[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
รูบริคหรือรูบริคการให้คะแนน (Rubrics or Scoring Rubrics)
อังคาร ที่ 29 เดือน กันยายน พ.ศ.2552

รูบริคหรือรูบริคการให้คะแนนคืออะไร   

รูบริคหรือรูบริคการให้คะแนน (Rubrics  or Scoring  Rubrics)


รูบริคหรือรูบริคการให้คะแนนคืออะไร
รูบริค คือ เครื่องมือในการให้คะแนน  ซึ่งประกอบด้วยเกณฑ์ด้านต่าง ๆ  ที่ใช้พิจารณาชิ้นงานหรือการปฏิบัติ เช่น การประเมินงานเขียนจะพิจารณาวัตถุประสงค์  องค์ประกอบ รายละเอียด  น้ำเสียงของการเขียน และกลวิธีการเขียน เป็นต้น อีกประการหนึ่ง คือ ระดับคุณภาพของเกณฑ์ แต่ละด้าน  ซึ่งมีตั้งแต่ระดับดีเยี่ยมจนถึงต้องปรับปรุง (Heidi Goodrich  Andrade,  1997)
รูบริคการให้คะแนน คือ แนวทางการให้คะแนนอย่างละเอียด ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยผู้สอนหรือผู้ประเมิน  เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ผลงานหรือกระบวนการที่เกิดจากความพยายามของนักเรียน (Barbara  M. Moskel, 2000)
รูบริคเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scales)  ที่ใช้ประเมินการปฏิบัติ  ซึ่งตรงกันข้ามกับแบบสำรวจรายการ (Checklists)  โดยปกติจะเรียกว่าแนวทางการให้คะแนน (Scoring guides)  ประกอบด้วยเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติที่มีลักษณะเฉพาะ ใช้ในการประเมินการปฏิบัติงานของนักเรียน  หรือประเมินผลผลิตซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติงาน (Craig  A Mertler, 2001)

กล่าวโดยสรุปได้ว่า  รูบริคเป็นเครื่องมือให้คะแนนชนิดหนึ่ง  ใช้ในการประเมินการปฏิบัติงานหรือผลงานของนักเรียน  รูบริคประกอบด้วย  2  ส่วน คือ เกณฑ์ที่ใช้ประเมินการปฏิบัติหรือผลผลิตของนักเรียน  และระดับคุณภาพหรือระดับคะแนน  เกณฑ์จะบอกผู้สอนหรือผู้ประเมินว่าการปฏิบัติงานหรือผลงานนั้น ๆ จะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง  ระดับคุณภาพหรือระดับคะแนนจะบอกว่า  การปฏิบัติหรือผลงานที่สมควรจะได้ระดับคุณภาพหรือระดับคะแนนนั้น ๆ ของเกณฑ์แต่ละตัวมีลักษณะอย่างไร  รูบริคจึงเป็นเหมือนการกำหนดลักษณะเฉพาะ (Specification)  ของการปฏิบัติหรือผลงานนั้น ๆ ในเชิงคุณภาพหรือเชิงปริมาณ  หรือทั้ง  2 ประการรวมกัน  ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ เป้าหมายของการประเมิน

ทำไมจึงต้องใช้รูบริค
การใช้รูบริคมีประโยชน์สำหรับครูและนักเรียนหลายประการ  ดังนี้
1.  รูบริคเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากทั้งในการเรียนการสอนและ การประเมินช่วยปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติหรือการแสดงออกของนักเรียน  ในขณะเดียวกันก็ช่วยควบคุมการปฏิบัตินั้นๆ  ด้วย โดยครูต้องกำหนดความต้องการหรือ    ความคาดหวังในผลงานของนักเรียนอย่างชัดเจน  และแสดงให้นักเรียนทราบว่าจะทำให้ถึงความคาดหวังนั้นได้อย่างไร  ซึ่งมักปรากฏว่าคุณภาพผลงานและการเรียนรู้ของนักเรียนพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ข้อโต้แย้งถกเถียงที่มักพบเสมอในเรื่องการใช้รูบริคคือ การให้คำอธิบายที่ชัดเจนในเรื่องคุณภาพ เมื่อนักเรียนมีข้อบกพร่องตามเกณฑ์ใด  ครูจะช่วยชี้แนะและบอกได้ว่าครูคาดหวังให้นักเรียนทำอะไร
2.  รูบริคช่วยให้นักเรียนตัดสินคุณภาพผลงานของตนเองและของคนอื่น  ๆ อย่างมีเหตุผล  เมื่อใช้รูบริคเป็นแนวทางการประเมิน  นักเรียนจะสามารถชี้แนะและ แก้ปัญหาเกี่ยวกับผลงานของตนและผู้อื่นได้อย่างตรงจุด  การฝึกซ้ำ ๆ เกี่ยวกับการประเมินผลงานกลุ่มและผลงานของตนเองทำให้นักเรียนเพิ่มความรับผิดชอบ เกี่ยวกับผลงานของตนมากขึ้น  และยุติการถามตนเองว่า “ฉันทำงานเสร็จหรือยัง”
3.  รูบริคช่วยลดเวลาครูในการประเมินงานของนักเรียน  ผลงานที่ผ่าน การประเมินโดยเจ้าของผลงานเอง และโดยกลุ่มซึ่งยึดเกณฑ์หรือรูบริคเป็นหลักนั้น  ทำให้ข้อบกพร่องมีน้อยมากเมื่อมาถึงมือครู หากมีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงบอกกล่าวกัน ครูก็เพียงแต่วงประเด็นนั้นในรูบริค  แทนที่จะต้องอธิบายกันยืดยาว นอกจากนี้รูบริคยังช่วยให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักเรียนมากขึ้น เกี่ยวกับจุดเด่นและสิ่งที่ต้องปรับปรุง
4.  รูบริคมีความยืดหยุ่น  คือ  มีระดับคุณภาพตั้งแต่ดีเยี่ยมจนถึงต้องปรับปรุง  ทำให้ครูนำไปใช้กับนักเรียนที่คละความสามารถได้  คือ นำไปใช้กับนักเรียนที่เรียนเก่งจนถึงนักเรียนที่เรียนอ่อน โดยใช้เกณฑ์สะท้อนผลงานของเขา
5.  รูบริคใช้ง่ายและอธิบายได้ง่าย  นักเรียนจะรู้ชัดเจนว่าเขาเรียนรู้อะไรบ้าง  ในปลายปีเขาก็จะประเมินได้อย่างถูกต้อง ผู้ปกครองก็เกิดความกระตือรือร้น  และรู้ชัดเจนว่าลูกหลานจะต้องทำอย่างไรเพื่อในประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ teachervision. fen. com/ teaching – methods / rubrics  ได้กล่าวถึงเหตุที่ต้องใช้รูบริคว่า  ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่ารูบริคช่วยปรับปรุงผลงานขั้นสุดท้ายของนักเรียน  ซึ่งมีผลให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น  เมื่อครูประเมิน  รายงานหรือโครงการก็จะรู้โดยนัยว่าอะไรทำให้ผลงานสุดท้ายออกมาดีและเป็นเพราะอะไร  การที่นักเรียนรู้รูบริคล่วงหน้าหรือก่อนการทำงาน  เขาก็จะรู้ว่าเขาจะได้รับ การประเมินอย่างไรและจะมีการเตรียมตัวตามประเด็นการประเมินนั้น ๆ การพัฒนาปรับปรุงรูบริคซึ่งเปรียบเสมือนตะแกรงร่อนและใช้เป็นเครื่องมือสำหรับนักเรียน  จะเป็นแกนที่จำเป็นในการปรับปรุงคุณภาพของงานและเพิ่มพูนความรู้

โดยสรุปแล้ว  การเตรียมรูบริคเป็นแนวทางที่นักเรียนใช้สร้างความรู้  การพิจารณารูบริคเป็นส่วนหนึ่งของแผนเวลาวางแผนด้วย  ไม่ใช่เพิ่มเวลาเพื่อเตรียมรูบริค  เมื่อสร้างรูบริคแล้วสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมที่หลากหลาย  การทบทวน  การสร้างมโนคติใหม่ และการพิจารณาใหม่ของมโนคติเดิมจากหลาย ๆ มุมมอง  ช่วยพัฒนาความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน รูบริคที่สร้างขึ้นสามารถนำไปใช้  หรือปรับเล็กน้อยและนำไปใช้กับกิจกรรมมากมาย เช่น มาตรฐานระดับยอดเยี่ยมของรูบริคการเขียนจะอยู่คงที่ตลอดปีการศึกษา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความสามารถของนักเรียนและวิธีการสอนของครู เพราะสิ่งที่จำเป็นหรือสิ่งสำคัญยังคงอยู่  จึงไม่จำเป็นต้องสร้างรูบริคใหม่ทั้งหมดสำหรับทุกกิจกรรม

ข้อดีของการใช้รูบริคมีหลายประการ ได้แก่
ผู้สอนสามารถเพิ่มคุณภาพการสอนได้โดยตรง  โดยมีเป้าหมาย  จุดเน้น และความตั้งใจที่รายละเอียดเฉพาะ เป็นตัวอย่างสำหรับนักเรียน
นักเรียนมีแนวทางที่ชัดเจนตามความคาดหวังของครู
นักเรียนใช้รูบริคเป็นเครื่องมือพัฒนาความสามารถของตน

ครูนำรูบริคไปใช้ซ้ำได้อีกในกิจกรรมอื่นๆ 
เมื่อไรการให้คะแนนแบบรูบริคจึงเป็นเทคนิคการประเมินที่เหมาะสม  การให้คะแนนแบบรูบริคมักใช้ในการประเมินกิจกรรมกลุ่ม  ประเมิน โครงการและการนำเสนอปากเปล่า  เหมาะที่จะใช้กับวิชาภาษา  คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นการประเมินในชั้นเรียน ในสหรัฐ- อเมริกาใช้ทั้งในระดับก่อนอุดมศึกษาและอุดมศึกษา  รูบริคการให้คะแนนจะใช้ที่ไหนและเมื่อไรนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับชั้นหรือวิชา  แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการประเมิน  การให้คะแนนแบบรูบริคเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ทางเลือกที่ใช้ประเมินผลงานของนักเรียน ตัวอย่างเช่น แบบตรวจสอบรายการ (Checklists)  อาจใช้ประเมิน  งานเขียน แทนที่จะใช้รูบริคก็ได้  ถ้าข้อมูลนั้นอยู่ในขอบเขตจำกัดและเฉพาะเจาะจง  การให้คะแนนแบบรูบริคมักใช้กับการประเมินที่มีการอธิบายบรรยายเพื่อสนับสนุนการประเมินว่า  บรรลุตามขอบเขตของเกณฑ์หรือไม่

การให้น้ำหนักตัวเลขกับทักษะย่อย ๆ ในกระบวนการก็เป็นเทคนิคการประเมินอีกอย่างหนึ่ง  ค่าตัวเลขที่ให้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่านักเรียนจะต้องปรับปรุง  การปฏิบัติอย่างไร นักเรียนที่ได้คะแนน 70 จาก 100 จะไม่ทราบว่าจะต้องปรับปรุง   ตัวเองอย่างไรในการทำงานครั้งต่อไป  การให้คะแนนรูบริคจะให้รายละเอียดของแต่ละระดับว่ามีความคาดหมายอย่างไร  คำอธิบายหรือรายละเอียดนั้นจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่าทำไมถึงได้คะแนนเท่านั้น  และเขาจะต้องทำอย่างไรเพื่อปรับ- ปรุงตัวในการปฏิบัติครั้งต่อไป
การให้คะแนนแบบรูบริคมีส่วนดีหรือเป็นประโยชน์อย่างน้อย  2  ประการในกระบวนการประเมินผล ประการแรก รับรองหรือสนับ- สนุนการทดสอบว่าถึงหรือบรรลุขอบเขตตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ ประการทีสอง ให้ผลสะท้อนกลับไปยังนักเรียนว่า จะปรับปรุงการปฏิบัติของตนอย่างไร  ถ้าส่วนดีเหล่านี้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประเมิน  การให้คะแนนแบบรูบริคก็จะเป็นเทคนิควิธีการประเมินที่เหมาะสม


รูบริคมีกี่ชนิด  รูบริคมี  2 ชนิด  คือ แบบภาพรวม (Holistic) และแบบแยกส่วน  (Analytic) 

รูบริคแบบภาพรวมนั้น ครูต้องให้คะแนนโดยดูภาพรวมของกระบวนการหรือผลงาน ไม่แยกพิจารณาเป็นส่วนๆ (Nitko, 2001)  ในทางตรงกันข้าม  สำหรับรูบริคแบบแยกส่วนนั้น ครูจะให้คะแนนแยกทีละส่วนหรือทีละองค์ประกอบ  แล้วรวมคะแนนแต่ละส่วนนั้นเข้าด้วยกันเป็นคะแนนรวม (Moskel, 2000 ; Nitko, 2001)
รูบริคแบบภาพรวมจะใช้เมื่อต้องการดูคุณภาพโดยรวมมากกว่าจะดูข้อบกพร่องส่วนย่อย ๆ (Chase, 1999) Nitko(2001) กล่าวว่า รูบริคแบบภาพรวมจะเหมาะสมกับการปฏิบัติที่ต้องการให้นักเรียนสร้างสรรค์การตอบสนอง  และไม่มีคำตอบที่ถูกต้องชัดเจน  จุดเน้นของการรายงานคะแนนที่ใช้รูบริคแบบภาพรวมคือ  คุณภาพโดยรวม  ความคล่องแคล่ว  หรือความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาสาระเฉพาะและทักษะ  ซึ่งเป็นการประเมินระดับมิติเดียว (Mertler, 2001)  การใช้รูบริคแบบภาพรวมทำให้กระบวนการให้คะแนนเร็วกว่าการใช้รูบริคแบบแยกส่วน (Nitko, 2001)  ดังนั้น  ครูจึงต้องอ่าน พิจารณาและตรวจสอบการปฏิบัติของนักเรียนโดยตลอด  เพื่อให้รู้สึกรับรู้ถึงภาพรวมว่านักเรียนทำอะไรได้และยังใช้เป็นการประเมินสรุป (Summative) ได้ด้วย  แต่นักเรียนจะได้รับทราบผลสะท้อนกลับน้อยมาก ดังตัวอย่างรูบริคแบบภาพรวมต่อไปนี้


รูบริคแบบแยกส่วน นิยมใช้เมื่อต้องการเน้นชนิดหรือลักษณะเฉพาะของการตอบสนอง (Nitko, 2001)  นั่นคือ ใช้สำหรับการปฏิบัติงานที่ยอมรับการตอบสนอง 1 หรือ 2  ลักษณะ และความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการตอบสนองของนักเรียน  นอกจากนี้  ผลลัพธ์ขั้นต้นจะมีคะแนนหลายตัว  ตามด้วยคะแนนรวม    ซึ่งใช้เป็นตัวแทนการประเมินหลายมิติ (Mertler, 2001) การใช้รูบริคแบบแยกส่วนทำให้กระบวนการให้คะแนนช้า เนื่องจากเป็นการประเมิน

ที่มาของข้อมูล http://netra.lpru.ac.th/~phaitoon/textobet/rubric1.doc

ที่มาของภาพ http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:hvbI0R2UtbDnAM:http://www.stu.bdk.ac.th/UserFiles/Friendship/M3_51/images/100_9855.jpg

 

 

 

 

 



เข้าชม : 51921
นำเสนอโดย : ประเทือง วิบูลศักดิ์
โรงเรียน นนทบุรีพิทยาคม
สพม.3 นนทบุรี
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ล่าสุด
อึ้ง! ผัวเข้าฝันเมียบอกถูกฆ่า งมพบกระดูกเผาไฟใต้บึง
โดย : [เข้าชม : 2065 ]
วันสถาปนาโรงเรียน
โดย : [เข้าชม : 11308 ]
วิธีสอนแบบศูนย์การเรียน
โดย : [เข้าชม : 11714 ]
ความคิดสร้างสรรค์ 1 (Creativity)
โดย : [เข้าชม : 11893 ]
ด่วน อบจ.นนทบุรี เปิดสอบผู้ช่วยครู จำนวน 17 อัตรา
โดย : [เข้าชม : 11888 ]
สมัครเข้าอบรม "โครงการอบรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูสู่ภูมิภาค ประจำปี 2557"
โดย : [เข้าชม : 13045 ]
สมัครเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการยกระดับคุณภาพครูและนักเรียน
โดย : [เข้าชม : 9617 ]
ออกแบบพัฒนาการเรียนรู้อย่างไร ... เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียนในศตวรรษที่ ๒๑
โดย : [เข้าชม : 7904 ]
“อ๋อย” ฟุ้งสอบ GAT/PAT ช่วยมหา'ลัยคัดเด็ก เลิกจัดสอบเอง ชี้ชอบออกเกินหลักสูตร ไม่เป็นธรรมเด็กรวย-จน
โดย : [เข้าชม : 7778 ]
เตือนจัดอันดับ 100 ร.ร.ดีที่สุดเต้าข้อมูลกันเอง พ่อแม่-นร.อย่าหลงเชื่อ สทศ.ใบ้สนิทไม่รู้ใครทำ
โดย : [เข้าชม : 7711 ]
 10 เล่าสู่กันฟัง Text Random
หนึ่งใน 13ชนิดของพืชสมุนไพรที่ต้องห้ามในสถานที่ทำงาน ตอนที่ 7
หนึ่งใน 13ชนิดของพืชสมุนไพรที่ต้องห้ามในสถานที่ทำงาน ตอนที่ 8
ดูวีดีโอหายากจากต่างประเทศ สภาพชีวิตคนไทยเมื่อปี พ.ศ.2480
Speaking English เพิ่มรายได้ให้คุณมากกว่า
หลักการทรงงาน
น้ำชา...พาเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน
หนึ่งใน 13 พืชสมุนไพรที่ต้องห้ามในสถานที่ทำงาน ตอนที่ 10
หนึ่งใน 13 พืชสมุนไพรที่ต้องห้ามในสถานที่ทำงาน ตอนที่ 11
หนึ่งใน 13 พืชสมุนไพรที่ต้องห้ามในสถานที่ทำงาน ตอนที่ 12
หนึ่งใน 13 พืชสมุนไพรที่ต้องห้ามในสถานที่ทำงาน ตอนที่ 13
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |