[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
ว่าด้วย ... ความรับผิดชอบ
อาทิตย์ ที่ 17 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2552

ความรับผิดชอบ หมายถึง อาการ ยอดตามผลที่ดีหรือไม่ดีในกิจการที่ได้กระทำไป   

ความหมายของความรับผิดชอบ

วามหมายตามรากศัพท์ ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2530 หน้า  691  ให้ความหมายของความรับผิดชอบ  หมายถึง  อาการ ยอดตามผลที่ดีหรือไม่ดีในกิจการที่ได้กระทำไป

เพิ่มศักดิ์  วรรลยางกูร และวรัญ  ผาติธรรมรักษ์ (2540)  อธิบายความหมายของความรับผิดชอบ 
หมายถึง  การปฏิบัติหน้าที่ของตนตามภาวะที่เป็นอยู่และตรงเวลาด้วยความสุจริต  ความเต็มใจ  และความจริงใจ

ความรับผิดชอบ 

หมายถึง  ลักษณะของบุคคลที่แสดงออกถึงความเอาใจใส่จดจ่อ  ตั้งใจ  มุ่งมั่นต่อหน้าที่การงาน  การศึกษาเล่าเรียน และการเป็นอยู่ของตนเอง และ  ผู้อยู่ในความดูแลตลอดจนสังคมอย่างเต็มความสามารถด้วยความผูกพัน  เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตาม                   ความมุ่งหมายในเวลาที่กำหนด ยอมรับผลการกระทำทั้งผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้นรวมทั้งปรับปรุงการปฏิบัติให้ดีขึ้นด้วย 
www.chiangmaiarea1.net/nitesonline/Manual3.doc

ความรับผิดชอบ หรือ RESPONSIBILITY ดร. ริช แปลว่า
การกระทำสิ่งที่ถูกที่ถูก พิจารณาดูจากกิจกรรมที่ ดร.ริช เขียนให้พ่อแม่เด็กก็คงหมายถึง การกระทำที่ถูกเวลา
(หมายถึง กาลเทศะ) ทันเวลา ตรงต่อเวลาด้วย เป็นกิจกรรมฝึกให้รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคมในที่สุด เท่ากับสร้างเสริมวินัย ค่านิยมให้เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างหนึ่ง เด็กควรได้รับการฝึกให้รู้ว่า อะไรควรทำไม่ควรทำ อะไรทำให้บังเกิดความเชื่อถือ            ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน
www.elib-online.com/doctors48/child_respons001.html

อรวรรณ  พาณิชชปฐมพงศ์  (2542 : 5)  ให้ความหมายของความรับผิดชอบ ว่า
“  การตั้งใจที่จะทำงานหรือติดตามผลงานที่ได้ทำไปแล้วเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  ยอมรับในสิ่งที่ตนเองกระทำลงไปทั้งในด้านที่เป็นผลดีและผลเสีย  โดยแสดงออกในรูปการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย”

จันทรา  พวงยอด (2543 : 3)  ให้ความหมายของความรับผิดชอบว่า
 “  พฤติกรรมหรือการกระทำของนักเรียนที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติตนตามระเบียบแบบแผนของโรงเรียน”

กรมวิชาการ (2544 : 196)   ให้ความหมายของความรับผิดชอบว่า  “ ความสนใจตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเพียรพยายาม  ละเอียดรอบคอบ  เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย  ยอมรับผลการกระทำของตน  ทั้งในด้านที่เป็นผลดีและผลเสีย  ทั้งพยายาม            ปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น”

โสภาพรรณ  อักฌราศิวะโรจน์ (2545 : 58)  ให้ความหมายของความรับผิดชอบว่า
“  รู้จักหน้าที่และปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์  รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น  ยอมรับในการกระทำของตนทั้งที่เป็นผลดีและผลเสีย        ไม่ปัดความผิดให้ผู้อื่น  คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดจากการกระทำหรือคำพูดของตน  และพร้อมที่จะปรับปรุงการกระทำให้ดีขึ้น”

นัยนา  จันทมิตร (2547 : 34)  ให้ความหมายของความรับผิดชอบว่า

“ ความสนใจ  ความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเพียรพยายามและละเอียดรอบคอบ  เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย  รักษาสิทธิและหน้าที่ของตนด้วยความเต็มใจ  ไม่ว่าจะกระทำผิดหรือถูก  ไม่ปัดความรับผิดชอบไปให้ผู้อื่นและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ได้ผลยิ่งขึ้น  โดยไม่ทอดทิ้งแม้จะมีอุปสรรคนานาประการก็ตาม อีกทั้งยังมีความกระตือรือร้น มุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จอย่างดี
ตามความสามารถของบุคคลนั้น  เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานต่าง ๆ จะแสดงพฤติกรรมให้สังเกตได้  เช่น ความสนใจ
ความตั้งใจเอาใจใส่และขยันหมั่นเพียรที่จะปฏิบัติงานให้สำเร็จไม่เลี่ยงงาน ติดตามงานและยอมรับผลจากงานที่ตนกระทำโดยมีความพร้อมในการปรับปรุงแก้ไขงานให้ดีขึ้นเสมอ

ฟลิปโป (อมรวรรณ  แก้วผ่อง.2542 : 65 อ้างอิงจาก  Flippo. 1966:122.)  ได้สรุปความหมายของ
ความรับผิดชอบว่า  เป็นความผูกพันในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงไปได้  และความสำเร็จนี้เกี่ยวข้องกับปัจจัย  3 ประการ  คือ  พันธะผูกพัน  หน้าที่การงาน  และวัตถุประสงค์

วิภา ทาโบราณ (  http://www.thaiedresearch.org/result/result.php?id=125 ) ได้ให้ความหมาย
ของความรับผิดชอบ (Responsibility) หมายถึง พฤติกรรมที่แสดงออกซึ่งสามารถวัดได้โดยใช้แบบวัดพฤติกรรม ด้านความรับผิดชอบต่อตนเองและความรับผิดชอบต่อเพื่อน ในการวิจัยครั้งนี้ เน้นความรับผิดชอบ 2 ด้าน คือ
1. ความรับผิดชอบต่อตนเอง หมายถึง
พฤติกรรมที่แสดงออกในการตรงต่อเวลาการรู้จักหน้าที่ของตน การควบคุมความประพฤติของตน การปรับปรุงตนเองและการรู้จักรักษาอนามัยของตน สามารถวัดได้โดยใช้แบบวัดพฤติกรรมด้านความรับผิดชอบต่อตนเองบและความรับผิดชอบต่อเพื่อน
2. ความรับผิดชอบต่อเพื่อน หมายถึง
พฤติกรรมที่แสดงออกในการรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน การยกย่องชมเชยเมื่อเพื่อนประพฤติตนเหมาะสมและตักเตือนเมื่อเพื่อนกระทำผิด การร่วมมือทำกิจกรรมกับเพื่อน และการมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามารถวัดได้โดยใช้แบบวัดพฤติกรรมด้าน         ความรับผิดชอบต่อตนเองและความรับผิดชอบต่อเพื่อน

อ้อยทิพย์  ทองดี (http://www.thaiedresearch.org/result/result.php?id=3423)ให้ความหมาย
ของความรับผิดชอบ  หมายถึง  ลักษณะของบุคคลที่แสดงออกถึงความเอาใจใส่ จดจ่อตั้งใจมุ่งมั่นต่อหน้าที่การงานการศึกษา      เล่าเรียน และการเป็นอยู่ของตนเอง และ  ผู้อยู่ในความดูแล    ตลอดจนสังคมอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ           ตามความมุ่งหมายในเวลาที่กำหนด  ยอมรับผลการกระทำทั้งผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้น  รวมทั้งปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น

สรุปจากความหมายความรับผิดชอบของนักการศึกษา  หมายถึง  บุคคลที่เอาใจใส่ปฏิบัติงาน  หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย           ด้วยความซื่อสัตย์  เพียรพยายาม  ละเอียดรอบคอบเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย รวมทั้งยอมรับผลการกระทำของตนเอง  ทั้งผลดี และผลเสียพยายามปรับพฤติกรรมในการปฏิบัติหน้าที่การงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถวัดได้จากวัดความรับผิดชอบ         ทางการเรียน

ความสำคัญของความรับผิดชอบ
กรมศาสนา (2521  อ้างถึงในกองวิจัยทางการศึกษา, 2542)  ประเทศชาติจะรุ่งเรืองได้ทุก ๆ ด้านอยู่ที่ตัวบุคคล 
ถ้าบุคคลมีความรู้ความสามารถและคุณธรรมสูงแล้ว  ประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแต่ปัจจุบันมักได้ยินเสมอว่า  ศีลธรรมหรือคุณธรรมเสื่อม  ความจริงคุณธรรมเป็นนามธรรมมีสภาพเป็นปกติไม่ดีขึ้นหรือเลวลง แต่บุคคลเห็นว่าเลวลงรั้นอยู่ที่คนส่วนหนึ่งไม่สนใจประพฤติตนให้มีคุณธรรมตามหลักของศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงามจึงต้องเร่งปลุกฝังความดีและความดี         ประการหนึ่งก็คือให้รู้กักมีความรับผิดชอบ

ประเภทของความรับผิดชอบ


ไชยรัตน์  ปราณี (2531 อ้างถึงกาญจนา  ไชยพันธุ์และคณะ , 2542) แบ่งประเภทความรับผิดชอบไว้ดังนี้
1.  ความรับผิดชอบต่อตนเอง  หมายถึง 
การรับรู้ฐานนะและบทบาทของตนที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจะต้องดำรงตนให้อยู่ในฐานนะที่ช่วยเหลือตัวเองได้  รู้จักว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด  ยอมรับผลการกระทำของตนเองทั้งที่เป็นผลดีและผลเสีย  เพราะฉะนั้นบุคคลที่มีความรับผิดชอบในตนเองย่อมจะไตร่ตรองดูให้รอบคอบก่อนว่า  สิ่งที่ตนเองทำลงไปนั้นจะมีผลดีผลเสียหรือไม่และจะเลือกปฏิบัติแต่สิ่งที่จะก่อให้เกิดผลดีเท่านั้น
2.  ความรับผิดชอบต่อสังคม  หมายถึง ภาระหน้าที่ของบุคคลที่จะต้องเกี่ยวข้อง  และมีส่วนร่วมต่อสวัสดิภาพของสังคมที่ตนเองดำรงอยู่  ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายสิ่งหลายอย่าง  ตั้งแต่สังคมขนาดเล็ก ๆ จนถึงสังคมขนาดใหญ่  การกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งย่อมมีผลกระทบต่อสังคมไม่มากก็น้อย  บุคคลทุกคนจึงต้องมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติต่อสังคม  ดังต่อไปนี้
2.1 ความรับผิดชอบต่อหน้าที่พลเมือง  ได้แก่ 
การปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม  การรักษาทรัพย์สินของสังคม  การช่วยเหลือผู้อื่น  และการให้ความร่วมมือกับผู้อื่น
2.2 ความรับผิดชอบต่อครอบครัว ได้แก่
การเคารพเชื่อฟังผู้ปกครอง  การช่วยเหลืองานบ้านและการรักษาชื่อเสียงของครอบครัว
2.3  ความรับผิดชอบต่อโรงเรียน  ได้แก่ 
ความตั้งใจเรียน  การเชื่อฟังครู – อาจารย์  การปฏิบัติตามกฎของโรงเรียนและการรักษาสมบัติของโรงเรียน
2.4  ความรับผิดชอบต่อเพื่อน  ได้แก่ 
การช่วยตักเตือนแนะนำเมื่อเพื่อนกระทำผิด  การช่วยเหลือเพื่อนอย่างเหมาะสม  การให้อภัยเมื่อเพื่อนทำผิดการไม่ทะเลาะและ       เอาเปรียบเพื่อน  และการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
 
กรมวิชาการ (2544 : 196)  ได้แบ่งประเภทของความรับผิดชอบไว้ ดังนี้
1.  ความรับผิดชอบต่อตนเอง หมายถึง การขจัดปัญหาที่ทำให้ตนเองเป็นทุกข์  เช่น 

ป้องกันตนเองให้ปลอดจากอันตรายจากโรค  รักษาร่างกายให้แข็งแรง  รู้จักหน้าที่ของตนเอง  และปฏิบัติหน้าที่การงานของตนให้ลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพทักกำหนดตรงเวลา
2.  ความรับผิดชอบต่อสังคม หมายถึง  การรู้จักฐานะความรับผิดชอบของตนเองที่มีต่อสังคม  ได้แก่ 
ความรับผิดชอบต่อครอบครัว  โรงเรียน  ชุมชน  ประเทศชาติ  และบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสมเกิดประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม

คณะอนุกรรมการการจัดทำคู่มือ  การปลูกฝังค่านิยมของกลุ่มนักบริหาร  กลุ่มสื่อมวลชน  กลุ่มสมาคมมูลนิธิและ
กลุ่มพัฒนากำลังคน
(2526)  โดยกลุ่มสื่อมลชน  ได้แบ่งความรับผิดชอบออกเป็น  3 ประเภท คือ
1.  ความรับผิดชอบ คือ  ตนเอง  หมายถึง 
การรู้จักหน้าที่ของตนเองและปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงอย่างดีที่สุดโดยทำงานในหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปอย่างมี
ประสิทธิภาพและทันเวลา ที่กำหนด  ฝึกตนให้เป็นคนตรงต่อเวลาอยู่เนืองนิตย์
2. ความรับผิดชอบต่อครอบครัว
  หมายถึง 
การรู้จักฐานะและหน้าที่มีต่อครอบครัวปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมแก่ฐานะและหน้าที่ของตนในครอบครัวและร่วมกิจกรรมของครอบครัว
3. ความรับผิดชอบต่อสังคม  หมายถึง 
การรู้จักฐานะและหน้าที่ความรับผิดชอบของตนที่มีต่อสังคมและปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสม  ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม  โดยให้ตระหนักและยอมรับว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าขาดประโยชน์ส่วนรวม  และไม่ละเลยที่จะเสียวละประโยชน์ส่วนตน  และกระทำในสิ่งที่จะรักษาหรือยังให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม 
 
สรุปจากประเภทของความรับผิดชอบของนักการศึกษา  ได้ 2 ประเภท  คือ
1. ความรับผิดชอบต่อตนเอง หมายถึง 
การรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง  รู้จักแก้ปัญหาทุกชนิดที่ทำให้ตนเองเป็นทุกข์  เช่น 
การรักษาป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากอันตราย  โรคภัยไข้เจ็บ  รักษาร่างกายให้แข็งแรง  และปฏิบัติหน้าที่การงานของตนเองให้ลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพ  ทันและตรงเวลา 
2. ความรับผิดชอบต่อสังคมหรือส่วนรวม หมายถึง 
รู้จักบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองที่มีต่อสังคม  ซึ่งได้แก่  ความรับผิดชอบต่อครอบครัว  โรงเรียน  ชุมชน  ประเทศชาติ  และบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม
 
ทฤษฎีที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบ
 
ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของ Piaget   ได้แบ่งขั้นพัฒนาการทางจริยธรรมออกเป็น 2 ขั้น คือ ดังนี้
1. Heteronymous   เป็นขั้นที่ผู้กระทำรับกฎเกณฑ์หรือมาตรฐานทางจริยธรรมมาจากผู้มีอำนาจเหนือตนและ
ถือว่ากฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่จะต้องปฏิบัติตนตามเปลี่ยนแปลงได้

ลักษณะของพัฒนาการทางจริยธรรมขั้น Heteronymous เด็กที่มีพัฒนาการทางจริยธรรมข้อนี้เป็นเด็กเล็กที่มีอายุระหว่าง             5 – 8 ปี  รับกฎเกณฑ์  และมาตรฐานทางจริยธรรมมาจากบิดามารดา  ครูและเด็กโต เด็กวัยนี้มีความเชื่อถือดังต่อไปนี้
1.1 พฤติกรรมใดจะต้องถูกหรือดี  เมื่อผู้แสดงพฤติกรรมได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
1.2 กฎเกณฑ์มีไว้สำหรับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและแก้ไขไม่ได้
1.3 ทุกคนมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์โดยเด็ดขาดถ้าใครทำตามกฎเกณฑ์เป็นคนดีและคนที่ไม่ทำตามกฎเกณฑ์เป็นคนไม่ดี
1.4  การประเมินตัดสินว่าใคร “ผิด” “ถูก” ไม่คำนึงถึงความต้องการ  แรงจูงใจหรือเจตนาของผู้กระทำ

2.  Autonomous   เป็นขั้นที่ผู้กระทำเชื่อว่า  กฎเกณฑ์  คือ
ข้อตกลงระหว่างบุคคล  กฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้  คือความร่วมมือและการนับถือซึ่งกันและกันเป็นเรื่องสำคัญ

ลักษณะของพัฒนาการทางจริยธรรมขั้น Autonomous 
เด็กที่มีพัฒนาการทางจริยธรรมขั้นนี้จะเป็นเด็กที่มีอายุ 9 ปีขึ้นไปเด็กวัยนี้จะมีความเชื่อดังต่อไปนี้
2.1  กฎเกณฑ์ คือ ข้อตกลงระหว่างบุคคลและกฎเกณฑ์อาจจะเปลี่ยนแปลงได้  ถ้าหากบุคคลที่ใช้กฎเกณฑ์นั้นตกลงกันว่าจะเปลี่ยน
2.2 กฎเกณฑ์จะมีความหมายหรือมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อบุคคลที่จะต้องปฏิบัติยอมรับกฎเกณฑ์
2.3  การร่วมมือและการนับถือซึ่งกันและกันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของพัฒนาการทางจริยธรรม
2.4  การประเมินตัดสินว่าใคร “ผิด” “ถูก” คำนึงถึงความต้องการ  แรงจูงใจหรือเจตนาของผู้กระทำ
 
ทฤษฎีพัฒนาจริยธรรมของ  Kohlberg  (อ้างถึงสุรางค์  โคว้ตระกูล, 2536) ได้แบ่ง
พัฒนาการทางจริยธรรมออกเป็น  3  ระดับ  แต่ละระดับแบ่งเป็น 2 ขั้นดังนี้
ระดับที่ 1 ระดับก่อนกฎเกณฑ์สังคม (Preconventional level) 
ในระดับนี้  เด็กจะได้รับกฎเกณฑ์และข้อกำหนดของพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีจากผู้ที่มีอำนาจเหนือตน  เช่นบิดา  มารดา  ครู หรือเด็กโต  และมักคิดถึงผลลัพธ์ที่จะนำรางวัลหรือการลงโทษมาให้  มี 2 ขั้น 
ขั้นที่ 1  การลงโทษและเชื่อฟัง (Punishment and Obedience Orientation)  ถ้าเด็กถูกทำโทษจะคิดว่าตนผิดจะเลี่ยงไม่ทำอีก  แต่ถ้าได้รับคำชมหรือรางวัลก็คิดว่าตนทำถูกและจะทำอีกเพื่อหวังรางวัล
ขั้นที่ 2  กฎเกณฑ์เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตน (Instrumental Relativist  Orientation) 
เด็กจะทำตามกฎข้อบังคับเพื่อหวังของตอบแทนหรือรางวัล
ระดับที่ 2 ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์ทางสังคม (Conventional  level) ในระดับนี้ผู้ทำถือว่าการประพฤติตน
ตามความคาดหวังของผู้ปกครองกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกเป็นสิ่งที่ควรกระทำ  ไม่คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นแก่ตนมี 2 ขั้น 
ขั้นที่ 3  ความคาดหวังและการยอมรับในสังคมสำหรับ “เด็กดี” (Interpersonal Concordance of “good boy ,
nice girl Orientation)  เป็นพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นชอบ  ยอมรับ
ขั้นที่ 4  กฎและระเบียบ (Law – and – Order Orientation)  คนดีหรือคนที่มีพฤติกรรมถูกต้อง  คือ
คนที่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมาย
ระดับที่ 3 ระดับจริยธรรมตามหลักการด้วยวิจารณญาณหรือระดับเหนือกฎเกณฑ์สังคม (Postconventional Level)  
การตัดสินว่าถูกหรือผิดไม่ควรมาจากวิจารณญาณของตน  มี 2 ขั้น  คือ
ขั้นที่ 5  สัญญาและสังคมหรือหลักการทำตามคำมั่นสัญญา (Social Contract Orientation) 
ขั้นนี้เน้นคนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับว่า  เป็นสิ่งที่ถูกสมควรปฏิบัติตาม  แต่มีการแก้ไขโดยคำนึงประโยชน์และ
สถานการณ์แวดล้อมในขณะนั้น
ขั้นที่ 6 หลักการและคุณธรรมสากล (Universal Ethical Principle Orientation)  เป็นหลักเพื่อมนุษยธรรม 
เพื่อความเสมอภาคและยุติธรรม  สิ่งถูกและผิดขึ้นอยู่กับมโนธรรมที่บุคคลยึดถือ

การวัดและประเมินผลความรับผิดชอบ
ผกา  สัตยธรรม (2528)  แบ่งการประเมินออกเป็น 2 ภาค คือ
1.  ภาคปฏิบัติ  ได้แก่  การสังเกตพฤติกรรม  การสัมภาษณ์  การถาม  จากผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้ข้อมูลที่ตรงจุดมากขึ้น
แต่ต้องใช้เวลาในการยันทึกพฤติกรรมการแสดงออกเพื่อติดตามผลและแก้ไขพฤติกรรมนั้น
2.  ภาคทฤษฎี  เป็นการประเมินผลด้วยข้อทดสอบหรือแบบสอบถาม  ตามระดับคะแนนมากน้อย  ซึ่งอาจจะมีระดับตั้งแต่ 
ดีมาก ดี ค่อนข้างดี พอใช้ ต้องแก้ไข และต้องปรับปรุงใหม่ทั้งหมด

ล้วน  สายยศและอังศณา  สายยศ (2543:184-187)  ได้สรุปขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือวัดจริยธรรม  ไว้ดังนี้
1.  กำหนดจริยธรรมที่จะวัด  เป็นการกำหนดจุดประสงค์ว่าต้องการวัดอะไร  เป็นแบบรวม ๆ หรือแบบเดี่ยว ๆ เฉพาะอย่าง
เช่น  ความซื่อสัตย์  ความกรุณา  ความยุติธรรม เป็นต้น                                                                                                                  
2.  ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง  เพื่อจะได้เข้าใจจริยธรรมนั้น ๆ ดีขึ้น  สามารถนิยามจริยธรรมให้แจ่มชัด  เพราะการวัดผลอะไรจะต้องรู้ว่าสิ่งที่ต้องการมีหน้าตาเห็นอย่างไร
3.  เลือกรูปแบบของเครื่องมือ  ในการสร้างเครื่องมือวัดจริยธรรมมีรูปแบบหลายอย่าง  โดยจะต้องเลือกตามความเหมาะสมของ     จุดมุ่งหมาย  รูปแบบของเครื่องมือมีดังนี้
3.1  แบบสัมภาษณ์
3.2  แบบสังเกต
3.3  แบบเขียนตอบ
3.4  แบบสร้างจินตนาการ
4.  เขียนข้อความ  ภาพ หรือสถานการณ์และข้อคำถาม  ในขั้นนี้นำความรู้ในข้อ 1 ถึง 3 มาใช้ประโยชน์
เพื่อวัดจริยธรรมที่ต้องการ  ถ้าใช้แบบสัมภาษณ์ใช้ข้อความอย่างหนึ่ง  ถ้าการสังเกตก็ต้องทำเป็นข้อรายการ 
ถ้าเป็นแบบเขียนตอบก็ต้องมีสถานการณ์เป็นภาษาหรือภาพก็ได้แล้วมีคำถาม  ซึ่งอาจให้ตอบแบบอิสระ
หรือกำหนดไว้ให้  และต้องคำนึงถึงวิธีการกำหนดคะแนนด้วย  เพื่อเป็นแนวทางในการให้คะแนนจากผลการตอบ
ข้อคำถามนั้น ๆ


5.  ตรวจสอบเครื่องมือ  ขั้นนี้เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นโดยให้ผู้ชำนาญทางจริยธรรมและโดยผู้ชำนาญทางด้านการวัดผล 
ทั้งนี้ก็เพื่อให้เครื่องมือที่สร้างขึ้นมาก่อนไปทดลองมีความมั่นใจขั้นแรกก่อน  ถ้าเสียก็คงเสียน้อย  ไม่ต้องเป็นภาระในการสร้างใหม่ทั้งหมด
6.  ตรวจสอบคุณสมบัติรายข้อ  หลังจากการทดลองแล้ว  ผู้สร้างเครื่องมือ  ตรวจให้คะแนนแล้วนำมาวิเคราะห์หาคุณภาพเบื้องต้นเพื่อตรวจสอบว่าแต่ละข้อวัดได้จริงหรือไม่  ข้อใดมีคุณภาพดีเก็บไว้  ข้อใดไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดนำไปปรับปรุงแก้ไขทดลองใหม่  แต่ถ้าสร้างข้อสอบไว้มาก ๆ ก็สามารถเลือกข้อดี ๆ ไปจัดทำเป็นข้อสอบวัดจริยธรรมได้

7.  จัดข้อสอบเป็นชุด  จำนวนข้อมีสัดส่วนของจริยธรรมที่ต้องการวัดเป็นสัดส่วนตามที่ตั้งไว้  สร้างคำชี้แจงในการสอน 
จัดวางแบบของข้อสอบ  พร้อมกำหนดเวลาในการดำเนินการสอบ
8.  ศึกษาคุณภาพ  คุณภาพของเครื่องมือในขั้นนี้  หมายถึง  ความเที่ยงตรง(Validity) คือข้อสอบวัดคุณธรรมที่ต้องการวัดนั้น
วัดได้จริงหรือไม่  ดูความเชื่อมั่น (Reliability)  ข้อสอบที่มีความคงเส้นคงวาของคะแนนหรือไม่  ถ้าคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์
จำเป็นต้องศึกษาปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้น  อาจจะต้องเริ่มศึกษาขั้นที่ 2
9.  สร้างเกณฑ์ปกติ  เกณฑ์ปกติ (Norms)  หมายถึง  ข้อเท็จจริงทางสถิติที่บรรยายการแจกแจงของคะแนนจากประชากร
ที่นิยามไว้ชัดเจนแล้ว  และเป็นคะแนนตัวที่จะบอกระดับจริยธรรมของผู้สอนว่าอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่



เข้าชม : 54847
นำเสนอโดย : ประเทือง วิบูลศักดิ์
โรงเรียน นนทบุรีพิทยาคม
สพม.3 นนทบุรี
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ล่าสุด
วันสถาปนาโรงเรียน
โดย : [เข้าชม : 8687 ]
วิธีสอนแบบศูนย์การเรียน
โดย : [เข้าชม : 9077 ]
ความคิดสร้างสรรค์ 1 (Creativity)
โดย : [เข้าชม : 9307 ]
ด่วน อบจ.นนทบุรี เปิดสอบผู้ช่วยครู จำนวน 17 อัตรา
โดย : [เข้าชม : 9299 ]
สมัครเข้าอบรม "โครงการอบรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูสู่ภูมิภาค ประจำปี 2557"
โดย : [เข้าชม : 11831 ]
สมัครเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการยกระดับคุณภาพครูและนักเรียน
โดย : [เข้าชม : 8928 ]
ออกแบบพัฒนาการเรียนรู้อย่างไร ... เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียนในศตวรรษที่ ๒๑
โดย : [เข้าชม : 7147 ]
“อ๋อย” ฟุ้งสอบ GAT/PAT ช่วยมหา'ลัยคัดเด็ก เลิกจัดสอบเอง ชี้ชอบออกเกินหลักสูตร ไม่เป็นธรรมเด็กรวย-จน
โดย : [เข้าชม : 7090 ]
เตือนจัดอันดับ 100 ร.ร.ดีที่สุดเต้าข้อมูลกันเอง พ่อแม่-นร.อย่าหลงเชื่อ สทศ.ใบ้สนิทไม่รู้ใครทำ
โดย : [เข้าชม : 7011 ]
เริ่มใช้ข้อสอบกลาง 15% ปีการศึกษา 2557
โดย : [เข้าชม : 6882 ]
 10 เล่าสู่กันฟัง Text Random
สพฐ.ประกาศจุดเน้นคุณภาพผู้เรียน ปี งปม.54
เรียนรู้จากข่าว ... นิวตั๊ก
Uniform
น้ำกระเจี๊ยบ..ลดไขมัน
เก็บมาฝาก ... เค้าโครงการวิจัย (Proposal)
เดาข้อสอบ
ตุลาคม ปีนี้ อีก 823 ปี ถึงจะมีแบบนี้อีก
ข้อคิดดีๆ จากชายชราที่จากไป.....ป๋วย อึ้งภากรณ์
พระราชประวัติสมเด็จพระปิยะมหาราช
วันออกพรรษา
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |