[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : สุขศึกษาและพลศึกษา
ไขปัญหา 12 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องหวัด และไข้หวัดใหญ่ (Lisa)
ศุกร์ ที่ 23 เดือน กันยายน พ.ศ.2554
ความเชื่อเกี่ยวกับหวัดและไข้หวัดใหญ่มีอยู่มากมาย เช่น เชื่อว่าวิตามินซีช่วยป้องกันหวัดได้ หรือเชื่อว่าถ้าคุณแข็งแรงแล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน ความจริงก็คือความเชื่อเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป เราจึงต้องไขปริศนากันในวันนี้   

         ประเด็นข่าวขปัญหา 12 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องหวัด และไข้หวัดใหญ่ (Lisa)

                         คุณคิดว่ารู้จักโรคพื้นบ้านอย่าง "หวัด" กับ "ไข้หวัดใหญ่" ดีแล้วหรือ? ลองทบทวนความเชื่อเหล่านี้ดูใหม่เพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกันหวัดกันเถอะ

        กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและผู้ที่สนใจทั่วไป

ที่มารูปภาพ http://variety.teenee.com/foodforbrain/img5/118809.jpg

Expert’s Corner

          ตอบคำถามความเชื่อเรื่องหวัดอีก 6 ข้อกับ พญ.อรอุมา บรรพมัย อายุรแพทย์ (ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมโรคติดเชื้อ) ร.พ.สมิติเวช สุขุมวิท

1.จริงหรือเปล่าที่ว่าตากฝนแล้วจะเป็นหวัด?

          ความเชื่อนี้คงไม่จริง 100% แต่ถ้าถามว่าตากฝนแล้วอาจเป็นหวัดได้มั้ย? เราพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นหวัดจากการเดินลุยฝนหลังตกใหม่ ๆ ที่ชะเชื้อโรคลงมาแล้วก็อาจจะมาโดนตัวเรา ผ่านเข้ามาทางลมหายใจ หรือแม้แต่น้ำฝนที่มีเชื้อโรคมาถูกเสื้อหรือเส้นผม แล้วเราไม่ได้อาบน้ำเลย เชื้อก็จะอยู่บนตัวเราค่อนข้างนาน และสามารถเข้าไปในร่างกายได้

2.ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แล้วจะไม่เป็นหวัดเลย

          อันนี้ก็เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ตามชื่อคือมันไม่ได้ป้องกันไข้หวัดธรรมดา และถึงจะป้องกันไข้หวัดใหญ่ ก็ป้องกันได้ 80-90% แต่ตอนนี้องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทุกคนฉีดวัคซีน เพราะคนแข็งแรงก็มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ แต่ว่าคนที่ควรจะมาฉีดหรือบังคับให้มาฉีดก็คือเด็ก ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือคนที่กินยาบางประเภท เช่น ยาจำพวกแอสไพริน เพราะว่าการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เขามีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

3.ในปัจจุบันเรายังไม่มียาฆ่าเชื้อหวัด

          ขึ้นอยู่กับว่าเชื้อหวัดนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส สมมติว่าเป็นอย่างหลัง ส่วนใหญ่ก็จะใช้ยารักษาตามอาการหรือการพักผ่อน คือจะไม่มียารักษาที่เฉพาะเจาะจง แต่จะเน้นไปที่การพักผ่อน นอนหลับ ดื่มน้ำ กินอาหารทีดีและมีประโยชน์ แต่ถ้าเชื้อนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และคนไข้มีอาการเจ็บคอ ไอเยอะ มีเสมหะสีเขียว เราก็อาจให้ยาปฏิชีวนะเสริมเข้าไป

          ไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียจะมีลักษณะคล้ายกัน 80-90% ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส และเชื้อพวกนี้สามารถทำให้เป็นไข้และเจ็บคอได้เหมือนกัน แต่เราอาจเห็นอาการบางอย่าง เช่น น้ำมูกเขียว เสมหะเขียว จากการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

4.หน้ากากอนามัยไม่สามารถป้องกันหวัดได้
          ไม่สามารถป้องกันได้ 100% อาจจะป้องกันได้ระดับหนึ่งคือ 30-40% เพราะมันคาดที่จมูกและครอบปากเราไว้แต่ไม่ได้ปิดทั้งหมด เวลาที่เราไอหรือจามมันก็จะลอดผ่านช่องที่จมูกหรือคาง ถ้าเค้าไอ จาม หรือน้ำลายหรือเสมหะกระเด็นไปโดนโต๊ะ แล้วเราเอามือไปจับแล้วไปแคะขี้มูก จับตา เชื้อก็จะสามารถเข้ามาในร่างกายเราได้

5.เราต้องดื่มน้ำอุ่น และไม่ดื่มน้ำเย็นเวลาเป็นหวัด

          จริง ๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด จะดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น อะไรก็ตามที่เป็นของเหลว ๆ เนี่ยดื่มได้ เพียงแต่ว่าถ้าเราดื่มน้ำอุ่น เราจะรู้สึกสบายคอกว่า ถ้าเรามีเสมหะ เสมหะก็จะนิ่มกว่า ขับออกมาได้ง่าย จริง ๆ แล้วคนไข้อาจจะอยากดื่มน้ำเย็นก็ได้ แต่ขอให้ดื่มในปริมาณเยอะ ๆ เพราะว่าการดื่มน้ำเยอะ ๆ จะทำให้เสมหะในลำคอนิ่มขึ้นภาวะน้ำไหลในร่างกายเยอะขึ้น เราจึงรู้สึกสดชื่นขึ้น และอุณหภูมิในร่างกายเราก็จะลดลงด้วย

6.ถ้าไม่กินยาปฏิชีวนะแล้วจะไม่หาย

          คนไข้ชอบขอยาปฏิชีวนะกินเลย แต่อย่างที่หมอบอกไปแล้ว 80-90% ของไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ แต่คนไข้ส่วนใหญ่จะแปลกใจถ้าหมอไม่จ่ายยาฆ่าเชื้อ หรือมีความเชื่อว่าถ้าหมอไม่จ่ายยาฆ่าเชื้อให้แล้วจะไม่หาย ทั้งที่ความจริงก็คือการใช้ยาฆ่าเชื้อเกินความจำเป็นจะทำให้เชื้อโรคดื้อยา

ความเชื่อผิด ๆ 1 : ไข้หวัดใหญ่ก็คือหวัดธรรมดาฉบับอัพเกรด

          ไม่จริงเลย หวัดธรรมดาสามารถเกิดจากเชื้อหลากหลาย เช่น Rhinovirus ที่เป็นสาเหตุของหวัด 30-35% ในผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามชนิด (Influenza Virus) คือมีทั้งประเภท A, B และ C และมีอาการต่างกันด้วย เช่น ไข้หวัดใหญ่จะไม่รู้สึกคัดจมูก ไอแห้ง ไม่มีเสมหะ มีไข้สูงมาก คลื่นเหียน รู้สึกหนาวสั่น อ่อนเพลีย และอาจมีระยะเวลาป่วยนานกว่าไข้หวัดธรรมดา

ความเชื่อผิด ๆ 2 : ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลไม่เป็นอันตราย

          เมื่อปีก่อนเราตื่นตัวกันมากกับเชื้อไข้หวัดหมู จนหลายคนลืมนึกถึงไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่อาจเป็นอันตรายได้เหมือนกัน ซึ่งคุณอาจมีอาการแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ได้ แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติในระยะเวลาอันสั้น แต่ถ้านับเฉพาะสหรัฐฯ ที่เดียว ทุกปีจะมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ถึง 200,000 ราย และจากจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 36,000 ราย นี่พอ ๆ กับจำนวนผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม และมากกว่าผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ถึงสองเท่า

ความเชื่อผิด ๆ 3 : ถ้าฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วปีหน้าไม่ต้องฉีดก็ได้

          นี่เป็นความเข้าใจผิด เพราะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต่างจากวัคซีนชนิดอื่น ที่ให้ระยะเวลาการคุ้มครองจากเชื้อโรคนานเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีแนวโน้มระบาดจะเปลี่ยนไปทุกปี นักวิจัยจึงต้องพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ขึ้นมาสู้ทุกปีเช่นกัน ฉะนั้น เราจึงควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีนั่นเอง

ความเชื่อผิด ๆ 4 : ถ้าเราเป็นหวัดแล้ว ในปีนั้น เราจะไม่เป็นอีก

          บางคนคิดว่าพอเป็นหวัดแล้วคุณจะไม่เป็นอีกในปีนั้น และไม่ยอมไปฉีดวัคซีน แต่การติดเชื้อหวัดหรือไข้หวัดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้จากเชื้อหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมักจะมีทั้ง Type A และ B ที่ระบาดในหนึ่งฤดูกาล จึงเป็นไปได้ที่คุณจะเป็นไข้หวัดใหญ่อีกครั้ง และเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ความเชื่อผิด ๆ 5 : หากเราเป็นหวัดนานแล้ว ไม่หายสักที เราอาจเป็นไซนัสอักเสบก็ได้

          คนส่วนใหญ่มักจะหายจากหวัดภายใน 10 วัน แม้อาจจะมีอาการคัดจมูก ปวดศีรษะ หรือมีน้ำมูกไหลอยู่ หากคุณไม่หายจากหวัดสักที อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเป็นไซนัสอักเสบ ลองสังเกตดูว่ามีอาการไข้ย้อนรึเปล่า ซึ่งคุณอาจจะรู้สึกว่าหายเป็นปกติแล้ว แต่กลับไข้ขึ้นอีกครั้งและมีอาการหนักกว่าเดิม นี่อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียและคุณอาจต้องการยาปฏิชีวนะก็ได้

 ความเชื่อผิด ๆ 6 : วิตามินซีช่วยป้องกันไข้หวัดได้

          มีความเชื่อว่าการกินวิตามินซีจะช่วยป้องกันหวัดได้ เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ในปี 2007 Cochrane Library เปิดเผยการศึกษาซึ่งชี้ว่า การกินวิตามินซีเสริมวันละ 200 มิลลิกรัม ไม่มีผลต่อความรุนแรงหรือระยะเวลาการเกิดไข้หวัด แต่อย่างไรก็ดี หากคุณเป็นคนที่เจอกับความเครียดมากกว่าปกติ เช่น เป็นนักวิ่งมาราธอน เป็นทหารหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ๆ การกินวิตามินซีเสริมทุกวันอาจช่วยลดโอกาสเกิดไข้หวัดได้ถึงครึ่ง

          สำหรับคนที่ต้องการกินวิตามินซีเสริม ปริมาณที่แนะนำคือ 90 มิลลิกรัม ต่อวันสำหรับผู้ชาย และ 75 มิลลิกรัม ต่อวันสำหรับผู้หญิงหากเกินกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะทำให้คุณเสี่ยงต่อนิ่วในไต ท้องร่วง และคลื่นเหียนได้

        ประเด็นคำถาม

ไข้หวัดมีกี่ชนิด อะไรบ้าง

        กิจกรรมเสริม

ให้นักเรียนจัดนิทรรศการ โรคไข้หวัดแต่ละชนิดให้กับผู้ที่สนใจได้เรียนรู้และศึกษา

        การบูรณ่าการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ

        1.ภาษาอ้งกฤษ การเขียนคำศัพท์

        2.คณิตศาสตร์ การคำนวณ, สถิติ

        3.ภาษาไทย การอ่านจับใจความ,การย่อความ,ความหมายของคำ

        ที่มาข้อมูล

         http://variety.teenee.com/foodforbrain/






เข้าชม : 4410
นำเสนอโดย : นายสมัย อาจหาญ
โรงเรียนวัดเจ็ดยอด อ.เมือง
สพป. เชียงใหม่ เขต 1
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ สุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
นอนไม่หลับเป็นภัยกับผู้สูงอายุ เป็นชนวนโรคความดันโลหิตสูง
โดย : [เข้าชม : 22187 ]
รู้ได้ไงว่าเราเป็น เบาหวาน!!!
โดย : [เข้าชม : 36681 ]
ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง Female Condom(FC.)
โดย : [เข้าชม : 61607 ]
ถุงยางอนามัยชาย( Condom)
โดย : [เข้าชม : 96183 ]
แคปซูลคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด (ปรับปรุง2558)
โดย : [เข้าชม : 61938 ]
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
โดย : [เข้าชม : 70913 ]
แผ่นแปะคุมกำเนิด(พลาสเตอร์คุมกำเนิด)
โดย : [เข้าชม : 55372 ]
อยากปึ๋งปั๋ง ระวังเสี่ยงตาย!
โดย : [เข้าชม : 54591 ]
ฝ้าขาวในน้ำประปา คืออะไร ดื่มได้หรือไม่
โดย : [เข้าชม : 55319 ]
ประวัติกีฬาฟุตซอล
โดย : [เข้าชม : 68404 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
คนดวงเฮงโผล่ ถูกแจ็กพอต 8.5 พันล้านบาท
ความผิดปกติของพัฒนาการทางเพศ (disorders of sexual development)
ภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็ง ชื่อ “เอยาฟยาลาเยอคูล” (Eyjafjallajoekull)ปะทุที่ไอร์แลนด์
คิดเลขในใจ.....กับวัยสูงอายุ
ประกาศผลสอบ....แอ๊ดมิชชัน ออกแล้ว....!
ไชโยฝนตกแล้วเย็นชื่นฉ่ำแต่ ? ระวัง
โรดแมป...แย็บเพื่อแก้ขัดแย้ง...จริงหรือ
"Personality"
สมการความรัก (สมการภาค 2)
Months
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |