[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : สุขศึกษาและพลศึกษา
อุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชน
พุธ ที่ 23 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2554
ปัจจุบันอุบัติภัยได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย โดยในแต่ละปีมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ เสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอุบัติภัยจากการจราจร การทำงาน หรืออุบัติภัยที่เกิดขึ้นภายในบ้านในโรงเรียน หรือในชุมชน   

คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งแหลมตะลุมพุก บ้าน-ถนนพังยับ

         ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวสดรายงานจาก จ.นครศรีธรรมราชว่ามีคลื่นยักษ์ถล่มถนนเลียบชายฝั่งแหลมตะลุมพุก พังยับเยิน จากผลพวงที่ฝนตกลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เลียบชายฝั่งแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง เป็นระยะ 2-3 คืนที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่า เมื่อคืนวันที่ 23 พ.ย. หลังจากที่ได้เกิดฝนตกทั้งวันและกลางคืน และคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่ ถล่มบ้านแหลมตะลุมพุก ต.แหลมตะลุมพุก ในท้องที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 นั้น ผลปรากฏว่า ถนนเลียบชายฝั่งแหลมตะลุมพุกได้เกิดพังเสียหายยับเยิน ใช้การไม่ได้เป็นระยะทางความยาว 100 กว่าเมตร รถยนต์ไม่สามารถแล่นผ่านไปมาได้
         ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ อบต.แหลมตะลุมพุก ได้ส่งคนไปตรวจสอบและเตรียมที่จะอพยพชาวบ้าน เพื่อหลบหนีคลื่นยักษ์ที่ยังแรง ระดับความสูงของคลื่น ประมาณ 3-4 เมตร แต่ชาวบ้าน ยังมั่นใจในความปลอดภัย ไม่ได้อพยพออกจากพื้นที่   ทั้งนี้นายประยุทธ ฐานะวัฒนา กำนันตำบลแหลมตะลุมพุก แจ้งว่า คลื่นลมแรงมา 3-4 วันแล้ว โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาคลื่นได้โหมพัดเข้ามาชายฝั่งอย่างหนัก มะพร้าวหลายสิบต้นล้มลงระเนระนาด บ้านเรือนส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบต้องหากระสอบทรายมาป้องกันแนวคลื่นอย่างที่เห็น ในขณะนี้ชาวบ้านต่างเฝ้าระวังตลอดเวลา หากคลื่นเข้ามามากกว่านี้จะต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน ส่วนชาวประมงพื้นที่บ้านตอนนี้ต้องหยุดทำการอย่างเด็ดขาด เพราะไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ ชาวบ้านต้องเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากทางรัฐบาลไม่มาสนใจที่จะแก้ปัญหาให้ ต้องจำยอมรับชะตากรรมอย่างนี้ต่อไป




                                    ที่มา:  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?


สาระที่ ๕:  ความปลอดภัยในชีวิต

มาตรฐาน พ ๕.๑: ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจันเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติดและความรุนแรง

กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

จุดประสงค์การเรียนรู้

1.อธิบายความหมายและระบุรูปแบบของสถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชนได้
2.อธิบายและระบุผลกระทบจากพฤติกรรมเสี่ยงของของบุคคลที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติภัยได้
3.อธิบายและเสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชนได้
4.ตระหนักในความสำคัญของการป้องกันอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชน

สาระสำคัญ

             อุบัติภัยในโรงเรียน และอุบัติภัยในชุมชน พบว่าส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมเสี่ยงของบุคคลประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย เป็นปัจจัยที่สำคัญที่นำมาสู่การเกิดอุบัติภัยเมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้นในแต่ละครั้ง อาจส่งผลให้บุคคลได้รับบาดเจ็บ พิการ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้การเกิดอุบัติภัยในแต่ละครั้งยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัว ญาติพี่น้อง ชุมชนและประเทศชาติด้วย จึงจำเป็นที่ทุกคนในสังคมควรจะต้องมีความระมัดระวัง และร่วมกันป้องกันอุบัติภัยไม่ให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นการสร้างเสริมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน ซึ่งจะช่วยให้เกิดผลดีโดยภาพรวม
             ปัจจุบันอุบัติภัยได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย โดยในแต่ละปีมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ เสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอุบัติภัยจากการจราจร การทำงาน หรืออุบัติภัยที่เกิดขึ้นภายในบ้านในโรงเรียน หรือในชุมชน จะเห็นได้ว่าอุบัติภัยเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ หากเราขาดความตระหนักในเรื่องดังกล่าว การเรียนรู้ถึงสาเหตุ วิธีป้องกันอุบัติภัย รวมทั้งแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง จะช่วยลดการสูญเสียที่เกิดขึ้นและนำมาซึ่งการดำรงชีวิตที่เป็นสุข
           1 สถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชน
              อุบัติภัย ในที่นี้หมายถึง ภัยอันตรายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดไว้ก่อน เป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ และสูญเสียชีวิตได้
              ส่วนคำว่า สถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัย หมายถึง สถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งที่เกิดจากตัวบุคคลหรือจากสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยส่งผลให้เกิดอุบัติภัยขึ้น เช่น ความประมาทของบุคคล การชำรุดของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า การเกิดสภาพของทัศนวิสัยที่ไม่เอื้อต่อการจราจร เป็นต้น
              จากที่ได้กล่าวผ่านมาพบว่า อุบัติภัยเกิดขึ้นได้หลายลักษณะ หลายกรณี ในระดับชั้นนี้จะกล่าวถึงสถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชน เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ และนำมาใช้เป็นแนวทางในการป้องกันอุบัติภัยได้ต่อไป

              .1 สถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยในโรงเรียน
              อุบัติภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนส่วนใหญ่มีวาเหตุมาจากสถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยซึ่งสรุปได้ ดังนี้
              1. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากสภาพแวดล้อมในโรงเรียน เช่น สภาพของอาคารเรียนเก่าทรุดโทรม อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โต๊ะเรียน เก้าอี้ อยู่ในสภาพชำรุด บริเวณโรงเรียนมีหญ้าขึ้นรกรุงรัง เป็นบ่อ บริเวณสระน้ำไม่มีรั้วกั้น




     

ที่มา: http://www.vimanloy.com/term2/lesson5_1.php

  2. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากตัวนักเรียนที่ขาดความระมัดระวัง หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การเล่นต่อสู้กัน การหยอกล้อกันริมระเบียง ริมสระน้ำ การปีนป่ายไม้เล่น ฯลฯ รวมไปถึงการมีสภาพร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติก็อาจนำมาสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ เช่น การเจ็บป่วย มีอาการอ่อนเพลีย หรือมีโรคประจำตัว
       3. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น การทดลองวิทยาศาสตร์ที่ใช้สารเคมี ถ้านักเรียนขาดความรู้เรื่องสารเคมีก็อาจได้รับอันตรายได้ หรืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์บางอย่างถ้าใช้โดยขาดความระมัดระวังก็อาจทำให้เกิดอุบัติภัย รวมไปถึงการเล่นกีฬาและกิจกรรมนันทนาการ ถ้าไม่ได้เรียนรู้ทักษะที่ถูกต้องก็อาจเกิดอุบัติเหตุ และเกิดการบาดเจ็บได้
        4. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากภัยอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุจากอัคคีภัย การเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ไฟฟ้า อุบัติเหตุจากการจราจรในโรงเรียน หรือจากสาเหตุอื่น ๆ ที่สืบเนื่องมาจากการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่ไม่ดี

2 ผลกระทบจากพฤติกรรมเสี่ยงของบุคคลที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติภัย


              พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยของบุคคลทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ย่อมนำมาสู่ความสูญเสียต่อทรัพย์สิน ร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ชุมชน และประเทศชาติผลกระทบจากอุบัติภัยที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงของบุคคลสรุปได้ ดังนี้
              1. ผลกระทบทางตรง ผู้ประสบอุบัติภัยได้รับบาดเจ็บ อาจถึงขั้นพิการ หรือเสียชีวิต รวมทั้งต้องสูญเสียเงินค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมวัสดุ ยานพาหนะที่เสียหายอีกด้วย

              2. ผลกระทบทางอ้อม ได้แก่

              1) สูญเสียทางด้านจิตใจ ทั้งตัวผู้ประสบอุบัติภัยเองและญาติพี่น้องต้องเสียใจ เศร้าใจรวมทั้งคนในชุมชนย่อมเสียขวัญและวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
              2) สูญเสียโอกาสในชีวิต ผู้ประสบอุบัติภัยบางคนได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการ ทำให้เสียโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างคนปกติ และเสียโอกาสที่จะก้าวหน้าในการงาน
              3) สูญเสียกำลังสำคัญของครอบครัวและประเทศชาติ การสูญเสียจากอุบัติภัยบางครั้งอาจถึงกับเสียชีวิต หากผู้ประสบภัยเป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้ขาดกำลังในการหารายได้มาจุนเจือครอบครัว หากเกิดกับวัยหนุ่มสาวหรือคนในวัยทำงาน ก็จะทำให้สูญเสียกำลังสำคัญของชาติ ในการพัฒนาประเทศต่อไป
              4) สูญเสียเวลา สมาชิกในครอบครัวหรือญาติพี่น้องต้องเสียเวลาในการดูแลรักษา ผู้ประสบภัยบางคนอาจช่วยเหลือตนเองไม่ได้ทำให้ตกเป็นภาระของคนในครอบครัวที่ต้องมาคอยดูแลในเรื่องของของการกินอยู่หลับนอน การทำความสะอาดร่างกายให้กับผู้ประสบภัย เป็นต้น

               1.2 สถานการณ์เกิดอุบัติภัยในชุมชน

               สถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยในชุมชน เกิดจากหลายสาเหตุซึ่งอาจสรุปได้ ดังนี้
               1. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย หรือกระทำการโดยประมาท เช่น ทิ้งก้นบุหรี่โดยไม่ดับไฟก่อน จุดธูปเทียนบูชาพระแล้วไม่ดับให้สนิท การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ขับรถด้วยความเร็วสูงในชุมชนเป็นเหตุให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น
               2. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เช่น การปลูกบ้านเรือนอยู่อย่างแออัดไม่ถูกสุขลักษณะ หรืออยู่ใกล้แหล่งโทรม อุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดแล้วไม่รีบซ่อม เก็บเชื้อเพลิงไว้ในที่ไม่ปลอดภัย เป็นต้น
แม้อุบัติภัยทั้งในโรงเรียนและในชุมชน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยมีสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัว เป็นปัจจัยสำคัญ แต่อุบัติภัยสามารถที่จะป้องกันได้โดยเริ่มจากการที่เราต้องรู้จักสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับตัวเองก่อน แล้วขยายแนวคิดเพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับชุมชน แนวทางดังกล่าวนักเรียนจะได้ศึกษาในหัวข้อที่ 5.3 ต่อไป
2. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากตัวนักเรียนที่ขาดความระมัดระวัง หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การเล่นต่อสู้กัน การหยอกล้อกันริมระเบียง ริมสระน้ำ การปีนป่ายไม้เล่น ฯลฯ รวมไปถึงการมีสภาพร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติก็อาจนำมาสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ เช่น การเจ็บป่วย มีอาการอ่อนเพลีย หรือมีโรคประจำตัว
              
          3. สถานการณ์เสี่ยงที่เกิดจากกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น การทดลองวิทยาศาสตร์ที่ใช้สารเคมี ถ้านักเรียนขาดความรู้เรื่องสารเคมีก็อาจได้รับอันตรายได้ หรืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์บางอย่างถ้าใช้โดยขาดความระมัดระวังก็อาจทำให้เกิดอุบัติภัย รวมไปถึงการเล่นกีฬาและกิจกรรมนันทนาการ ถ้าไม่ได้เรียนรู้ทักษะที่ถูกต้องก็อาจเกิดอุบัติเหตุ และเกิดการบาดเจ็บได้


        ที่มา: http://www.vimanloy.com/term2/lesson5_1.php

  3 แนวทางในการป้องกันและแก้ไขอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชน

              อุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชน เมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะเป็นอุบัติภัยที่เกิดขึ้นในบริเวณใดล้วนส่งผลกระทบต่อผู้ประสบภัยในลักษณะต่าง ๆ ดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว และเมื่อพิจารณาถึงลักษณะของอุบัติภัยที่เกิดขึ้นในแต่ละสถานที่จะพบว่า ลักษณะของอุบัติภัยที่เกิดขึ้นบ่อยในโรงเรียน ได้แก่ การพลัดตกหกล้ม การถูกของแหลมหรือของมีคมทิ่มหรือตำ การเกิดอุบัติเหตุจากการเรียนการสอน การเกิดอุบัติเหตุจากการชำรุดทรุดโทรมของอาคารและอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในห้องเรียน เป็นต้น ส่วนอุบัติภัยที่มักเกิดได้บ่อยในชุมชน ได้แก่ การเกิดอุบัติภัยจากการจราจร จากอัคคีภัย จากการจมน้ำ หรือแม้แต่ภัยจากมนุษย์ด้วยกันเอง
             .3.1 แนวทางการป้องกันและแก้ไขอุบัติภัยในโรงเรียน
              การป้องกันและแก้ไขอุบัติภัยในโรงเรียนให้บรรลุผลหรือประสบผลได้อย่างยั่งยืนนั้นต้องคำนึงถึงหลักความปลอดภัย ซึ่งต้องเกิดมาจากองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับบุคคล (ผู้ที่อยู่ในโรงเรียนทั้งหมด) องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัย และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการบริหารงานด้านความปลอดภัยในโรงเรียน
              1. องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับบุคคล มีแนวทางการป้องกันและแก้ไข ดังนี้
              1) ผู้บริหารและครูในโรงเรียนต้องรู้จักวิธีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อนักเรียนได้รับอุบัติเหตุฉุกเฉิน ควรมีการปรับปรุงห้องปฐมพยาบาลและสวัสดิการเกี่ยวกับสุขภาพ หากจำเป็นควรมีพยาบาลประจำโรงเรียน ถ้าหากไม่สามารถจัดหาพยาบาลประจำโรงเรียนได้ ครูที่ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับสุขภาพของนักเรียนต้องมีความรู้หรือผ่านการอบรมเรื่องนี้มาโดยตรง
              2) ทางโรงเรียนควรจัดอบรมเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติภัยให้กับนักเรียน
              3) ครูในโรงเรียนต้องคอยสอดส่องดูแลในส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียนหากเกิดเหตุใด ๆ ขึ้น จะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที
              4) ทางโรงเรียนควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยให้กับครู นักเรียน บุคลากรในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างปลอดภัย สร้างนิสัยระมัดระวัง และปลูกฝังการป้องกันภัย โดยสามารถบูรณาการเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ อุบัติภัยจากการจราจร อัคคีภัยและสารพิษต่าง ๆ เข้าไปในกิจกรรมการเรียนการสอน และมุ่งเน้นให้มีการฝึกปฏิบัติหรือกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในโรงเรียน


ที่มา: http://www.vimanloy.com/term2/lesson5_1.php

           2. องค์ประกอบเกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัยภายในโรงเรียน มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้


              1) การดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซมโครงสร้างอาคาร ห้องเรียน โต๊ะ เก้าอี้ บันได และทางเดินให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง ใช้งานได้ตามความเหมาะสม
              2) เครื่องมือและอุปกรณ์ ต้องจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
              3) ควรจัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ และมีการระบายอากาศที่ดีในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องพยาบาล และห้องต่าง ๆ ในอาคารเรียน
              4) สนามโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสนามเด็กเล่น สนามกีฬา และสนามหญ้า ต้องดูแลให้อยู่ในสภาพไม่ชำรุด ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ และไม่มีเศษวัสดุมีคม
              5) สนามเด็กเล่น ต้องจัดสภาพพื้นที่สนามให้ปลอดภัย เช่น บ่อทรายควรมีความหนาอย่างน้อย 9-12 นิ้ว อุปกรณ์เครื่องเล่นต้องได้มาตรฐาน และติดตั้งได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย นอกจากนี้ควรดูแลอุปกรณ์เครื่องเล่นให้ปลอดภัย และตรวจตราอยู่เสมอ หากชำรุดต้องรีบซ่อมแซมแก้ไข
              6) ติดตั้งป้ายประกาศเกี่ยวกับคำเตือนตามสถานที่ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อนักเรียน ดังตัวอย่างข้อความเตือนในป้ายประกาศ เช่น สนามลื่น บันไดชัน ลงช้า ๆ เดินชิดซ้าย เป็นต้น
              3. องค์ประกอบเกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านความปลอดภัยภายในโรงเรียน มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
              1) มีการจัดระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย โดยจัดวางสายไฟต่างๆ ให้เหมาะสม จัดให้มีระบบความปลอดภัย หากเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร โดยเฉพาะบริเวณตู้ทำน้ำเย็นต้องหมั่นตรวจสอบไม่ให้ชำรุดเสียหาย หากพบต้องดำเนินการแก้ไขทันที
              2) มีการจัดให้มีระบบป้องกันอัคคีภัย มีอุปกรณ์ดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพ และควรมีการจำลองสถานการณ์เพื่อฝึกซ้อมการหนีไฟ
              3) มีการจัดบริการความปลอดภัยในการเดินทางไปกลับโรงเรียน โดยมีหัวหน้ากลุ่มนำ การข้ามถนนควรมีครูเวร หรือตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวกบริเวณหน้าโรงเรียน นอกจากนี้ในการให้บริการรถโรงเรียน ต้องจัดสถานที่จอดรถรับ-ส่งนักเรียน แยกเป็นสัดส่วนจากที่จอดรถของผู้ปกครองนักเรียน และที่สำคัญผู้ขับรถของโรงเรียนต้องผ่านการอบรมการขับขี่รถยนต์มาเป็นอย่างดี

              4) จัดให้มีห้องปฐมพยาบาล หรือชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยต้องมีครูที่ผ่านการอบรมความรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
              5) มีการจัดตั้งชมรมทางด้านการป้องกันอุบัติภัยในโรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหากับบุคคลอื่น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ตนจะต้องพบในชีวิตประจำวัน
              6) มีการจัดตั้งกิจกรรมพิเศษที่นอกเหนือจากการเรียนการสอน เช่น การนำนักเรียนออกช่วยดูแลการจราจรบนท้องถนน เรียนรู้วิธีปฏิบัติอย่างถูกต้อง
              7) มีการจัดอบรมการเรียนการสอนที่เน้นการทำกิจกรรมให้มีความรอบคอบและปลอดภัย เช่น กิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ ครูต้องมีความชำนาญ รอบคอบ และแนะนำวิธีการทดลองที่ถูกต้องและปลอดภัย




ที่มา: http://www.vimanloy.com/term2/lesson5_1.php
             
3.2 แนวทางการป้องกันและแก้ไขอุบัติภัยในชุมชน

              ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า อุบัติภัยที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในชุมชน ได้แก่ อุบัติภัยที่มาจากการจราจร จากอัคคีภัย จากการจมน้ำ และจากภัยมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งในแต่ละอุบัติภัยมีแนวทางการป้องกันและแก้ไข ดังนี้
              1. การป้องกันอุบัติภัยจากการจราจร
              1) ควรเรียนรู้กฎจราจร และการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้องปลอดภัย
              2) ต้องสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ คาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อใช้รถยนต์ และรักษากฎจราจรอย่างเคร่งครัด
              3) ต้องไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมาขณะขับขี่ ถ้าเกิดอาการง่วงนอน ควรหยุดพักผ่อนอย่าฝืนใจขับต่อไป
              4) ก่อนใช้ยานพาหนะ ควรตรวจดูสภาพรถให้เรียบร้อย
              5) ผู้ที่โดยสารรถจักรยานยนต์ รถยนต์ส่วนตัว และรถประจำทาง ไม่ควรยื่นอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายออกจากรถ ขึ้นหรือลงจากรถต้องรอให้รถจอดสนิทเสียก่อน และไม่รบกวนสมาธิของผู้ขับขี่
  6) การเดินถนน ควรเดินบนทางเท้า และเดินชิดขวา ถ้าเดินบนถนนที่ไม่มีทางเท้า ให้เดินในด้านที่มองเห็นรถวิ่งสวนมาทุกครั้ง
              7) ถ้าจูงเด็ก ให้เด็กเดินด้านในและจับมือเด็กไว้ให้มั่น
              8) การข้ามถนน ควรใช้สะพานลอยหรือข้ามตรงทางม้าลาย ในกรณีที่ไม่มีสะพานลอยหรือทางม้าลาย ควรข้ามถนนโดยดูทั้งทางด้านขวา-ซ้าย-ขวา ก่อนข้ามเสมอ
              9) อย่าข้ามถนนโดยออกจากที่กำบังตัวอย่างกะทันหัน เช่น ออกจากซอย ออกจากท้ายรถที่จอดอยู่ เสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้
              10) ดูแลรักษา แก้ไข ปรับปรุง สภาพถนน สัญญาณไฟ เครื่องหมายจราจร และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ให้อยู่ในสภาพที่มีความปลอดภัยต่อการจราจร ซึ่งต้องร่วมมือกันทั้งรัฐบาลและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน



             ที่มา: http://www.vimanloy.com/term2/lesson5_1.php

 2. การป้องกันอุบัติภัยจากอัคคีภัย

              1) การจัดระเบียบเรียบร้อยของอาคารบ้านเรือน ทั้งภายในและภายนอก เช่น การจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นหมวดหมู่ การขจัดสิ่งรกรุงรังภายในอาคารบ้านเรือนให้หมดไป เก็บรักษาสิ่งที่อาจเกิดอัคคีภัยได้ง่ายไว้ให้เป็นสัดส่วน
              2) การตรวจตราซ่อมบำรุงสิ่งที่นำมาใช้ในการประกอบกิจการ เช่นอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ เครื่องจักรกล ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และปลอดภัย
              3) อย่าฝ่าฝืนข้อห้ามที่พึงระวัง เช่น อย่าปล่อยให้เด็กเล่นไฟ ควรเก็บไม้ขีดไฟหรือไฟแช็กให้พ้นมือเด็ก อย่าจุดธูป จุดเทียนทิ้งไว้โดยไม่มีคนดุแล อย่าเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ อย่าใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อย่าจุดหรือเผาขยะมูลฝอย หญ้าแห้ง โดยไม่มีคนดูแล อย่าสูบบุหรี่ขณะเติมน้ำมันรถ ดูแลการหุงต้มเมื่อเสร็จการหุงต้มแล้วให้ดับไฟ ถ้าใช้เตาแก๊สต้องปิดให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน และก่อนเข้านอนควรตรวจตราภายในบ้านให้เรียบร้อย
              4) การให้ความร่วมมือที่ดี จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้ไว้ และปฏิบัติตามข้อห้ามที่วางไว้เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ภายในชุมชนควรจัดให้มีการฝึกซ้อมเพื่อการหนีไฟไหม้ด้วย
              5) เตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้ดับเพลงไว้ให้พร้อม เช่น ต้องมีน้ำตุ่มเตรียมไว้สำหรับสาดรด เตรียมทรายและเครื่องดับเพลิงเคมีไว้ให้ถูกที่สำหรับดับเพลิงขั้นต้น แต่ถ้าหากเกิดอัคคีภัยขึ้นผู้ประสบเหตุควรปฏิบัติตน ดังนี้
              (1) ตั้งสติให้ดี รีบแจ้งข่าวเพลิงไหม้กับหน่วยดับเพลิงที่ใกล้ที่สุด
              (2) หากมีความชำนาญพอให้ดับเพลิงด้วยเครื่องมือดับเพลิงที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ
              (3) รีบหนีให้เร็วที่สุด หากมีควันไฟฟุ้งกระจายหนาทึบใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและให้ก้มคลานหนีออกไป หายใจสั้น ๆ ทางจมูก เพราะอากาศระดับพื้นล่างดีกว่าอากาศด้านบน และอย่าหายใจทางปาก
              (4) หากอยู่ในอาคารห้ามใช้ลิฟต์หรือบันไดเลื่อนในขณะเกิดเหตุ
              (5) ถ้าติดอยู่ในห้องที่มีควันไฟ ให้หมอบคลานตามพื้นไปยังหน้าต่าง เพื่อเปิดแล้วตะโกนขอความช่วยเหลือ และหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์
              (6) ให้คลำประตูทุกบาน ถ้าร้อนอย่าเปิด ถ้าเย็นจึงเปิดออกช้าๆ ยืนหลังพิงประตู ดูทางให้แน่ใจก่อน

          3. การป้องกันอุบัติภัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน


              1) เพื่อความไม่ประมาท สังเกตหาทางออกฉุกเฉิน บันไดหนีไฟ เมื่อเข้าไปอยู่ในที่ชุมชน เช่น โรงภาพยนตร์ หอประชุม ศูนย์การค้า เป็นต้น
              2) สถานที่ต่าง ๆ เช่น สวนสนุก เครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร ผู้ประกอบการจะต้องมีมาตรการในการดูแลความปลอดภัย การซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้ได้มาตรฐาน และมีผู้ดูแลเครื่องเล่นตลอดการใช้บริการ
              3) อุบัติเหตุจากการจมน้ำ เป็นอุบัติเหตุอีกอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดได้ทุกสถานที่ จึงควรหัดว่ายน้ำ และใช้ห่วงยางหรือเสื้อชูชีพทุกครั้งเวลาลงเรือ
              4) หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่เสี่ยงอันตรายและมีความรุนแรง เช่น ที่มั่วสุมของผู้มีพฤติกรรมเป็นอันธพาล คนเมาสุรา หรือยาเสพติด หรือเดินทางไปในที่เปลี่ยวยามวิกาล


ประเด็นคำถาม


1.จงอธิบายความหมายและระบุรูปแบบของสถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชนได้
2.จงอธิบายและระบุผลกระทบจากพฤติกรรมเสี่ยงของของบุคคลที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติภัยได้
3. จงอธิบายและเสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขอุบัติภัยในโรงเรียนและชุมชนได้


กิจกรรมเสนอเสนอแนะ


1.ให้นักเรียนเขียนบันทึกเกี่ยวกับประสบการณ์ในชีวิตด้านพฤติกรรมเสี่ยงขอ
ตนเองและผลที่เกิดขึ้นและออกมาเล่าให้เพื่อนในชั้นเรียน
2.แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 5- 6 คน โดยครุตั้งคำถามและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงความคิดเห็นว่า สมชิกกลุ่มมีจิตสำนึกเกี่ยวกับความปลอดภัยอย่างไรบ้าง

การบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อื่นๆ

1.สาระการเรียนรู้ภาษาไทย การวิเคราะห์บทความเกี่ยวความปลอดภัยในโรงเรียนและชุมชน
2.สาระการเรียนรุููู้้้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เกี่ยวกับ สำรวจแหล่งก่อให้เิกิดปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียน

แหล่งที่มาข้อมูล

1http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?
2.http://www.vimanloy.com/term2/lesson5_1.php


เข้าชม : 20338
นำเสนอโดย : จักรวัฒน์ เครือคำอ้าย
โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อำเภอเมิอง จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 (เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน)
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ สุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
รู้ได้ไงว่าเราเป็น เบาหวาน!!!
โดย : [เข้าชม : 4530 ]
ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง Female Condom(FC.)
โดย : [เข้าชม : 31764 ]
ถุงยางอนามัยชาย( Condom)
โดย : [เข้าชม : 46041 ]
แคปซูลคุมกำเนิด
โดย : [เข้าชม : 30305 ]
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
โดย : [เข้าชม : 34260 ]
ยาแปะคุมกำเนิด
โดย : [เข้าชม : 29141 ]
อยากปึ๋งปั๋ง ระวังเสี่ยงตาย!
โดย : [เข้าชม : 29982 ]
ฝ้าขาวในน้ำประปา คืออะไร ดื่มได้หรือไม่
โดย : [เข้าชม : 30124 ]
ประวัติกีฬาฟุตซอล
โดย : [เข้าชม : 33104 ]
กินวิตามิน c เสี่ยงเป็นนิ่ว
โดย : [เข้าชม : 34180 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
WEEE Man
" มัมมี่ (Mummy) " ปริศนามนุษย์พันปี
หนทางหนึ่งของความปรองดองกับเสภาสามัคคีเสวก วิศวกรรมา
The Best Remedy
มาช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมกันเถอะ
จิตใจที่แจ่มใสอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์
บี้ เดอะสตาร์ ลาบวช
สบู่ทำมือ(ถ่านไม้ไผ่)
Ordinal number
เด็กมหัศจรรย์ไล่ตามความฝัน สัมภาษณ์ประธานาธิบดี Obama
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |