[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
จะเริ่มต้นในการทำแผนผังความคิดอย่างไร
พุธ ที่ 11 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2554

แผนผังความคิด(Mind Mapping or Concept Mapping) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการจดบันทึกแก่นของไอเดียและความคิดใหม่ๆ รวมไปถึงการเชื่อมโยงไอเดียหรือความคิดต่างๆเข้าด้วยกัน   

จะเริ่มต้นในการทำแผนผังความคิดอย่างไร


http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/ff/Mapping.jpg


    แผนผังความคิด(Mind Mapping or Concept Mapping) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการจดบันทึกแก่นของไอเดียและความคิดใหม่ๆ รวมไปถึงการเชื่อมโยงไอเดียหรือความคิดต่างๆเข้าด้วยกัน เริ่มต้นด้วยการตั้งไอเดียหลักขึ้นมาที่กลางหน้ากระดาษ ด้วยคำพูดของเราเอง, ต่อจากนั้นก็ขยายกิ่งก้านสาขาออกไป โดยแต่ละกิ่งก็มีไอเดียของกิ่งนั้น หลังจากที่ได้ทำเช่นนี้ไปจนมากพอแล้วในขั้นต้น จากนั้นจึงตรวจตราดูไอเดียต่างๆที่สัมพันธ์กัน เพื่อเชื่อมโยงไอเดียของแต่ละกิ่งที่เกี่ยวข้องกันเข้าหากัน. ซึ่งช่วยให้เข้าใจและโยงประเด็นสำคัญ รวมถึงจดจำข้อมูลใหม่ๆได้
    1. การเริ่มต้นในการทำแผนผังความคิด
        การเริ่มต้นในการทำแผนที่ความคิดนั้น อาจเริ่มด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
        1.1 การค้นหาความสัมพันธ์ (Look for relationships)  การเริ่มต้นทำแผนผังความคิด ควรจะต้องเตรียมกระดาษขึ้นมา 1 แผ่น โดยเขียนตามแนวนอนของหน้ากระดาษ(landscape) นอกจากนี้ ควรมีดินสอสี(หรือปากกาเมจิก)หลายๆสี เพื่อสะดวกต่อการสังเกตไอเดียต่างๆ ที่เราใช้ดินสอสีแต่ละสีบันทึกไอเดียแต่ละไอเดียลงไป  ใช้เส้น, สี, ลูกศร, กิ่งก้านที่แผ่ขยายออกไปจากศูนย์กลางไอเดีย หรือวิธีการอื่นๆ ที่จะแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างไอเดียที่เกิดขึ้นมาบนแผนที่ความคิดของเรา ความสัมพันธ์กันเหล่านี้จะมีความสำคัญต่อความเข้าใจข้อมูลใหม่ๆ หรือช่วยในการก่อรูปโครงสร้างแผนงานต่างๆขึ้นมา ในการสร้างแผนผังความคิด อาจใช้รูปประกอบที่เราเขียนขึ้นมาเองเป็นสัญลักษณ์ก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็น และสร้างความเชื่อโยงทางความหมายระหว่างไอเดียต่างๆ ช่วยให้ระลึกถึงมันและเข้าใจได้ง่ายขึ้น
       1.2 เขียนอย่างรวดเร็วลงบนกระดาษโดยไม่หยุดหรือสะดุด การทำแผนที่ความคิดนั้น จะต้องคิดอย่างสร้างสรรค์ และคิดในวิธีการที่ไม่ต้องเรียงลำดับกันไปในเชิงเส้น(non-linear manner) ปล่อยให้ไอเดียหรือความคิดพรั่งพรูออกมา
       1.3 ใช้ตัวอักษรตัวใหญ่หรือตัวหนากว่าปกติ (Use Capitals) สำหรับหัวข้อกลางหน้ากระดาษที่เราทำแผนที่ความคิด และไอเดียสำคัญ (key point)ของแต่ละกิ่งที่กระจายออกไปจากศูนย์กลาง แต่ละกิ่งนี้ให้ใช้อักษรตัวหนา เพราะจะง่ายต่อการสังเกตภายหลัง
       1.4 ไอเดียหลักเอาไว้ตรงกลางหน้ากระดาษ (Put Main idea in the center) คนส่วนใหญ่ จะวางกระดาษตามแนวนอน(landscape) ในการเขียนแผนที่ความคิด เพราะในเชิงจิตวิทยา กระดาษตามแนวนอนจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายกว่าแนวตั้ง และไม่รู้สึกว่าถูกบีบด้วยความแคบของเนื้อที่กระดาษ. จากนั้นก็บันทึกไอเดียหลักหรือหัวข้อที่เราจะทำแผนที่ลงไปตรงกลางหน้ากระดาษ การทำเช่นนี้ จะช่วยให้มีพื้นที่ว่างมากมายอยู่รอบๆเพื่อจะขยายกิ่งก้านไอเดียที่เกิดจากศูนย์กลางต่อๆมาได้อย่างสะดวก แผ่ไปได้ทุกทิศทาง
       1.5 ปล่อยเนื้อที่ว่างกระดาษเอาไว้มากๆ (Leave lots of space) แผนผังความคิดที่มีประโยชน์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วจะได้รับการเพิ่มเติมไอเดียหรือความคิดลงไปภายหลังหลายๆครั้งในแต่ละโอกาส

http://www.arnut.com/pics/xmind3.jpg


    2.  การใช้ประโยชน์เกี่ยวกับแผนผังความคิดในด้านต่างๆ
การทำแผนผังความคิดนั้น สามารถทำขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ได้หลายด้านด้วยกัน อาจนำไปประยุกต์กับการวางแผนกิจกรรมใดๆก็ตาม ที่คิดฝันจะทำได้ในทุกๆ ด้านได้ เช่น
        2.1 การนำเอาวิธีการทำแผนผังความคิดไปใช้กับการเตรียมเขียนบทความหรือความเรียงต่างๆ
        2.2 การนำเอาวิธีการทำแผนผังความคิดไปใช้กับการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ (understand your reading) แผนผังความคิด สามารถช่วยให้เราเข้าใจและจดจำประเด็นสำคัญของการอ่านหนังสือของเราได้ ช่วยให้เราสรุปงานที่เรากำลังอ่านอยู่ได้ และเข้าใจความซับซ้อนเชื่อมโยงกันของมัน
        2.3 การนำเอาวิธีการทำแผนผังความคิดไปใช้ในบันทึกคำบรรยาย, การสัมมนา, การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการเรียนการสอน (Lectures, Seminars, Workshops and Tutorials)


    3. หลักการของ "แผนผังความคิด"  ประกอบด้วย
        3.1 What is a Mind Map ?
        "คำหลัก" ที่เป็นแกนกลาง(central word) หรือแนวความคิด(concept), ซึ่งรายรอบคำหลักนั้น เราจะบันทึกไอเดียหลักๆ(main ideas) 5-10 ไอเดียที่มีความสัมพันธ์กับคำหลักหรือแนวความคิดตรงกลาง ด้วยวิธีการเช่นนี้ ไอเดียที่สัมพันธ์กันจำนวนหนึ่ง สามารถที่จะได้รับการสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ความพยายามทางความคิดจริงๆจังๆ (เน้นในที่นี้ คือ ให้มีลักษณะเป็นการเล่น เพราะการเล่นจะทำให้เราจินตนาการได้กว้างไกล และไปพ้นจากโลกของเหตุผล. จาการเล่นนี้ จะทำให้เราเกิดไอเดียใหม่สดขึ้นมาได้สะดวก).
         3.2 What can you do with a mind map?
              การบันทึก (note taking) สำหรับวิธีการบันทึก "แผนผังความคิด" มีประโยชน์หลายหลากเหนือกว่าระบบอื่นๆ
            - สามารถวางไอเดียใหม่ๆแต่ละอันลงในที่ทางที่เหมาะสม, โดยไม่ต้องคำนึงถึงระเบียบของการนำเสนอ
            - สนับสนุนให้มีการลดทอนแต่ละแนวคิดลงมาเหลือเพียงคำสั้นๆ
             - ผลรวมของ"แผนผังความคิด"สามารถมองเห็นได้ด้วยตา และได้รับการจดจำโดยความทรงจำด้วยสายตา(visual memory) ซึ่งจะถูกแสดงหรือโชว์ออกมาเกือบจะสมบูรณ์
         3.3 Creative Writing & Report Writing
              แผนผังความคิดสามารถช่วยให้ผลิตไอเดียต่างๆจำนวนมากขึ้นมาอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด โดยใช้การเขียนประโยคหรือย่อหน้าหนึ่งขึ้นมาบน"คำกุญแจหรือคำสำคัญ"(key word)แต่ละคำ
         3.4  Studying the easy way
               สามารถใช้สรุปความเวลาอ่านหนังสือ โดยเขียนคำหลัก(central word)ลงไปกลางหน้ากระดาษที่เตรียมไว้ และทุกครั้งที่พบไอเดียน่าสนใจ ให้เพิ่มไอเดียเหล่านั้นเข้าไปลงในที่ที่เหมาะสม  การกระทำในลักษณะสร้างสรรค์แผนที่ความคิด จะช่วยเพิ่มการรับรู้หรือซึมทราบเกี่ยวกับหนังสือที่อ่านได้อย่างมาก ซึ่งจะพบว่ามันง่ายและสะดวกมาก
          3.5 Studying as a group
              คนกลุ่มหนึ่งสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้เพื่อสร้าง แผนผังความคิด ฉบับหนึ่งขึ้นมา ซึ่งสามารถนำไปใช้ในห้องเรียนในการปฏิบัติงานกลุ่ม เรียนแบบร่วมมือได้ โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ :
              1. ให้แต่ละคนเขียน"แผนผังความคิด"ของตนขึ้นมา ในเรื่องที่ต่างคนต่างทราบว่าจะเขียนเรื่องอะไร
              2. จากนั้น เขียน"แผนที่ความคิดกลุ่ม" ที่รวมเอาสิ่งที่รู้แล้วเข้าไป
              3. ตัดสินว่า อะไรที่ต้องการเรียนรู้ โดยมีพื้นฐานอยู่บนแผนที่ความคิดกลุ่มอันนี้
              4. ศึกษาเนื้อหาของแต่ละคน, ซึ่งครอบคลุมขอบเขตความรู้อย่างเดียวกันนี้ทั้งหมด เพื่อความลึกของความรู้ หรือครอบคลุมพื้นที่ที่แตกต่างกันทั้งหมดด้วยความเร็วที่เหมาะสม. แต่ละคนทำ"แผนที่ความคิด"ของตนด้วยตัวเองให้สมบูรณ์.
              5. รวมเป็นกลุ่มอีกครั้ง และสร้างแผนผังความคิดของกลุ่ม"ที่เป็นฉบับสมบูรณ์สุดท้ายขึ้นมา
          3.6 Meeting & Think Tanks
               การพบปะกันดังกล่าวดำเนินไป โดยการสร้างแผนผังความคิดร่วม(master mind map)อันหนึ่งขึ้นมาบนกระดาน โดยให้ไอเดียทุกๆไอเดียหรือข้อเสนอทุกอย่างได้รับการบันทึกลงไป และได้รับการวางลงในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อว่ามันจะได้ถูกนำมาสนทนากันได้ในช่วงเวลาของการใช้เหตุผล. ต้องอย่างลืมว่า ไอเดียทุกอย่างที่ถูกจดลงบนกระดานแผนที่ความคิดจะต้องไม่ถูกละเลย
          3.7 Giving a Talk
               เมื่อต้องพูดในที่ประชุม หรือเตรียมพูดในวาระโอกาสต่างๆ บันทึกชุดหนึ่งในรูปแบบของ"แผนที่ความคิด"ส่วนตัวฉบับหนึ่ง จะเป็นประโยชน์อย่างหลากหลาย มากกว่าวิธีช่วยเก็บความทรงจำในลักษณะอื่นๆ. หลักปฏิบัติสำหรับการเตรียมตัวอย่างง่ายๆมีดังต่อไปนี้
                - Brief : (สั้นๆ) เพียงหน้ากระดาษหน้าเดียวเท่านั้น
                - Not reading : (ไม่ต้องอ่าน) เนื่องจากไอเดียต่างๆถูกลดทอนลงมาเหลือเพียงคำโดดๆ
                - Flexibility : (ความยืดหยุ่น) ถ้าหากมีใครสักคนถามคำถามขึ้นมา ก็สามารถที่จะไปยังแผนที่ความคิดได้ในทันที
          3.8 Some model of mind maps
                แบบจำลองแผนผังความคิดบางอย่าง อาจนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการแก้ปัญหา ซึ่งเราอาจใช้ The six questions (คำถาม 6 ข้อ) what, when, where, why, who, how เป็นประเด็นหลักในการคิด

http://learners.in.th/file/smartball/ผังความคิด.JPG

เอกสารอ้างอิง
 http://www.geocities.com/middata/newpage17.html


เอกสารรูปอ้างอิง
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/ff/Mapping.jpg

http://www.arnut.com/pics/xmind3.jpg

http://learners.in.th/file/smartball/ผังความคิด.JPG



เข้าชม : 52155
นำเสนอโดย : นายศักดิ์ชาย ขวัญสิน
โรงเรียนบ้านปงแม่ลอบ
สพป. ลำพูน เขต 1
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ล่าสุด
วันสถาปนาโรงเรียน
โดย : [เข้าชม : 5153 ]
วิธีสอนแบบศูนย์การเรียน
โดย : [เข้าชม : 5612 ]
ความคิดสร้างสรรค์ 1 (Creativity)
โดย : [เข้าชม : 5901 ]
ด่วน อบจ.นนทบุรี เปิดสอบผู้ช่วยครู จำนวน 17 อัตรา
โดย : [เข้าชม : 5878 ]
สมัครเข้าอบรม "โครงการอบรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูสู่ภูมิภาค ประจำปี 2557"
โดย : [เข้าชม : 8322 ]
สมัครเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการยกระดับคุณภาพครูและนักเรียน
โดย : [เข้าชม : 8094 ]
ออกแบบพัฒนาการเรียนรู้อย่างไร ... เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียนในศตวรรษที่ ๒๑
โดย : [เข้าชม : 6212 ]
“อ๋อย” ฟุ้งสอบ GAT/PAT ช่วยมหา'ลัยคัดเด็ก เลิกจัดสอบเอง ชี้ชอบออกเกินหลักสูตร ไม่เป็นธรรมเด็กรวย-จน
โดย : [เข้าชม : 6264 ]
เตือนจัดอันดับ 100 ร.ร.ดีที่สุดเต้าข้อมูลกันเอง พ่อแม่-นร.อย่าหลงเชื่อ สทศ.ใบ้สนิทไม่รู้ใครทำ
โดย : [เข้าชม : 6124 ]
เริ่มใช้ข้อสอบกลาง 15% ปีการศึกษา 2557
โดย : [เข้าชม : 5972 ]
 10 เล่าสู่กันฟัง Text Random
THE RAINMAKING STORY พระราชบันทึกที่มาโครงการฝนหลวง
"น้ำฝนฟาร์ม"ฟาร์มแห่งแรก ดึงน้ำเสีย-มูลวัวผลิตไฟฟ้า
เมื่อคนล้นโลก
ผอ.อนามัยโลกเตือนเชื้อไข้หวัด09 คืนชีพ-ระบาดหนักระลอก2
เก็บมาเล่า "การทำขนม ตอนที่ 17" ขนมหม้อแกง
เก็บมาเล่า "การทำขนม ตอนที่ 18" ขนมเหนียว
เก็บมาเล่า "การทำขนม ตอนที่ 19" ข้าวต้มผัด
เก็บมาเล่า "การทำขนม ตอนที่ 20" ข้าวเหนียวมูน
เรียนพิมพ์สัมผัสกับครอบครัวพิมพ์สัมผัส
"เรียนรู้เท่าทัน ป้องกันมะเร็งตับ" กับ บัญญัติ 7 ประการ ..ครับ
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |