด้านในตกแต่งแบบยุโรป ภายในประดิษฐานพระพุทธอังคีรส ภายใต้ฐานบรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสุสานหลวง และทวารบาลรูปทหารฝรั่งที่แปลกตากว่าวัดอื่นๆ
       
       ถัดไปได้แก่ "วัดบวร" ที่สร้างด้วยศิลปะไทยผสมจีน ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน 2 องค์ด้วยกันคือ พระศรีศาสดา และพระพุทธชินสี ใต้ฐานพุทธบัลลังก์บรรจุพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ 6 และจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง ด้านหลังพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์องค์ใหญ่หุ้มกระเบื้องสีทองอร่ามตา
       
       ไม่ไกลกันเป็นที่ตั้งของ "วัดชนะสงคราม" ซึ่งภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปูนปั้นบุด้วยดีบุกลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย นามว่า พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ
       
       วัดต่อไปอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า ซึ่งก็คือ "วัดสุทัศน์" วัดประจำรัชกาลที่ 8 พระประธานภายในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญมีนามคล้องจองกันว่า พระศรีศากยมุนี พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ และพระพุทธเสรฏฐมุนี นอกจากนี้พระอุโบสถของวัดนับว่ายาวที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

วัดราชประดิษฐ์ วัดประจำรัชกาลที่ 4
       ต่อมา "วัดราชประดิษฐ์" วัดประจำรัชกาลที่ 4 ภายในพระวิหารหลวงมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระราชพิธี 12 เดือน ที่รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้วาดไว้ ภายในวัดยังมีสถาปัตยกรรมที่น่าชม เช่น ปาสาณเจดีย์, ปรางค์ขอม, หอพระจอม และหอไตร เป็นต้น
       
       "วัดราชนัดดา" ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานพระนามว่า พระเสฏฐตมมุนี ส่วนพระวิหารมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นประธาน พระนามว่า พระพุทธชุติธรรมนราสพ และอีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นก็คือโลหะปราสาทหนึ่งเดียวในประเทศไทย และหนึ่งเดียวของโลกด้วยเนื่องจาก 2 แห่งแรกได้พังไปแล้วนั่นเอง

พระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่บนยอดโลหะปราสาทวัดราชนัดดา
       วัดสุดท้ายคือ "วัดมหาธาตุ" ภายในมีพระระเบียงที่ล้อมรอบพระอุโบสถ พระวิหาร และพระมณฑปเอาไว้ โดยภายในพระอุโบสถใหญ่โตขนาดที่พระสงฆ์สามารถเข้าไปทำสังฆกรรมได้ถึง 1,000 รูปเลยทีเดียว สำหรับพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยนาม พระศรีสรรเพชญ์ ส่วนพระมณฑปภายในประดิษฐานพระเจดีย์ทองศรีรัตนมหาธาตุ ภายในวัดยังมีวิหารโพธิลังกา ซึ่งภายในประดิษฐาน "พระนาค" พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยไว้ด้วย
       
       เมื่อเกาะกระแสเลข 9 กันแล้ว ก็ขอให้อานิสงฆ์ผลบุญได้รับความสุขทั้งกายและใจในวันที่ 9 เดือน9 ปี 2009 ... สาธุ

ขอขอบคุณ   ลุยกรุง

แหล่งที่มาของข้อมูล   โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000104034



เข้าชม : 1979
นำเสนอโดย : สุวารี โสมาบุตร
โรงเรียนบ้านเกาะรัง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต2
อยู่ในขั้น : ผู้คุมกฎ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ล่าสุด
แจกโปรแกรมสร้างใบงานการคูณ
โดย : [เข้าชม : 4653 ]
การลบจำนวนนับไม่เกิน 20
โดย : [เข้าชม : 7189 ]
การบวกจำนวนนับไม่เกิน 20
โดย : [เข้าชม : 7037 ]
จำนวนนับ 1-10
โดย : [เข้าชม : 7822 ]
สื่อการสอนฝึกบวกเลข จากต่างประเทศ
โดย : [เข้าชม : 7789 ]
ดาวน์โหลดใบงานการลบเลข ปฐมวัย-ป.1
โดย : [เข้าชม : 8269 ]
สื่อเรียนรู้เรื่องเศษส่วนและร้อยละ
โดย : [เข้าชม : 8080 ]
แบบฝึกทักษะการลบ ออนไลน์ ชั้น ป.1
โดย : [เข้าชม : 26262 ]
CAI แบบฝึกทักษะการบวกสามจำนวนระดับชั้น ป.3
โดย : [เข้าชม : 24212 ]
CAI แบบฝึการบวกสามจำนวนระดับชั้น ป.2
โดย : [เข้าชม : 21199 ]
 10 สื่อการเรียนการสอน Text Random
การยืดเหยียดกล้ามนื้อ ชุดที่ 5
การยืดเหยียดกล้ามนื้อ ชุดที่ 6
การยืดเหยียดกล้ามนื้อ ชุดที่ 7
การยืดเหยียดกล้ามนื้อ ชุดที่ 8
การยืดเหยียดกล้ามนื้อ ชุดที่ 9
การยืดเหยียดกล้ามนื้อ ชุดที่ 10
การใช้พจนานุกรม
แผนการจัดกิจกรรม การทำการ์ดจากดอกไม้แห้ง
แผนการจัดกิจกรรม การทำการ์ดสามมิติ
แผนการจัดการเรียนรู้ งานโครงสร้าง
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |