[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
การทำขนมจีน
อาทิตย์ ที่ 16 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2552

ขนมจีนแบบดั้งเดิมจะมีขั้นตอนและวีธีการทำนานกว่า แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความอร่อยของรสชาติแบบเดิม ๆ   

การทำขนมจีน


      ขนมจีนที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนมากเป็นขนมจีนที่ทำมาจากแป้งสำเร็จจากโรงงาน ซึ่งจะสะดวกสบายในการทำ ใช้ระยะเวลาในการทำสั้น แต่ขนมจีนแบบดั้งเดิมจะมีขั้นตอนและวีธีการทำนานกว่า แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความอร่อยของรสชาติแบบเดิม ๆ  ใครอยากลองทำบ้างก็ลองดู
      ที่บ้านขนมจีน หมู่ที่ 3 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ก็มีการทำขนมจีนจำหน่ายกันมานาน จนได้ชื่อบ้านว่าบ้านขนมจีน ขนมจีนที่ทำได้ในแต่ละวันจะส่งออกจำหน่ายในท้องถิ่น เช่น ในเขตเทศบาลตำบลโคกพระ อำเภอเมือง อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ด้วย การทำขนมจีนของชาวบ้านส่วนมากจะใช้วิธีการทำจากแป้งสำเร็จจากโรงงาน เพราะใช้เวลาและขั้นตอนในการทำสั้นกว่า แต่สำหรับวันนี้ มารู้จักวิธีการทำขนมจีนแบบเดิม ๆ ของแท้กันดีกว่า
ขั้นตอนการทำขนมจีนแบบดั้งเดิมมีดังนี้

1.หมักข้าว
     การหมักข้าว   (Ferment)  นำข้าวสารเจ้ามาแช่น้ำทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง เพื่อทำให้ข้าวสารอ่อนตัว  แล้วจึงสรงใส่ตะกร้า โดยข้าวที่นำมานั้นจะต้องล้างน้ำให้สะอาดเสียก่อน   ปิดไว้ด้วยกระสอบเพื่อให้ดูดความร้อน ข้าวจะเปื่อยเร็ว มีสีคล้ำเล็กน้อย และมีกลิ่นแรง  เนื่องจากมีเชื้อ Lactobacillus sp. ขึ้นมา  ทิ้งไว้ประมาณ  2  วัน  ข้าวสารเจ้าที่ใช้หมักเป็นข้าวเมล็ดหัก  หรือที่เรียกว่า ปลายข้าว จะเปื่อยเร็วกว่าข้าวธรรมดาเนื่องจากน้ำสามารถซึมเข้าไปได้ง่าย ขั้นตอนนี้ต้องหมั่นรดน้ำ เช้า-เย็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา

2.บดข้าว
      การบดข้าวหรือการโม่ข้าว (Grind)  นำข้าวที่ผ่านการหมักแล้ว มาล้างให้สะอาด และนำมาโม่ให้ละเอียด ด้วยเครื่องโม่แป้งไฟฟ้า จะได้น้ำแป้งข้นสีขาว แต่เนื้อแป้งยังไม่ละเอียด

3.กรองข้าว
      การกรองแป้ง (Filter) คือการนำแป้งที่ได้จาการโม่แล้ว ซึ่งจะได้เนื้อแป้งที่ยังไม่ละเอียด มากรองด้วยเครื่องกรองแป้งเพื่อให้ได้แป้งที่ละเอียดขึ้น โดยใช้ผ้าขาวบางทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้แป้งตกตะกอน

4.นอนน้ำแป้ง
      การนอนน้ำแป้ง (Sediment) คือการนำแป้งที่ผ่านการกรองใส่ถุงผ้าด้ายดิบ เพราะมีความเหนียวทนทาน มีช่องว่าระหว่างเส้นใย ตั้งทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้แป้งตกตะกอน เมื่อตกตะกอนแล้ว รินน้ำใสๆทิ้งไว้ ก่อนที่จะนำไปทับน้ำเพื่อให้แป้งแข็งต่อไป

5.ทับแป้ง
      การทับน้ำหรือทับแป้ง (Weighting)  การทับน้ำเป็นการกำจัดน้ำส่วนเกินออกไป โดยการนำแป้งที่ตกตะกอนและรินน้ำใสออกแล้ว  มาใส่ถุงผ้าด้ายดิบ  ปิดปากถึงให้แน่น  แล้วทับด้วยของหนัก (นิยมใช้หินในการทับ)  ทิ้งไว้ 1 คืน  เพื่อให้น้ำที่ติดอยู่กับไหลออกมา  ทำให้แป้งแห้งเร็วขึ้น  ในขั้นตอนนี้ต้องหมั่นดูแลเปิดผ้าประมาณ  2-3  ครั้ง  เพื่อให้เนื้อแป้งแห้งเร็วขึ้น 

6.นึ่งแป้ง
      การต้มหรือนึ่งแป้ง (Steam)  เป็นการทำให้แป้งสุกบางส่วน  และทำให้แป้งเหนียว  ไม่ขาดง่าย เมื่อนำไปบีบโรยเส้น  การต้มแป้งเริ่มด้วยการนำแป้งที่ทับแห้งแล้วมาวางบนเสวียนและหย่อนลงไปต้มในน้ำเดือด  ใช้เวลาต้มประมาณ 30 –40  นาที แป้งจะสุกเฉพาะบริเวณขอบด้านนอกเข้าไปอีกประมาณ 1นิ้วไม่ต้องให้สุกทั้งก้อนเพราะจะทำให้แป้งเหนียวมากเกินไป ทำให้โรยเส้นได้ยาก เมื่อต้มแป้งเสร็จแล้ว นำก้อนแป้งขึ้นพักไว้ให้เย็นก่อนจะนำไปนวดต่อไป

7.ตีแป้ง
       การนวดแป้งหรือการตีแป้ง  (Knead)  การนวดเป็นการผสมแป้งดิบและแป้งสุกเข้าด้วยกัน  โดยการก้อนนำแป้งที่ต้มแล้วและพักไว้จนเย็นมาใส่เครื่องตีแป้งไฟฟ้า ตีแป้งให้ละเอียด และเม็ดแป้งแตกมากขึ้น ในระหว่างตีแป้งอยู่ให้เติมน้ำสะอาดใส่ลงไปทีละน้อยเพื่อให้แป้งเหลว แป้ง 1 ก้อนใช้เวลาตีประมาณ 20 นาที จะได้แป้งที่เหลวและละเอียดเข้ากัน

8.ครูดแป้ง
       การกรองหรือการครูดแป้ง  (Filter) การต้มแป้งให้สุกทำให้แป้งมีการจับตัวเป็นก้อน และการนวดไม่สามารถทำให้แป้งแตกตัวออกเป็นเนื้อที่ละเอียดได้หมด  บางส่วนจึงยังเป็นก้อนเล็ก ๆ ปะปนอยู่  การกรองหรือการครูดแป้งจึงเป็นขั้นตอนที่จะกำจัดเม็ดแป้งที่เหลืออยู่ให้หมดไป  ทำให้ไม่มีปัญหาในการโรยเส้น  การกรองนิยมใช้ผ้าขาวบางกรอง  โดยการนำแป้งที่นวดหรือตีจนละเอียดแล้วเทใส่ในผ้าขาวบาง  รวบชายผ้าเข้าหากัน  และหมุนผ้าเป็นเกลียว หรือใช้วิธีบีบก็ได้ เพื่อให้แป้งไหลผ่านผ้าออกมา  จะได้แป้งที่เนื้อละเอียดไม่มีเม็ดแป้งปนอยู่  และพร้อมที่จะนำไปโรยเส้นต่อไป  


 9.โรยเส้น
        การโรยเส้น  (Press) โดยการนำแป้งที่นวดและกรองแล้วใส่ลงในถัง ซึ่งถังนั้นเป็นถังเก็บแป้งพร้อมกับมีเครื่องมือในการโรยเส้นติดอยู่ด้านข้างของถัง เป็นลักษณะคล้ายก๊อกน้ำ ใช้มอเตอร์ในการบีบเส้นขนมจีน เมื่อเดินเครื่อง  น้ำแป้งจะผ่านแว่นลงในหม้อที่มีน้ำเดือดอยู่  การบีบเส้นแต่ละครั้งนั้น จะดูตามความเหมาะสม ประมาณ 15 วินาที จะบีบเส้นได้ประมาณครั้งละ 1 – 1.5 กิโลกรัม เมื่อเส้นสุกแล้ว  โดยการสังเกตจากเส้นที่ลอยขึ้น  จากนั้นใช้กระชอนหรือตะกร้าพลาสติกช้อนขึ้นไปแช่ในน้ำเย็น 

10.จับเส้น
       การทำเส้นให้เย็นและจับเส้น  (Cooling)  คือการนำเส้นขนมจีนที่ตักขึ้นมาล้างในน้ำเย็น  ประมาณ 2  น้ำ ให้เส้นขนมจีนเย็นพร้อมจับเป็นหัว ๆ และเพื่อหยุดการดูดน้ำของเส้นขนมจีน   การจับเส้นขนมจีนให้เป็นหัวหรือเป็นจับนั้น  ทำได้โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือข้างที่ถนัด  จับเส้นขนมจีนไปใส่ที่ปลายนิ้วชี้อีกมือหนึ่งแล้วโค้งลง  โดยใช้นิ้วหัวแม่มือบีบไว้  เมื่อได้ขนาดหัวที่ต้องการแล้วจึงตัดเส้นขนมจีนออก  นำไปวางในกระจาดหรือภาชนะซึ่งมีใบตองรองไว้แล้ว  การจับเส้นขนมจีนนั้น  ถ้าจะให้สวยต้องจับครั้งละน้อยๆ  จึงจะทำให้น่ารับประทาน การจับเส้นขนมจีน 1 จับหรือ 1 หัวจะมีน้ำหนักประมาณ 1 ขีด

ที่มาข้อมูล http://pradok.site50.net/456/index.php?option=com_content&task=view&id=26&Itemid=40



เข้าชม : 15686
นำเสนอโดย : นายนรินทร์ พันธุ์ครู
โรงเรียนกันทรวิชัย
สพท.มหาสารคาม เขต 1
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ล่าสุด
เผยแพร่งาน ครูวีรยา ภู่ประดิษฐ์
โดย : [เข้าชม : 4734 ]
ฝึกสมองลองต่อจิ๊กซอว์
โดย : [เข้าชม : 8260 ]
เผยแพร่งานครูประหยัด ชมผา
โดย : [เข้าชม : 6939 ]
แจก Source App Inventor คณิตคิดเร็ว
โดย : [เข้าชม : 8815 ]
สร้างสื่อ ป.1 บนแท็บเล็ตกับ app inventor
โดย : [เข้าชม : 9684 ]
น้ำพริกปลาดุกย่าง
โดย : [เข้าชม : 11812 ]
สอนประกอบคอมพิวเตอร์(แบบสมบูรณ์)
โดย : [เข้าชม : 11538 ]
สอนถอดประกอบโน๊ตบุค
โดย : [เข้าชม : 9173 ]
ดอกไม้ประดิษฐ์จากขวดพลาสติก
โดย : [เข้าชม : 10053 ]
การประดิษฐ์ดอกไม้
โดย : [เข้าชม : 8431 ]
 10 สื่อการเรียนการสอน Text Random
เกมประกอบสาระการเรียนรู้ 12 หนีน้ำ
จำนวนที่หายไปคือ..?
การวิเคราะห์แบบสอบถาม ด้วย Excel
การนับจำนวน ด้วย Excel
สอนทำกราฟ เอ็กเซล 2007
การใช้สูตร Excel เบื้องต้น
การตัดเกรดด้วย Excel
Map Routes
เกมประกอบสาระการเรียนรู้ 13 คำสั่ง
เกมประกอบสาระการเรียนรู้ 14 ไปด้วยกัน
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |