[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
การศึกษาไทยเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ศุกร์ ที่ 9 เดือน กันยายน พ.ศ.2554

นับถ้อยหลังอีกไม่กี่เกิน 4 ปี เราจะเข้าสู่สังคมอาเซียน...การศึกษามีบทบาทสำคัญในการเตรีมเยาวชให้มีความพร้อมและตระหนักในการเป็นพลเมืองอาเซียน   

1

 
           จากการได้ศึกษาดูงานโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จึงอยากนำมาเปลี่ยนเปลี่ยนคุณครูและนักเรียนค่ะ

 1. ความเป็นมาของอาเซียน

                อาเซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Assciation of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ(The Bangkok Declaration ) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ลงนามใน      

            ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) เพื่อจัดตั้งสมาคมความร่วมมือกันในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม การพัฒนาวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก และการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคง ในพื้นที่และเป็นการเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติของระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆ ในเอเชีย ในเวลาต่อมาได้มี บูรไนดารุสซาราม  (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 มกราคม 2527)สาธารณรัฐสังคมคมนิยมเวียดนาม (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2538) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) สหภาพพม่า (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542) ตามลำดับทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10ประเทศ  


วัตถุประสงค์หลัก

           ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ

      1.  ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี

           วิทยาศาสตร์ และการบริหาร

      2.  ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค

      3.  เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค

      4.  ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี

      5. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

      6. เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม

      7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ

 

                         ตลอดระยะเวลา กว่า 40ปีที่มีการก่อตั้งอาเซียน ถือว่าได้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองเเละความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยได้รับ ประโยชน์อย่างมากจากความร่วมือต่างๆของอาเซียน   ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์จากการที่ภูมิภาค เป็นเสถียรภาพและสันติภาพ อันเป็นผลจากกรอบความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านสังคมและ วัฒนธรรม ซึ่งถ้าหากไม่มีความร่วมมือเหล่านี้แล้ว คงเป็นการยากที่จะพัฒนาประเทศได้โดยลำพัง

 

หลักการพื้นฐานของความร่วมมืออาเซียน

         ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้ยอมรับในการปฏิบัติตามหลักการพื้นฐาน ในการดำเนินงานในเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกัน อันปรากฏอยู่ในกฎบัตรอาเซียนซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของอาเซียน ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2551 และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia หรือ TAC) ซึ่งประกอบด้วย

- การเคารพซึ่งกันและกันในเอกราช อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณาการแห่งดินแดนและเอกลักษณ์ประจำชาติของทุกชาติ

- สิทธิของทุกรัฐในการดำรงอยู่โดยปราศจากจากการแทรกแซง การโค่นล้มอธิปไตยหรือการบีบบังคับจากภายนอก

- หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน

- ระงับความแตกต่างหรือข้อพิพาทโดยสันติวิธี

- การไม่ใช้การขู่บังคับ หรือการใช้กำลัง

- ความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างประเทศสมาชิก

 

             นอกจากหลักการข้างต้นแล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงช่วงก่อนที่กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้               อาเซียนยึดถือหลักการฉันทามติเป็นพื้นฐานของกระบวนการตัดสินใจและกำหนดนโยบาย มาโดยตลอด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การที่อาเซียนจะตกลงกันดำเนินการใดๆ ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดทั้งสิบประเทศ จะต้องเห็นชอบกับข้อตกลงนั้นๆ ก่อน

การที่อาเซียนยึดมั่นในหลัก ฉันทามติและ การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกันหรือที่ผู้สังเกตการณ์อาเซียนเรียกว่า วิถีทางของอาเซียน’ (ASEAN’s Way)ในทางหนึ่งนั้น ก็ถือเป็นผลดีเพราะเป็นปัจจัย ที่ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ในเรื่องระบบการเมือง วัฒนธรรมและฐานะทางเศรษฐกิจ มีความ สะดวกใจในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก และดำเนินความร่วมมือในกรอบอาเซียน แต่ในอีกทางหนึ่งฉันทามติและ การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกันก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในหลายโอกาสว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระบวน การรวมตัวกันของอาเซียนเป็นไปอย่างล่าช้า รวมถึงทำให้อาเซียนขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากถูกมองว่ากลไกที่มีอยู่ ของอาเซียน ล้มเหลว ในการจัดการกับปัญหา ของอาเซียนเองที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกใดประเทศสมาชิกหนึ่งได้ อย่างไรก็ดี การยึดถือฉันทามติในกระบวนการตัดสินใจ ของอาเซียน ได้เริ่มมี ความยืดหยุ่นมากขึ้นหลังจากที่กฎบัตรอาเซียน มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551  เนื่องจาก กฎบัตรอาเซียนได้เปิดช่องให้ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน พิจารณาหาข้อยุติในเรื่องที่ประเทศสมาชิกไม่มีฉันทามติได้

 

โครงสร้างของอาเซียน

โครงสร้างของอาเซียนจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ ดังนี้


สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat)

            สำนักเลขาธิการอาเซียนได้จัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงที่ลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน

ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 1 ในปี 2519 เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและดำเนินงาน

ตามโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างสมาคมอาเซียน คณะกรรมการ ตลอดจนสถาบันต่าง ๆ และรัฐบาลของประเทศสมาชิก

            สำนักเลขาธิการอาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซียโดยมีหัวหน้าสำนักงานเรียกว่า เลขาธิการอาเซียนซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 35 ได้แต่งตั้งนาย Ong Keng Yong” ชาวสิงคโปร์ เป็นเลขาธิการอาเซียนคนใหม่แทนนาย Rodolfo C. Severino Jr. เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน โดยจะมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2546) และมีรองเลขาธิการอาเซียนจำนวน 2 คน (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งโดยชาว มาเลเซียและเวียดนาม)

สำนักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือกรมอาเซียน (ASEAN National Secretariat)

           เป็นหน่วยงานในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิก ซึ่งแต่ละประเทศได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ ประสานงานเกี่ยวกับอาเซียนในประเทศนั้น ๆ และติดตามผลของการดำเนินกิจกรรม/ความร่วมมือต่าง ๆ สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการจัดตั้งกรมอาเซียนให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานด้านอาเซียนดังกล่าว  กลับด้านบน

 

 กฎบัตรอาเซียน

          เป็นร่างสนธิสัญญาที่ทำร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรของสมาคม ทั้งนี้เพกฎบัตรอาเซียน เป็นร่างสนธิสัญญา ที่ทำร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการวาง กรอบทาง กฎหมายและโครงสร้างองค์กรของสมาคม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียน ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียน ได้ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ จะมีการจัดทำร่างกฎบัตรอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพของอาเซียนในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัว เป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ จะมีการจัดทำร่าง กฎบัตรอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550

 

ภาษาทางานของอาเซียน

ภาษาทางานของอาเซียน คือ ภาษาอังกฤษ


อัตลักษณ์และสัญลักษณ์

อาเซียนจะต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมกันของตนและความรู้สึกเป็นเจ้าของในหมู่ประชาชนของตน เพื่อให้บรรลุชะตา เป้าหมาย และคุณค่าร่วมกันของอาเซียน


คำขวัญของอาเซียน

 วิสัยทัศน์เดียว อัตลักษณ์เดียว ประชาคมเดียว


สัญลักษณ์ของอาเซียน คือ ต้นข้าวสีเหลือง
10 ต้นมัดรวมกันไว้ หมายถึงประเทศสมาชิกรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ และ สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือ

http://61.7.221.113/Asianroom/th/images/stories/ASEAN/Images/asean.gif

 

ธงของอาเซียน

 

http://61.7.221.113/Asianroom/th/images/stories/ASEAN/Images/asean-flag.jpg

 

การศึกษากับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

               การศึกษามีหน้าที่โดยตรงที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนและเตรียมการเพื่อก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียนให้ทันตามกำหนด ในกรอบความร่วมมือ

ของประชาคมอาเซียนทั้ง 3 เสาหลัก (Three Pillars of ASEANnCommunity) ซึ่งประกอบด้วยประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community - APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN Socio-Cultural Community - ASCC) อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะหน่วยวิจัยและพัฒนานโยบายและแผนการศึกษาของชาติ จำเป็นที่จะต้องมีความตระหนักรู้และมีความ

พร้อมในการกำหนดนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ที่สอดคล้องกับนโยบายในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่มุ่งสร้างคนไทยยุคใหม่ให้มีความรู้ความดี และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ซึ่งหมายรวมถึงการจัดการศึกษาเพื่อให้คนไทยมีความพร้อมที่จะเป็นพลเมืองอาเซียนที่สามารถแข่งขันได้และอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติสุข ตลอดจนเป็นต้นแบบการดำเนินการเพื่อขยายผลความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ในภูมิภาคเดียวกันอีกด้วย

2. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกับแนวทางการบริหารจัดการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน

 

               การบริหารจัดการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียนให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเด็กไทยให้มีศักยภาพและคุณลักษณะที่จะดารงชีวิตในประชาคมอาเซียนได้อย่างมีความสุข หน่วยงานด้านการศึกษาทุกระดับ ตลอดจนทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องร่วมมือกัน

2.1. แนวทางการบริหารจัดการของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

                สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน กากับ ติดตาม ประเมินผล เพื่อให้การดาเนินงานพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียนบรรลุเป้าหมาย ดังนี้

1.1 กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการ และกิจกรรมในจัดการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน

1.2 แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทางานดาเนินการตามแผนยุทธศาสตร์

1.3 ประชุม/อบรม/ชี้แจง/สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับ การดาเนินงานการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียนแก่ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และผู้เกี่ยวข้อง

1.4 สนับสนุนและจัดสรรงบประมาณให้สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในการดาเนินงาน

1.5 พัฒนาสื่อสาหรับสถานศึกษานาไปใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1.6 เสริมสร้างความตระหนัก ความรู้ และความเข้าใจ เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

1.7 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การประกวด การแข่งขัน การจัดกิจกรรม การแลกเปลี่ยนนักเรียน เป็นต้น

1.8 ส่งเสริม สนับสนุนให้จัดตั้งองค์กรดาเนินงานเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน เช่น สมาคม/ชมรมครูอาเซียน

1.9 กากับติดตาม ประเมินผลการดาเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา

1.10 ประชาสัมพันธ์การดาเนินงานอย่างต่อเนื่องในรูปแบบที่หลากหลาย

2.2. แนวทางการบริหารจัดการของเขตพื้นที่การศึกษา

การบริหารจัดการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียนให้บรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ เขตพื้นที่การศึกษาควรมีแนวทางการบริหารจัดการ ดังนี้

                2.1 แต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย ผู้อานวยการ/รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้อานวยการสถานศึกษา และบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้อง

                2.2 ประชุมคณะกรรมการ สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการดาเนินงานตลอดแนว พร้อมวางแผนกำหนดกิจกรรม ปฏิทินดาเนินงาน

                2.3 ส่งเสริม สนับสนุนทรัพยากรในการดาเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เช่น งบประมาณ บุคลากร วัสดุ ครุภัณฑ์ เอกสาร เป็นต้น

2.4 วางแผนพัฒนาครู ผู้บริหาร บุคลากรในโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้อง

2.5 จัดตั้งเครือข่ายในระดับเขตพื้นที่ มีผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด ผู้แทนหอการค้าจังหวัด ผู้แทนฝ่ายความมั่นคง ผู้แทนฝ่ายวัฒนธรรม ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา เป็นต้น

2.6 กาหนดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดาเนินงานการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียนเป็นประจาทุกปีการศึกษา ในช่วงวันอาเซียน (วันที่ 8 สิงหาคมของทุกปี) หรือช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยกำหนดให้มีกิจกรรมประกวด แข่งขัน อันแสดงให้เห็นถึงความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

2.7 ส่งเสริม สนับสนุนให้จัดตั้งองค์กรดาเนินงานเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน เช่น สมาคม/ชมรมครูอาเซียน

2.8 กำหนดให้มีการวางแผนการนิเทศ กากับ ติดตาม ประเมินผลอย่างเป็นระบบ และรายงานการดาเนินงาน

2.9 ประชาสัมพันธ์การดาเนินงานอย่างต่อเนื่องในรูปแบบที่หลากหลาย

 


2.3. แนวทางการบริหารจัดการของสถานศึกษา

                การบริหารจัดการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน ให้บรรลุเป้าหมาย สถานศึกษาควรมีแนวทางทางการดาเนินงานและจัดการ ดังนี้

3.1 แต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย ผู้อานวยการสถานศึกษา รองผู้อานวยการสถานศึกษา และครูผู้รับผิดชอบการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน และผู้แทนจากหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

3.2 ประชุมคณะกรรมการ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนัก ในการดาเนินงานตลอดแนว พร้อมวางแผนกำหนดกิจกรรม/ปฏิทินการดาเนินงาน

3.3 ส่งเสริม สนับสนุนทรัพยากรในการดาเนินงาน เช่น งบประมาณ บุคลากร วัสดุ ครุภัณฑ์ เอกสาร เป็นต้น

3.4 วางแผนพัฒนาครู บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องให้สามารถดาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.5 จัดตั้งเครือข่ายในสถานศึกษา มีผู้เกี่ยวข้อง เช่น นายอำเภอ ผู้แทนฝ่ายวัฒนธรรม ผู้แทนสานักงานเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อานวยการ/รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อานวยการสถานศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น

3.6 กำหนดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดาเนินงานพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียนเป็นประจาทุกปี โดยกำหนดให้มีกิจกรรมประกวด แข่งขัน อันแสดงให้เห็นถึงความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

3.7 กำหนดให้มีการนิเทศภายในสถานศึกษาตามอย่างเป็นระบบ

                3.8 สนับสนุนให้ครูและบุคลากรในสถานศึกษาเป็นสมาชิกสมาคม/ชมรมครูอาเซียนทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติ

                3.9 มีการสรุปและรายงานผลการดาเนินงาน พร้อมประชาสัมพันธ์การดาเนินงานอย่างต่อเนื่องในรูปแบบที่หลากหลาย

 

2.4. แนวทางการส่งเสริมสนับสนุนของหน่วยงาน องค์กร เครือข่ายอื่น ๆ

                4.1 จัดทำโครงการผู้นาเยาวชนอาเซียนในเชิงวิชาการ สันทนาการ วัฒนธรรม และให้ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้

                4.2 บูรณาการขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมในการดาเนินชีวิต เพื่อเสริมสร้างพลังแก่เยาวชนอาเซียน

                4.3 สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการจัดตั้งเครือข่ายเยาวชนอาเซียน พัฒนาเครือข่ายผู้นาเยาวชนอาเซียน ให้มีความแข็งแกร่งระดับภูมิภาคในด้านต่างๆ (ประเพณี วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม) ด้วยการให้องค์กรของรัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานอื่นเข้ามามีส่วนร่วม

                4.4 ใช้ศิลปะ วัฒนธรรม และสื่อเทคโนโลยี เป็นสื่อในการพัฒนาวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน

                4.5 ส่งเสริมภาวะผู้นาเพื่อนาไปสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการศึกษาทั้งในและนอกโรงเรียน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างกันในภูมิภาค

                4.6 ส่งเสริมให้เยาวชนแบ่งปันความคิดและเป้าหมายร่วมกันด้วยการสร้างเครือข่ายและนาเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้มีความเข้าใจร่วมกันภายใต้การสนับสนุนขององค์กรภาครัฐและเอกชน

                4.7 จัดทาโครงการเสียงจากเยาวชนอาเซียนสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ข้อเสนอของเยาวชนอาเซียนเป็นรูปธรรมได้แก่ โครงการอาสาสมัครสอนหนังสือแก่เยาวชนด้อยโอกาสโดยจัดตั้งเครือข่ายยุวทูตด้านการศึกษาในอาเซียน เพื่อสนับสนุนพลังของเยาวชนในการจัดการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาตลอดชีวิต

                4.8 จัดตั้งชมรมวัฒนธรรมอาเซียนในสถานศึกษาเพื่อเผยแพร่กิจกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายของภูมิภาค

                4.9 มีเว็บไซต์เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างเยาวชนอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี และเครือข่ายของเยาวชนอาเซียน

 

3. Sister School (จัดการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน) : โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย โรงเรียน

               ข้อมูลพื้นฐาน      ตั้งอยู่ที่ ต.ทะเลชุบศร  อ.เมืองลพบุรี  จ.ลพบุรี 15000 มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ นักเรียนประมาณ 4,000 คน เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

                โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี ได้รับการคัดเลือกจาก สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เป็น 1 ใน30 โรงเรียนประเภท sister school ตามโครงการพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน(spirit of asean) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจัดขึ้นเพื่อรองรับปฏิญาณ ชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อบรรลุประชาคมอาเซียนที่ตอบสนองการสร้างเป็นประชาคมการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมธรรม ภายในปี 2558
               โดยมีเป้าหมายคือ การจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาในสถานสังกัด สพฐ. จำนวน 54 โรงเรียน แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1.
buffer school เป็นโรงเรียนที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศสมาชิก และสอนภาษาอาเซียน 1 ภาษา (ประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับโรงเรียน 4 ประเทศคือ ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย) จำนวน 24 โรงเรียน 2. sister school เป็นโรงเรียนที่ไม่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นโรงเรียนที่จะสานสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกต่าง ๆ จัดการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน เน้นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และภาษาอาเซียนอีก 1 ภาษา คือ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย จำนวน 30 โรงเรียนศูนย์อาเซียนศึกษา โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี 2553 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนและมีศักยภาพในการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนัก และพัฒนาเยาวชนไทยให้มีสมรรถนะที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในประชาคมอาเซียนรวมถึงชุมชนที่รายรอบโรงเรียนให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนว่าที่ ร.ต.สุวิช พึ่งตน ผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยกล่าวว่า การที่โรงเรียนได้รับการเลือกเนื่องจากมีศักยภาพและความพร้อมหลายด้านสามารถเป็นแกนนำสร้างเครือข่ายได้ อาทิ เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เปิดสอนเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครูและนักเรียนมีความรู้ความสามารถด้านวิชาการสูง เป็นศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน มีขีดความสามารถในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมสนองนโยบายรัฐบาลได้ โดยได้มอบนโยบายในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนให้แก่ครูและนักเรียน บูรณาการให้ทุกวิชามีการใช้ภาษาอังกฤษให้มากขึ้น

               อาจารย์กนกวรรณ สร้อยคำ ครูผู้รับผิดชอบศูนย์อาเซียนศึกษา โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ริ่มดำเนินการจัดตั้งศูนย์อาเซียนหลังจากเข้าร่วมประชุมที่ กทม. มีแนวทางการดำเนินงานก็กลับมาวางแผนลำดับแรกคือต้องมีศูนย์ก่อนจึงคัดเลือกตึก 6 ชั้น 2 ของโรงเรียน เป็นศูนย์อาเซียนศึกษา จัดซื้อหนังสือ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ แต่งตั้งบุคลากรผู้รับผิดชอบ จ้างครูพม่ามาสอน เหตุผลที่คัดเลือกภาษาพม่าเนื่องจากจังหวัดลพบุรีมีแรงงานพม่าเยอะมาก นักเรียนสามารถช่วยคนในชุมชนในการใช้ภาษาพม่าให้เป็นประโยชน์ หลังจากจัดตั้งศูนย์แล้วได้ให้บริการความรู้แก่ครูและนักเรียน นอกจากนั้นได้เชิญครูในละแวกจังหวัดลพบุรีมาเป็นเครือข่าย ทุกโรงเรียนยินดี แต่คัดเลือก 11 โรง โดยจัดกิจกรรมอาเซียนสัญจรเพื่อให้ความรู้กับทุกโรงเรียน ๆ ละ ครึ่งวัน ตอนนี้มีชุมนุมเยาวชนอาเซียนในทุกโรงเรียนที่มาเข้าค่ายเยาวชนอาเซียนกับเราเพื่อเป็นแกนนำเกี่ยวกับอาเซียนในโรงเรียนเครือข่ายต่อไป นอกจากนี้จัดกิจกรรมเสียงตามสายประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับอาเซียนทุกเช้า เผยแพร่ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนแก่ครู นักเรียนและประชาชน โดยจัดทำ website ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ติดตั้งระบบ wirelessให้บริการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียน โดยมีคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กบริการสืบค้นข้อมูลสำหรับความร่วมมือกับต่างประเทศ ได้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการโรงเรียนคู่พัฒนาระหว่างโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทยกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ กทม. โดยได้ทำข้อตกลงร่วม mou กับ โรงเรียน cimahi sma west jawa Indonesia เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนในการจัดทำโครงการเกี่ยวกับน้ำ การแลกเปลี่ยนครูในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ การแลกเปลี่ยนนักเรียน ข้อตกลงเป็นระยะเวลา 1 ปี การดำเนินงานในช่วงแรกคือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่าง 2 โรงเรียน ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ว่างแผนร่วมกันในการศึกษาดูงานระหว่าง 2 ประเทศ

                จุดเด่นของโรงเรียนนอกจากเน้นเรื่องภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนแล้วยังมีการบูรณาการความรู้เรื่องอาเซียนสอดแทรกผ่านกลุ่มวิชาสาระการเรียนรู้ศิลปะ โดยเชื่อมโยงนำเอาวิชาดนตรีไทย ดนตรีสากล และการฟ้อนรำมาใช้ในการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยแบ่งเป็น 4 ห้อง
ห้องที่ 1 การแสดงดนตรีสากล ห้องที่ 2 การขับร้องเพลงเสียงประสาน ห้องที่ 3 การแสดงดนตรีไทย อังกะลุง และห้องที่ 4 การฟ้อนรำ

 

 

3. การศึกษาดูงานโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย

                 

  

คำบรรยายภาพ

1. ศูนย์อาเซียนของโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย

2. สื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน
3.
อาจารย์กนกวรรณ สร้อยคำ ครูผู้รับผิดชอบศูนย์อาเซียนศึกษากล่าวต้อนรับคณะนักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
4. คณะผู้บริหารกล่าวต้อนรับ
5. ชมการสอนของอมรชัย สถานนนท์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ที่ทำให้เราประทับใจกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ เข้าถึงผู้เรียน และเน้นการแก้การออกเสียงของเด็กอย่างทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                      

คำบรรยายภาพ

                                 1.   Thi Thi Aung ครูผู้สอนภาษาพม่า จากเมืองย่างกุ้ง สอนภาษาพม่าเท่านั้น และสอนเกี่ยวกับวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวพม่าด้วย
                               
2. ห้องเรียนดนตรีตะวันตก  โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล  นักเรียนร้องเพลงประสานเสียง ASEAN WAY เพื่อต้อนรับคณะเยี่ยมชม

                               3. และ 4. นักเรียนคนเก่งโชว์การเล่นเปียโนและไวโอลีนเรียน
                               
5. นักและคุณครูร่วมฝึกซ้อมและเล่นกีต้าร์เพลง ASEAN WAY

 

 

 

                 คำบรรยายภาพ
                                1.
สิ่งศักสิทธิ์ประจำโรงเรียนคือหลวงพ่อขาว วัดพระยาออก
                               
2, 3, 4 และ 5 สื่อการเรียนรู้เรื่องอาเซียน

 

 

 

สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเยี่ยมชมโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย
                     ความตระหนักและร่วมมือของบุคลากรในสถานศึกษา ผู้บริหารและผู้สอนทุกคนต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ประชาคมอาเซียนเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
                   
การจัดการเรียนรู้ประชาคมอาเซียนสิ่งสำคัญที่ต้องเน้นคือภาษาอังกฤษ เพราะเป็นภาษากลางของการสื่อสารระหว่าง
10 ประเทศ ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญในการสอนนักเรียนเท่านั้น แต่ครูทุกคนก็ต้องได้รับการพัฒนาตนเอง ครูควรเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายความว่า มีความจำเป็นที่โรงเรียนจะต้องนำครูต่างชาวซึ่งเป็นเจ้าของภาษาหรือสื่อการสอนที่จะทำให้นักเรียนและครูในโรงเรียนเข้าใจสำเนียง เพื่อให้สามารถสื่อสารได้นั่นเอง
                การจัดการเรียนรู้ประชาคมอาเซียนไม่จำเป็นต้องเรียนเป็นหน่วยการเรียนรู้ แต่สามารถให้รูปแบบของการบูรณาการเข้ากับวิชาที่ตนเองสอนอยู่ เช่น การอ่านภาษาอังกฤษ ก็สามารถนำบทความที่เกี่ยวข้องกับความรู้ด้านอาเซียนมาให้นักเรียนอ่าน ภาษาไทย สามารถเขียนเรียงความ  การงานอาชีพ สามารถให้นักเรียนตัดเย็บชุดประจำชาติ คหกรรม การทำอาหารประจำชาติ ชีววิทยา เรียนรู้ดอกไม้ประจำชาติ  ส่งเสริมให้นักเรียนได้สร้างสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ฯลฯ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านของตนเอง
          
 

อ้างอิงเนื้อหาจาก สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.   การบรรยายทางวิชาการเพื่อสร้างความตระหนัก
เรื่อง การก้าวสู่ประชาคมอาเซียน. 2553.

                              สำนักงานคณะกรรมการการศึกาาขั้นพื้นฐาน.  แนวทางการบริหารจัดการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน

                             มณีรัตน์  ศิริปัญจนะ.  ครูดี ....โรงเรียนเด่น/เปิดหูเปิดตา "ศูนย์อาเซียนศึกาา"ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี



เข้าชม : 3238
นำเสนอโดย : นางสาวกมลรัตน์ ฉิมพาลี
โรงเรียนถนนหักพิทยาคม
สพท. บุรีรัมย์ เขต 3
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ล่าสุด
ดอกไม้บูชานี้ มีความหมาย
โดย : [เข้าชม : 3529 ]
การบูชาคนที่ควรบูชา
โดย : [เข้าชม : 3442 ]
21 /12/12 วันสิ้นโลกจริงหรือ
โดย : [เข้าชม : 2491 ]
แแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อบทเรียนออนไลน์
โดย : [เข้าชม : 2785 ]
10 อาชีพมาแรงแห่งโลกอนาคต
โดย : [เข้าชม : 5300 ]
ทายซิ ! คำค้น"อะไร" เสี่ยงสุดในโลกไซเบอร์
โดย : [เข้าชม : 3103 ]
ผู้ป่วยโรคเบาหวานทำไมถึงมีปัญหาโรคในช่องปากได้บ่อย
โดย : [เข้าชม : 2949 ]
กลิ่นปาก - คุณมีปัญหานี้อยู่หรือไม่?
โดย : [เข้าชม : 3677 ]
ทาลัสซีเมีย..มันน่ากลัวอย่างนี้เอง
โดย : [เข้าชม : 3240 ]
อันตรายของด่างทับทิม
โดย : [เข้าชม : 8658 ]
 10 เล่าสู่กันฟัง Text Random
Mood vs Food
American becomes world shrimp eating champion
ไหว้พระ 9 วัด วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (6)
ไหว้พระ 9 วัด วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (7)
ไหว้พระ 9 วัด ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร (8)
ไหว้พระ 9 วัด ศาลเจ้าพ่อเสือ (9)
เสริมแรงทางบวก...ใช้ได้ผล
วัดในจังหวัดนนทบุรี วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (1)
เมื่อทุกข์กายทุกข์ใจ ... จะทำอย่างไร
ศิลปวัฒนธรรมที่วัดร่องขุ่นเชียงราย
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |