[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : สุขศึกษาและพลศึกษา
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
อาทิตย์ ที่ 7 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2556
“ยาคุมกำเนิดหลังเพศสัมพันธ์” ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน มีประสิทธิภาพคุมกำเนิด 50-90%   

การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินก็คือ วิธีการคุมกำเนิดที่ใช้ภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริงๆ
การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน จะใช้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะในกรณีที่ "พลาด" และเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์โดยไม่ต้องการเท่านั้นมันไม่ใช่การคุมกำเนิดตามปกติ และไม่ใช่วิธีที่จะนำมาใช้ในการวางแผนครอบครัวด้วย เรามักเรียกยาเม็ด   ที่ใช้เพื่อการคุมกำเนิดฉุกเฉินนี้ว่า "ยาคุมหลังร่วมเพศ" หรือ "ยาคุมชั่วคราว" หรือ "morning after" ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่สร้างความเข้าใจผิด และนำไปสู่การใช้ยาคุมฉุกเฉีนผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจมีผลต่อร่างกายของผู้หญิงในระยะยาวเพราะ ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่การคุมกำเนิดแบบธรรมดาที่เราคุ้นเคยกัน  
ยาคุมฉุกเฉินคืออะไร ?
ยาคุมฉุกเฉินมีส่วนผสมเช่นเดียวกับยาคุมธรรมดา แต่มีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดสูงกว่า และต้องกินหลังจากมีเพศสัมพันธ์ภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น จึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์

ชนิดของยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินมีอยู่ 2 ชนิดให้เลือกใช้ได้แก่

1. ยาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งมีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว (Progestin-Only Pill Regimens)  ขนาดสูง 750 ไมโครกรัม หรือ 0.75 มิลลิกรัม โดยจะมี 2 เม็ด ให้กินยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินเม็ดที่ 1 ภายในเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังจากที่มีความสัมพันธ์ทางเพศ หลังจากกินยาเม็ดแรกไปแล้ว นับไปอีก 12 ชั่วโมงจึงค่อย กินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเม็ดที่ 2 สำหรับ อาการข้างเคียงที่พบบ่อย ในการกินยาโปรเจสโตเจนขนาดสูง 750 ไมโครกรัม เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ 

                                   

 2. ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสตินผสมกัน วิธีการกินยาเม็ดคุมกำเนิด   คือ หลังจาก ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศ ให้กินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจำนวน 4 เม็ด ภายในเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นนับไปอีก 12 ชั่วโมง จึงค่อย กินยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน อีกจำนวน 4 เม็ด

                                                                                 

ใครควรกินยาคุมฉุกเฉิน ?
ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาคุมธรรมดาซึ่งที่ต้องกินเป็นประจำทุกวัน หากแต่ยาคุมฉุกเฉินมีปริมาณฮอร์โมนสุงกว่า เพราะผลิตขึ้นมาเพื่อ แก้ปัญหาให้แก่ผูหญิงที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์ในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิดใดๆ
  • ใช้ถุงยางแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ารั่ว/แตก/หลุดหรือไม่
  • กินยาคุมชนิดธรรมดาอยู่ แต่ลืมเกินไป วันสองวันหรือนานกว่านั้น
  • ใส่ห่วงคุมกำเนิดแล้ว แต่มันหลุด
  • นับระยะปลอดภัย (หน้าเจ็ดหลังเจ็ด) ผิดพลาด
  • ถูกข่มขืน, มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ ไม่เต็มใจ
ในภาวะฉุกเฉินที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ การกินยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธี หลังจากมีเพศสัมพันธ์จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 75% แต่ถ้ามีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำหรือมีเป็นระยะๆ ควรจะใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดา ซึ่งจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่าการกินยาคุมฉุกเฉิน
ยาคุมฉุกเฉินป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างไร ?
การออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินนั้นมีลักษณะเดียวกัน กับยาเม็ดคุมกำเนิดแบบธรรมดา จากการศึกษาเชิงสถิติพบว่า ยาคุมฉุกเฉินมีการทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน อาทิเช่น ขัดขวางการตกไข่, ทำให้การตกไข่ช้าลงกว่าเดิม ขัดขวางการปฏิสนธิโดยสร้างเมือกขึ้นในท่อนำไข่ ทำให้อสุจิและไข่เคลื่อนที่เข้าหากันลำบากขึ้น ขัดขวางการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว เป็นต้น กลไกการทำงานหลายทางนี้ทำให้ยาคุมฉุกเฉินมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันการตั้งครรภ์ค่อนข้างสูง ถ้าใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น
ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์
การกินยาคุมฉุกเฉินจะต้องกินหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีป้องกันการตั้งครรภ์ นั่นคือ เพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิดใดๆ เลย หรือใช้แล้วแต่ไม่ได้ผล หรือไม่แน่ใจ รวมทั้งในกรณีที่ถูกบังคับหรือล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์ หรือกรณีที่ถูกข่มขืน
หากกินยาอย่างถูกต้อง คือ กินยาครั้งแรกภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันและอีก 12 ชั่วโมงถัดมาก็กินครั้งที่สอง ยานี้มีประสิทธิภาพใน การลดโอกาสตั้งครรภ์ได้ 75 เปอร์เซนต์
องค์การอนามัยโลกได้ทำการศึกษาและพบว่า ยาคุมฉุกเฉินแบบที่มี ฮอร์โมนโปรเจสตินชนิดเดียว หรือที่เรียกว่ายาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนเดี่ยวนั้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์มากกว่ายาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนผสมโดยการ สามารถลดโอกาสการตั้งครรภ์ลงได้ 85% และยังก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนน้อยกว่าด้วย

การกินยาคุมฉุกเฉินสามารถทำให้เกิดการแท้งได้หรือไม่ ?

ในทางการแพทย์ถือว่าการตั้งครรภ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการผสม มีการฝังตัวที่มดลูกอย่างสมบูรณ์แล้วซึ่งกระบวนการฝังตัวนี้จะเริ่มต้นหลังจาก เกิดการผสมระหว่างไข่กับอสุจิแล้วประมาณ 5 วัน และจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ จึงจะฝังตัวเสร็จสมบูรณ์ตัวยาในยาคุมฉุกเฉินจะไร้ประสิทธิภาพไปในทันที ที่กระบวนการฝังตัวเกิดขึ้น

ประเด็นคำถาม   ( ตอบโดยสรุป สั้นแต่ได้ใจความสมบูรณ์ โดยส่งทาง e-mail ที่ครูกำหนดให้แต่ละห้อง )
     1. ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

     2. "ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ไม่ใช่ยาทำให้แท้ง" ข้อความนี้ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย

กิจกรรมเสนอแนะ  
     1. ค้นคว้าเพิ่มเติมถึงข้อเสีย หรือข้อจำกัดของการใช้การคุมกำเนิดวิธีนี้   
    

การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น 
    1. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ : ศัพท์เฉพาะทางของฮอร์โมนคุมกำเนิด 
    2. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ : การคำนวณค่าใช้จ่ายจากการเลือกใช้ยาคมกำเนิด
    3. กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี : การค้นคว้าผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต  
    4. กลุ่มสาระภาษาไทย : อ่านแล้วสรุปใจความ

ที่มาข้อมูล

www.clinicrak.com

www.newmom.com



เข้าชม : 63579
นำเสนอโดย : พชรพรรณ สมศรี
โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย
สพม.เชียงใหม่ เขต 34
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ สุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
นอนไม่หลับเป็นภัยกับผู้สูงอายุ เป็นชนวนโรคความดันโลหิตสูง
โดย : [เข้าชม : 16428 ]
รู้ได้ไงว่าเราเป็น เบาหวาน!!!
โดย : [เข้าชม : 31004 ]
ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง Female Condom(FC.)
โดย : [เข้าชม : 55468 ]
ถุงยางอนามัยชาย( Condom)
โดย : [เข้าชม : 87100 ]
แคปซูลคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด (ปรับปรุง2558)
โดย : [เข้าชม : 55211 ]
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
โดย : [เข้าชม : 63580 ]
แผ่นแปะคุมกำเนิด(พลาสเตอร์คุมกำเนิด)
โดย : [เข้าชม : 49890 ]
อยากปึ๋งปั๋ง ระวังเสี่ยงตาย!
โดย : [เข้าชม : 49285 ]
ฝ้าขาวในน้ำประปา คืออะไร ดื่มได้หรือไม่
โดย : [เข้าชม : 49802 ]
ประวัติกีฬาฟุตซอล
โดย : [เข้าชม : 61778 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
Love Poem "รักแท้หรือแค่คิดว่ารัก"
เธอรู้ตัว......หรือเปล่า peace in oneself...peace in the world
ชีวิตเป็นมงคล....ถ้าเป็นคนไร้...กิ๊ก
ฮะฮ้า...ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งถ้วยช่วยเขียนเรียงความ
ธุรกิจส่องเจ๊งระนาวส่งท้ายควันหลงเดิอนเมษายน
การเลือกใช้สถิติสำหรับงานวิจัย
Grandpa and We in the happy world
ของฝากจากการท่องเที่ยวต่างแดน.................
ปัญหาราคาข้าว ??? ของชาวนาไทย
ส่วนประกอบและหน้าที่ของเซลล์พืช
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |