[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : ภาษาไทย
การสื่อสารกับ ฟัง พูด อ่าน เขียน
อังคาร ที่ 4 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2552

๔ สิงหา เป็นวันสื่อสารแห่งประเทศไทย การสื่อสารมีความเกี่ยวข้องกับภาษาไทยโดยตรงทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน ล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการสื่อสาร   

การสื่อสารกับ ฟัง พูด  อ่าน เขียน

(ที่มาภาพ edu.chula.ac.th)

๔ สิงหาคม  เป็นวันสื่อสารแห่งประเทศไทย  การสื่อสารมีความเกี่ยวข้องกับภาษาไทยโดยตรง

         การสื่อสาร  หมายถึง  การติดต่อระหว่างมนุษย์ด้วยวิธีต่าง ๆ  ซึ่งทำให้ฝ่ายหนึ่งรับรู้ความหมายจากอีกฝ่ายหนึ่ง และ เกิดการตอบสนอง  การสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนในวิชาภาษาไทย   คือ ทักษะการฟัง  การพูด การอ่าน การเขียน ล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการสื่อสาร  ส่วนใครจะมีความเชี่ยวชาญด้านใดมากกว่านั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ และฝึกฝน  แต่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวัน  คือการมีมารยาท  จึงจะกล่าวถึงมารยาทของการฟัง  การพูด การอ่าน การเขียน

       มารยาทในการฟัง ถือเป็นวัฒนธรรมประจำชาติอย่างหนึ่งที่ผู้ฟังควรยึดถือและปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม การมีมารยาทในการฟังย่อมแสดงให้เห็นว่า บุคคลนั้นได้รับการอบรมบ่มนิสัย ให้เป็นผู้มีวัฒนธรรมอันดีงาม การมีมารยาทที่ดี ถือเป็นการให้เกียรติต่อผู้พูดให้เกียรติ ต่อสถานที่และให้เกียรติต่อชุมชน มารยาทเหล่านี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคนควรยึดถือ และปฏิบัติโดย   เคร่งครัด

        ผู้มีมารยาทในการฟังควรปฏิบัติตน ดังนี้

        ๑. เมื่อฟังอยู่เฉพาะหน้าผู้ใหญ่ ควรฟังโดยสำรวมกิริยามารยาท ฟังด้วยความสุภาพเรียบร้อย และตั้งใจฟัง

        ๒. การฟังในที่ประชุม ควรเข้าไปนั่งก่อนผู้พูดเริ่มพูด โดยนั่งที่ด้านหน้าให้เต็มก่อนและควรตั้งใจฟังจนจบเรื่อง

        ๓. จดบันทึกข้อความที่สนใจหรือข้อความที่สำคัญ หากมีข้อสงสัยเก็บไว้ถามเมื่อมีโอกาสและถามด้วยกิริยาสุภาพ เมื่อจะซักถามต้องเลือกโอกาสที่ผู้พูดเปิดโอกาสให้ถาม หรือยกมือขึ้นขออนุญาตหรือแสดงความประสงค์ในการซักถาม ถามด้วยถ้อยคำสุภาพ และไม่ถามนอกเรื่อง

        ๔. มองสบตาผู้พูด ไม่มองออกนอกห้องหรือมองไปที่อื่น อันเป็นการแสดงว่าไม่สนใจเรื่องที่พูด และไม่เอาหนังสือไปอ่านขณะที่ฟัง หรือนำอาหารเครื่องดื่มเข้าไปรับประทานระหว่างฟัง

        ๕. ฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองกับผู้พูด แสดงสีหน้าพอใจในการพูด ไม่มีแสดงกิริยาก้าวร้าว เบื่อหน่าย หรือลุกออกจากที่นั่งโดยไม่จำเป็นขณะฟัง

        ๖. ฟังด้วยความสุขุม ไม่ควรก่อความรำคาญให้บุคคลอื่น ควรรักษามารยาทและสำรวมกิริยา ไม่หัวเราะเสียงดังหรือกระทืบเท้าแสดงความพอใจหรือเป่าปาก

        ๗. ฟังด้วยความอดทนแม้จะมีความคิดเห็นขัดแย้งกับผู้พูดก็ควรมีใจกว้างรับฟังอย่างสงบ

        ๘. ไม่พูดสอดแทรกขณะที่ฟัง ควรฟังเรื่องให้จบก่อนแล้วค่อยซักถามหรือแสดงความคิดเห็น

        ๙. ควรให้เกียรติวิทยากรด้วยการปรบมือ เมื่อมีการแนะนำตัวผู้พูด ภายหลังการแนะนำ และเมื่อวิทยากร พูด จบ

        ผู้มีมารยาทการพูดที่ดีควรปฏิบัติ มีดังนี้

      ๑. ใช้คำทักทายผู้ฟังให้ถูกต้อง เหมาะสมตามสถานภาพผู้ฟัง เช่น สวัสดี / เรียน         กราบเรียน / ขอประทานกราบเรียน

      ๒. ใช้คำพูดที่แสดงถึงความมีมารยาทอยู่เสมอ เช่น ขอโทษ ขอบใจ ขอบคุณ

      ๓. ใช้คำพูดที่สุภาพ ให้เกียรติผู้ฟัง ไม่ใช้เสียงดุดัน หยาบคาย

      ๔. ไม่พูดยกตนข่มท่าน คุยโอ้อวดว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น

      ๕. ไม่ชิงพูด แย่งพูดก่อนคนอื่น หรือผูกขาดการพูดเพียงคนเดียว

      ๖. ไม่พูดยืดยาว นอกประเด็น พูดวกวนซ้ำซากน่าเบื่อ

      ๗. ไม่พูดเสียงห้วนๆ สั้นๆ ตามอารมณ์

      ๘. ไม่พูดหยาบคาย ใช้คำต่ำไม่เหมาะสม

      ๙. ไม่โต้เถียง คัดค้านอย่างไม่มีเหตุผล

      การอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง  ควรปฏิบัติดังนี้

      ๑. อ่านออกเสียงให้ถูกต้องและชัดเจน

      ๒. อ่านให้ดังพอที่ผู้ฟังได้ยินทั่วถึง

      ๓. อ่านให้เป็นเสียงพูดโดยธรรมชาติ

      ๔. รู้จักทอดจังหวะและหยุดหายใจเมื่อจบข้อความตอนหนึ่ง ๆ

      ๕. อ่านให้เข้าลักษณะของเนื้อเรื่อง เช่น บทสนทนา ต้องอ่านให้เหมือนการสนทนากันอ่านคำบรรยาย พรรณนาความรู้สึก หรือปาฐกถาก็อ่านให้เข้ากับลักษณะของเรื่องนั้น ๆ

      ๖. อ่านออกเสียงและจังหวะให้เป็นไปตามเนื้อเรื่อง เช่น ดุหรือโกรธ ก็ทำเสียง แข็งและเร็ว ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคร่ำครวญ อ้อนวอน ก็ทอดเสียงให้ช้าลง เป็นต้น

       ๗. การอ่านบทร้อยกรองต้องคำนึงถึง การอ่านให้ถูกต้องตามจังหวะและทำนองนิยม ตามลักษณะของร้อยกรองนั้น ๆ

        ยังมีการอ่านออกเสียงอีกประการหนึ่ง การอ่านทำนองเสนาะ เป็นลักษณะการอ่าน ออกเสียง ที่มีจังหวะทำนองและออกเสียงสูงต่ำเพื่อให้เกิดความไพเราะ การอ่านทำนอง เสนาะนี้ ผู้อ่านจะต้องเข้าใจลักษณะบังคับ ของคำประพันธ์แต่ละชนิด และรู้วิธีอ่านออกเสียง สูงต่ำ การทอดเสียง การเอื้อนเสียง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของคำประพันธ์ชนิดต่าง ๆ ด้วย การอ่านทำนองเสนาะนี้ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านาน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทย ทุกคนควรภูมิใจและรักษาวัฒนธรรมล้ำค่านี้ไว้เพื่อถ่ายทอดสืบต่อกันไปชั่วลูกชั่วหลาน

หลักการอ่านทำนองเสนาะ ควรปฏิบัติดังนี้

       ๑. ศึกษาลักษณะบังคับของคำประพันธ์แต่ละชนิดที่อ่านให้เข้าใจแจ่มแจ้ง
       ๒. อ่านให้ถูกต้องตามลักษณะของคำประพันธ์ชนิดนั้น ๆ เช่น การแบ่งวรรค บทสัมผัส การออกเสียงสูงต่ำ
      ๓. อ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ชัดเจน
      ๔. ใช้น้ำเสียงที่เหมาะสมกับบทบาทเนื้อเรื่องที่อ่าน บทโกรธ บทเศร้า ต้องรู้จักใช้เสียงให้ผู้ฟัง เกิดอารมณ์คล้อยตาม
      ๕. คำนึงถึงความไพเราะและท่วงทำนองและคำประพันธ์นั้น ๆ โดยการทอดจังหวะ  เอื้อนเสียง เน้นเสียง เป็นต้น


หลักการอ่านในใจ

      ๑. ตั้งสมาธิให้แน่วแน่ 

      ๒. กะระยะช่วงสายตาแต่ละคราวให้กว้างที่สุด จะทำให้อ่านได้รวดเร็ว ไม่ควรมองเป็นคำ ๆ เพราะทำให้อ่านช้าและจับใจความไม่ได้

      ๓. การเคลื่อนไหวสายตาจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งไม่ควรบ่อยครั้ง แต่ควรเป็นไปอย่างมีจังหวะและแน่นอน ไม่ควรส่ายตาไปตามเส้นบรรทัด

      ๔. ไม่ควรอ่านย้อนกลับเพื่อทบทวนใหม่บ่อย ๆ ทำให้อ่านช้า

      ๕. การเปลี่ยนบรรทัดต้องให้แม่นยำ พยายามอย่ากลับไปอ่านซ้ำบรรทัดเดิมอีก

      ๖. ไม่ทำปากขมุบขมิบหรือออกเสียงในเวลาอ่าน

      ๗. ไม่ใช้นิ้ว ปากกา หรือดินสอ ชี้ที่ตัวหนังสือทีละตัว

      ๘. จับใจความสำคัญและใจความประกอบให้ได้ พิจารณาให้เข้าใจ

      ๙. บันทึกความรู้ ความเข้าใจ และความคิดไว้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

      หลักการเขียนควรปฏิบัติ ดังนี้

       การเขียน    คือ  การแสดงความรู้  ความคิด  ความรู้สึก และความต้องการ  ของผู้ส่งสารออกไปเป็นลายลักษณ์อักษร  เพื่อให้ผู้รับสารสามารถอ่านเข้าใจ  ได้รับทราบความรู้  ความคิด  ความรู้สึก  และความต้องการเหล่านั้น    การถ่ายทอดโดยวิธีบอกเล่าปากต่อปาก อาจทำให้ข้อความตกหล่นหรือคลาดเคลื่อนได้ง่าย   ในการเขียนภาษาไทย  มีแบบแผนที่ต้องการรักษา  มีถ้อยคำสำนวนที่ต้องใช้เฉพาะ  และต้องเขียนให้แจ่มแจ้ง  เพราะผู้อ่านไม่สามารถไต่ถามผู้เขียนได้เมื่อนอ่านไม่เข้าใจ  ผู้ที่จะเขียนให้ได้ดี ต้องใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมกับผู้อ่าน  โดยพิจารณาว่าผู้อ่านสามารถอ่านงานเขียนได้เข้าใจมากน้อยเพียงใด
                                      
         เนื่องในวันสื่อสารแห่งประเทสไทย ก็ขอให้คนไทยทุกคนมีมายาทในการใช้ทักษะทางภาษาคือ การฟัง  การพูด  การอ่าน และการเขียน ให้ถูกต้องตามกาลเทศะ กับบุคคลและสถานที่

อ้างอิงข้อมูล

 http://dusithost.dusit.ac.th/~ranong2/KM&R/ca2.doc

http://www.panyathai.or.th/wiki

http://ebook.nfe.go.th/ebook/html/002/115.htm

http://elibrary.eduzones.com

 http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/pechburi/marina_wisan/work4.html



เข้าชม : 56620
นำเสนอโดย : ครูวรรณดี พลเยี่ยม
โรงเรียนบ้านพุขาม
สพท.เพชรบูรณ์ เขต 3
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ ภาษาไทย ล่าสุด
“การอ่านพัฒนาชีวิต พัฒนาสังคม”
โดย : [เข้าชม : 7542 ]
พระพุทธศาสนากับพระเจ้าอยู่หัว
โดย : [เข้าชม : 7602 ]
ของขวัญของแม่...
โดย : [เข้าชม : 7860 ]
ใช้ฉันท์ให้ตรงกับเนื้อเรื่อง
โดย : [เข้าชม : 28414 ]
มัทนะพาธา
โดย : [เข้าชม : 29149 ]
รำลึกพระคุณครู
โดย : [เข้าชม : 28736 ]
มานะมุ่งมั่น ก้าวทันประชาคมโลก
โดย : [เข้าชม : 22848 ]
เยาวชนไทย หัวใจอาเซียน เพียรสู่สากล บนฐานคิดเศรษฐกิจพอเพียง ๑
โดย : [เข้าชม : 112326 ]
เยาวชนไทย ก้าวไกลสู่สากล
โดย : [เข้าชม : 86028 ]
ภาษาไทยน่าพินิจ
โดย : [เข้าชม : 21278 ]
 10 บทความ Text Random
ปัญหาเซ็กส์ในวัยรุ่นปัจจุบัน
รู้ได้อย่างไร...ว่าอ้วนแล้ว
จำนวนวิเศษ
เชียร์กีฬา.....พาสุข
โลกศึกษาสร้างทักษะชีวิตให้กับผู้เรียนได้
ทำไมต้องนำเข้าสู่บทเรียน
มีอะไรในคำว่าครู
เขียนเรียงความเป็นไซร้ ยังแต่ได้...ให้ประโยชน์
การหากำลังสองของเลขสองหลักโดยวิธี UP – DOWN Method
ประเพณีบุญบั้งไฟ.......ความเปลี่ยนไปทางสังคม
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |