[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และปฐมวัย
สอนอย่างไรให้สนุก ถูกใจคนเรียน
พุธ ที่ 29 เดือน เมษายน พ.ศ.2552

การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมักพบว่า นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน ขาดความสนใจ ขาดความมุ่งมั่น   

         ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรียนการสอน  ได้ฟังผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เป็นปัญหาถกเถียงกันไม่รู้จบในปัจจุบัน  ยิ่งผลการสอบวัดผลระดับชาติ ที่เรียกว่า NT  หรือ O-net  ของนักเรียน  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2551  ออกมาสดๆ ร้อน แล้วน่าตกใจว่าการจัดการเรียนการสอนไม่สามารถพัฒนานักเรียนได้เลย  ตามความหมายของคะแนนที่ออกมา  ทำให้ผู้ใหญ่ใน สพฐ. ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาดังกล่าวบางคนอาจวิจารณ์ว่า สอบไม่ตรงกับที่สอน  หรือ นักเรียนไม่ตั้งใจสอบก็ตามที  ปัญหานี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าเกี่ยวกับ ครู นักเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และสื่อการสอน

        จากประสบการณ์และได้ฟังผู้รู้หลายท่านได้ให้แนวคิดในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนอยากเรียนรู้ ของผู้เขียน จึงเก็บมาฝากท่านผู้อ่าน  เพื่อให้ก่อนเปิดภาคเรียนนี้ ครูเราจะได้ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน  ดังนี้

   1.  ต้องรู้เขา รู้เรา
       
1.2  ต้องรู้ว่า ... เราจะสอนอย่างไร เช่น
             - ย่อยเนื้อหาความรู้ลงให้แคบ
             - หากเนื้อหามาก ก็แบ่งเป็นส่วนย่อย
             - ระบุสาระ หรือจุดประสงค์ ในการเรียนรู้ให้ชัดเจน
             - เรียบเรียงลำดับการสอน จากง่ายไปสู่ยาก (จากพื้นฐาน ไปสู่การประยุกต์)
       1.2 
ต้องรู้ว่า ... นักเรียนคิดอะไร เช่น
            -  ชอบคิดสิ่งที่ไร้สาระมากกว่าสาระ !!! (อารมณ์มาก่อนเหตุผล)
            -  ส่วนใหญ่เลือกเรียนตามเพื่อน ส่วนน้อยเลือกเพราะอนาคต
            - แบบว่า ... อยากรู้  แต่ ….. ไม่อยากเรียน
            - นักเรียนส่วนใหญ่เป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็น
            - ไม่ชอบคำว่าเรียน
            - คิดแต่จะมุ่งหาความสนุกสนาน บันเทิง ฯลฯ
       1.3 ต้องรู้ว่า … นักเรียนต้องการอะไร  เช่น
           -  ชอบความสนุกสนานและบันเทิง
           -  ชอบเป็นผู้สื่อสารมากกว่าผู้รับสาร
           -  ชอบทดลอง ทำเอง เพื่อเรียนรู้
           -  ต้องการที่จะรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ และต้องการจะรู้(ให้มากกว่า)ในสิ่งที่เพื่อนรู้
           -  ชอบเลียนแบบ (ดารา ศิลปิน คนเก่ง)
        1.4  ต้องรู้ว่า ... นักเรียนไม่ต้องการอะไร เช่น
          - ไม่ชอบให้ผู้ใหญ่ (ครู อาจารย์ ผู้สอน) ดุว่า อย่างไร้เหตุผล
          - ไม่ชอบความจำเจ น่าเบื่อ เพราะมีสมาธิสั้น
          - ไม่ชอบติดกรอบ ระเบียบ ที่มากและบ่อยเกินไป
          - ไม่ชอบการสอบวัดผล !!!ฯลฯ
 

        2. มีเคล็ดลับการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนอยากเรียนรู้
            “การสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้  ให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้นั้นจำเป็นต้องมีปัจจัยหลายประการ  ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง  คือ  การสร้างแรงจูงใจในการเรียนให้เกิดขึ้นกับนักเรียน  โดยครูเองจะต้องเป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้น และหมั่นสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของตนเองอย่างสม่ำเสมอด้วย”
             การสร้างแรงจูงใจในการเรียน  8 ประการ ( ของ เท็ด นัสโบม ครูผู้มีประสบการณ์สอนในระดับชั้นประถมศึกษา มากว่า 10 ปี  ในโรงเรียนไวเทเคอร์ มลรัฐโอเรกอน ในสหรัฐอเมริกา )

           2.1  ใช้ความกระตือรือร้นและตื่นเต้น
                  สิ่งหนึ่งที่ทำให้ครูรู้สึกตื่นเต้น  คือ  การได้เห็นเด็กๆ เรียนรู้ และครูก็มักจะให้เด็กรู้ว่าครูตื่นเต้นด้วย ครูต้องพยายามบอกเด็กๆ ว่า " ยังมีเรื่องอีกมากมายที่พวกหนูต้องเรียนรู้ และเป้าหมายของครูคือสอนให้พวกหนูเป็นผู้เรียนที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา"  ครูต้องหาทางที่จะกระตุ้นหรือหล่อเลี้ยงความกระตือรือร้น และความน่าตื่นเต้นของตนเองให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ เนื่องจากท่าทีในการสอนและการเรียนรู้ของครู จะส่งผ่านไปยังนักเรียนทำให้นักเรียนอยากเรียนรู้ด้วย
           2.2  การตั้งเป้าหมายให้สูง
                  ครูต้อง  ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ของนักเรียนทุกคนให้สูงไว้  และพยายามจะสื่อไปถึง
นักเรียนว่า "ความคาดหวังของครูคือ การที่นักเรียนสามารถบรรลุเป้าหมายในการเรียนที่ครูวางไว้" หากครูตั้งเป้าหมายไว้สูง เด็กมีแนวโน้มจะเรียนรู้ได้ดี  ในทางตรงข้าม ถ้าครูตั้งเป้าหมายต่ำ เด็กจะลดระดับการแสดงออกทางการเรียนของตนเองให้ต่ำลง เท่ากับความคาดหวังของครู
           2.3  การสร้างทางเลือก
                  ครูต้อง เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ฝึกฝนการเลือก ตัวอย่างเช่น  เมื่อครูแจกกระดาษ
แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์  ในคำสั่งระบุว่าเด็กสามารถเลือกทำโจทย์ข้อที่เป็นเลขคู่ หรือ เลขคี่ก็ได้ จากนั้นครูจะบอกต่อว่า "แต่ถ้านักเรียนเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียรจริงๆ นักเรียนควรจะแก้โจทย์ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งให้เสร็จ" ในการใช้เทคนิคนี้ เป็นไปเพื่อ "เปลี่ยนวิธีการออกคำสั่งให้เป็นเรื่องของการท้าทาย" และมักพบว่ามีเด็กจำนวนถึงร้อยละ 90 ที่เลือกแก้โจทย์ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งต่อจนเสร็จ เพราะเด็กต้องการจัดตนเองอยู่ในกลุ่มคนที่มีความขยันหมั่นเพียร
           2.4  สร้างความรับผิดชอบ
                  ถึงแม้ว่านักเรียนจะมีโอกาสในการ ฝึกฝน การเลือก แต่ครูก็ต้องถ่วงดุล การมีอิสระนั้นโดยให้เด็กมีความรับผิดชอบ เช่น "เมื่อนักเรียนรู้ว่าตนเองต้องมีความรับผิดชอบ นักเรียนจะเกิดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้อย่างน่าทึ่ง" ในแต่ละครั้งที่สอน  ครูอาจเลือกเด็กนักเรียน 1 คนและมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเรื่องการเข้าชั้นเรียนของเพื่อนๆ ในห้อง ซึ่งพบว่าเด็กๆ จะสนุกกับกับความรับผิดชอบ แม้แต่การเปิดประตูให้เพื่อนๆ เดินเข้าห้อง ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ครูแสดงให้นักเรียนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็น  เรื่อง  ของคนที่น่ายกย่อง
           2.5  เน้นเสริมแรงด้านบวก
เวลาให้คะแนนนักเรียน ครูควรจะเน้นโจทย์ที่เด็กตอบถูก เช่น ทำได้ 43 จาก 50 ข้อ
มากกว่าบอกว่าเด็กทำผิด 7 ข้อ เมื่อเด็กแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้สำเร็จ ครูจะเขียนคำว่า "ดี" ลงไป และเพิ่มคะแนนเป็น 50 ในกระดาษคำตอบนั้น ในกรณีที่เด็กบ่นว่า "หนูเหลืออีก 7 คะแนนเองก็จะได้เต็ม" ครูจะตอบเด็กว่า "หนูได้ตั้ง 43 เต็ม 50 แน่ะ หนูทำได้ดีแล้ว" เป็นต้น
           2.6  เน้นการเรียนแบบร่วมมือ
                นักเรียนจะต้องมีสำนึกในเรื่องของความรับผิดชอบและการถูกตรวจสอบกับเพื่อนนักเรียนด้วยกันมากกว่าครู   โดยให้นักเรียนฝึกฝนการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันในกลุ่มเพื่อน โดยพยายามจัดให้เด็กที่มีลักษณะเป็นผู้นำ 1 คนกระจายอยู่ในแต่ละกลุ่ม เป็นต้น  และพบว่านักเรียนมีแนวโน้มที่จะสร้างแรงจูงใจซึ่งกันและกัน  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกลุ่ม โดยนักเรียน แต่ละคนจะมีจุดแข็งหรือความรู้สึกท้าทายเฉพาะตัว ซึ่งหากไม่มีสิ่งนี้จะไม่มีทางบรรลุเป้าหมายของกลุ่มได้
          2.7  เน้นการให้กำลังใจ
                 เมื่อสังเกตเห็นว่านักเรียนคนไหนกำลังประสบปัญหาหรือรู้สึกไม่สบายใจ  ครูต้องพยายามมองหาจุดชมเชย  จากการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเด็ก เป็นต้นว่า เมื่อเด็กเก็บเศษกระดาษที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ครูก็จะพูดชมเชยเด็กและให้รางวัล เนื่องจากเขาเชื่อว่าการที่เด็กได้กระทำดีแล้วครูชม  แม้ว่าจะเล็กน้อยในวันที่เด็กประสบปัญหาหรือไม่สบายใจ จะช่วยดึงนักเรียนให้กลับมาสู่การเรียนรู้ได้ตามปกติ  ครูครใช้กิจกรรมที่แตกต่างหลากหลายในการให้กำลังใจเด็ก บางครั้งครูจะร้องเพลงนำ  แฮปปี้เบริ์ดเดย์ในวันเกิดของเด็ก เป็นผู้นำในการทำห้องเรียนให้มีชีวิตชีวา ในกรณีที่เด็กบางคนมีปัญหาหรือรู้สึกไม่สบายใจ ครูจะจัดกิจกรรมหรือใช้วิธีการพิเศษที่จะทำให้เด็กมีความสบายใจขึ้น 
           2.8  ยึด กฎและกติกา
                  เพื่อให้ห้องเรียนดำเนินไปอย่างราบรื่น ครูจำเป็นต้องฝึกทักษะในการจัดการกับพฤติกรรมด้านลบของเด็กบางคน  เมื่อเด็กทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ครูรู้สึกโกรธ  ครูต้องใช้โอกาสนี้ในการสอนเด็ก
                  ข้อคิดฝากไปถึงเพื่อนครู  " เมื่อครูรู้สึกสนุก เด็กจะรู้สึกสนุกไปด้วย และเมื่อครูสร้างแรงจูงใจให้แก่ตนเอง นักเรียนจะเกิดแรงจูงใจเช่นเดียวกัน "

          ขอเป็นกำลังใจให้ครูผู้สอนทุกท่าน ได้สร้างแรงจูงใจ ให้นักเรียนใฝ่เรียนใฝ่รู้  มีความกระตือรือร้น ในการเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนและยกระดับ ผลสัมฤทธิ์การเรียนให้สูงขึ้น ต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล :

อธิคม  กฤษบุตร  เอกสารประกอบคำบรรยาย  มกราคม 2552

สานปฏิรูป ฉบับที่ 63 เดือนกรกฎาคม 2546



เข้าชม : 26063
นำเสนอโดย : ชัยชาญ พรวญหาญ
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และปฐมวัย ล่าสุด
รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน ชุด รอบรู้เรื่องเพศวิถี กิจกรรมแนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โดย : [เข้าชม : 3235 ]
รายงานผลการนิเทศครูผู้สอนปฐมวัยโดยใช้แนวทางพัฒนาการจัดกิจกรรมดนตรี - นาฏศิลป์สำหรับเด็กปฐมวัย
โดย : [เข้าชม : 15290 ]
อยากรู้ไหม "เวลา" มีค่าอย่างไร
โดย : [เข้าชม : 10571 ]
รักวัว ให้ผูก รักลูกให้ตี
โดย : [เข้าชม : 11306 ]
ตลอดเวลา
โดย : [เข้าชม : 8563 ]
กำลังใจ
โดย : [เข้าชม : 8391 ]
อัพอีคิวเด็กไทยรับอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 8540 ]
การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
โดย : [เข้าชม : 10161 ]
การฝึกสมอง...ให้มีความคิดสร้างสรรค์
โดย : [เข้าชม : 10051 ]
วัยโจ๋ดื่มเหล้าเสี่ยงสมองเสื่อมสูญเสียความจำ
โดย : [เข้าชม : 9406 ]
 10 บทความ Text Random
สัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณ วันหนึ่งมันอาจช่วยชีวิตคุณไว้ได้
ทำไมทักษะเขียนภาษาอังกฤษจึงยาก
คุณ! รักตัวเอง...เป็นหรือเปล่า??
5 วิธีเอาชนะความขี้อาย
ผลการให้คำปรึกษา
Abstract
การเลือกคณะเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
การคิดเลขเร็ว...แบบสายฟ้าแลบ
ศิลปะที่มากกว่าศิลปะ
ถังน้ำสองใบ
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |