[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : การงานอาชีพ และเทคโนโลยี
สารพิษอะฟลาทอกซิน....อันตรายใกล้ตัว
ศุกร์ ที่ 8 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2552

การกินอาหารในสภาพปัจจุบัน จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ มิฉะนั้นคุณอาจจะได้สารอะฟลาทอกซินเป็นของแถม   

สารพิษอะฟลาทอกซิน

        ปัจจุบันอันตรายจาการการบริโภคอาหารของมนุษย์เรามีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสารพิษที่ปะปนมากับเมล็ดพืช และธัญพืชต่าง ๆ สารพิษจากเชื้อรา mycotoxins ที่ปนเปื้อนอาหาร เท่าที่ค้นพบแล้วมีประมาณ100ชนิด  สร้างโดยเชื้อราประมาณ 200 สายพันธุ์   การปนเปื้อนของสารพิษจากรามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจการผลิตอาหาร องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประมาณว่า  ทั่วโลกสูญเสียอาหารที่เนื่องจากการปนเปื้อนของพิษจากราถึง100 ล้านตันต่อปี  และที่สำคัญกว่านั้นก็คือมีผลต่อสุขภาพมนุษย์  ในบรรดาสารพิษจากเชื้อราที่รู้จักทั้งหมดนั้น  เชื้อราที่เป็นปัญหาหลักของการปนเปื้อนอาหาร ก็คือ


ภาพจาก สุขภาพดีมีรอยยิ้ม

สารพิษอะฟลาทอกซิน
        อะฟลาทอกซิน คือ สารพิษที่เกิดจากเชื้อรา สายพันธุ์แอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส (Aspergillus flavus)และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติคัส (Aspergillus paraciticus) ในปี ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) มีการประชุมกลุ่ม ทำ งานจาก 5 แห่ง ในประเทศอังกฤษ เรียกว่า กลุ่มทำ งานวิจัยการเกิดพิษในถั่วลิสง ร่วมกันพิจารณาตั้งชื่อสารพิษจากเชื้อราเหล่านี้ว่า “อะ-ฟลา-ทอกซิน (A-fla-toxin)” โดยพิจารณาคำ ว่า “อะ (A)” มาจาก“แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus)” และคำ ว่า “ฟลา (fla)” มากจาก ฟลาวัส (flavus)” สารนี้จัดเป็น “สารพิษ หรือทอกซิน (toxin)” จึงนำ มาเรียกรวมกันว่า “อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin)” เชื้อราสายพันธุ์เหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีสมบัติเป็นพิษต่อคน สัตว์และพืช อะฟลาทอกซินเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลทางชีวภาพหรือขบวนการเมตาบอสิซึมชนิดทุติยภูมิของเชื้อรา ทำ ให้เชื้อราสร้างสารพิษได้ 4 ชนิด คือ อะฟลาทอกซินชนิด บี1 และอะฟลาทอกซินชนิด บี2 ซึ่งเรืองแสงให้สีนํ้าเงินภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต ในช่วงความยาวคลื่น 256 ถึง 365 นาโนเมตร อะฟลาทอกซินชนิด จี1และอะฟลาทอกซิน ชนิด จี2 ซึ่งเรืองแสงให้สีเขียวภายใต้แสงอัลตราไวโอเลตที่ความยาวคลื่นช่วงเดียวกันความเข้มของแสงที่เรืองแสงนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับปริมาณความเข้มข้นของอะฟลาทอกซิน ดังนั้น จึงใช้คุณสมบัติการเรืองแสงนี้เป็นวิธีทดสอบและตรวจวัดปริมาณอะฟลาทอกซิน
      
 อัลฟลาทอกซินมักพบในพืชตระกูลถั่ว  โดยเฉพาะถั่วลิสงและผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง  และในอาหารแห้งหลายชนิด  ได้แก่  ถั่วกระจก  ขนมตุ๊บตั๊บ  น้ำมัน  ถั่วลิสง  และพบในพริกแห้ง  พริกป่น  ข้าวโพด  กระเทียม  หัวหอม  กุ้งแห้ง  พริกแห้ง  มะพร้าว  ผลไม้แห้ง  สมุนไพร  เป็นต้น  รวมถึงเมล็ดข้าวโพด  ข้าวโอ๊ต  ข้าวสาลี  มันสำปะหลัง  และเมล็ดพืชที่ใช้ทำอาหารสัตว์เราตรวจสอบเชื้อราได้ด้วยตาเปล่า  หากมองเห็นอาหารเหล่านั้นมีเชื้อราขึ้นเป็นสีน้ำตาล  สีเหลือง  สีเขียว  สีเขียวเหลือง  หรือสีดำ  แสดงว่าไม่ควรนำมารับประทานเพราะราสีต่าง ๆ  ดังกล่าว  มักเป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดพิษอัลฟลาทอกซิน
 
การเกิดสารพิษอะฟลาทอกซิน
        สภาวะเหมาะสมที่ทำ ให้อะฟลาทอกซินเกิดได้ดี คือ ภายใต้ความชื้นร้อยละ 18-30 อุณหภูมิ 43-63องศาเซลเซียส และวัตถุดิบทางการเกษตรหรือเมล็ดพืชที่เสื่อมสภาพ แตกหัก หรือมีแผลเสียหายจากการทำลายของแมลง นก หรือหนู ซึ่งจัดเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของเชื้อราแอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติคัส ภูมิอากาศแบบร้อนชื้นทำ ให้เชื้อราเจริญเติบโต และสามารถสร้างสารพิษอะฟลาทอกซินได้ดี โดยสารพิษจะอยู่ภายในเมล็ดพืชหรือวัตถุดิบเหล่านั้น และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ประเทศไทยอยู่ในภูมิอากาศดังกล่าวจึงทำ ให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดสารพิษอะฟลาทอกซินกับผลิตผลทางการเกษตร


ภาพจาก ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ

การออกฤทธิ์ของสารพิษอะฟลาทอกซิน
        การออกฤทธิ์ในสัตว์ ในสัตว์ปีกสัตว์มีอัตราการเจริญเติบโตลดลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น ผลผลิตเนื้อ นม ไข่ลดลง คุณภาพไข่ลดลง ขนาดไข่ลดลง การฟักไข่ลดลง เปลือกไข่บางลง ในลูกเป็ดที่ได้รับสารอะฟลาทอกซิน การเกิดพิษแบบเฉียบพลันจะแสดงอาการชักและตายภายใน 2-3 วันหลังจากได้รับสารพิษ พบลักษณะหัว คอ และขาบิดไปข้างหน้าลำ ตัวแอ่นไปข้างหน้า มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังและอวัยวะภายใน ตับโตสีเหลืองซีด ไต ตับอ่อนและม้ามขยายใหญ่
        สำหรับในโคและกระบือนั้น การเกิดพิษในลูกโคและกระบือนั้นมีความรุนแรงมากกว่าในโคและกระบือตัวโตเต็มวัยลูกโคและกระบือจะแสดงอาการกระสับกระส่าย พยายามถ่ายหรือเบ่งมากจนทวารหนักทะลักออกมาและตายในที่สุด ในแม่โคนมแสดงอาการ ซึม เบื่ออาหาร นํ้าหนักลด นํ้านมลด และมีอาการท้องมาน อวัยวะภายในต่างๆบวมนํ้า มีการเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตับ เซลล์บุท่อนํ้าดีเพิ่มจำ นวนมากขึ้นเซลล์บุหลอดเลือดดำ ของตับอักเสบอย่างเรื้อรัง ตับขยายใหญ่ขึ้น
        สำหรับในคนนั้น อะฟลาทอกซินสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางตรง โดยการบริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซิน เช่น ถั่วลิสง และทางอ้อมโดยการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีการปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โดยสัตว์เหล่านี้ก็ได้รับสารอะฟลาทอกซินจากอาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของผลิตผลทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โรคที่ตรวจพบในคนอันเนื่องมาจากสารอะฟลาทอกซิน ได้แก่ โรคมะเร็งตับ โรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง โรคสมองอักเสบ นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่น เซลล์ปอดผิดปกติ เซลล์หลอดลมผิดปกติ

การป้องกัน
       
อย่ารับประทานอาหารที่ขึ้นราแม้แต่เพียงเล็กน้อย  ไม่ว่าจะเป็นข้าว พืชผัก  ธัญพืช  ขนมปัง  และเนยพยายามประกอบอาหารเอง  เพื่อหลีกเลี่ยงสารพิษ  โดยการคัดเลือกอาหารที่มีราออกทิ้งไป  เช่น  คัดถั่วลิสง  ถั่วเหลือง  เป็นต้นเก็บอาหารแห้งไว้ในที่แห้ง  มีลมโกรก  และอย่าเก็บนานเกินไปสำหรับหอม  กระเทียม  หากมีราขึ้นไม่มาก  ควรปอกเปลือก  แล้วล้างให้สะอาดก่อนนำไปเผาหรืออบ  บางคนนำไปเผาแล้วจึงค่อยมาบีบเอาแต่เนื้อส่วนใน  ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะสารพิษเมื่อถูกความร้อนสามารถซึมเข้าเนื้อในของหอมและกระเทียมได้อาหารจำพวกพริกแกง  น้ำเต้าหู้  หรือพริกป่น  ถั่วลิสงคั่วป่น  อาจมีสารพิษนี้  เพราะผู้จำหน่ายอาจไม่ได้คัดเอาส่วนที่ขึ้นราทิ้งออกไป

สรุป
        สารพิษอะฟลาทอกซิน เป็นสารพิษที่คนเราจำเป็นต้องรู้ เพราะเป็นสารพิษที่เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในประเทศเมืองร้อนเช่นเมืองไทยเรา และสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ทั้งคนและสัตว์ ฉะนั้นผู้ที่มีความรู้จึงสามารถป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการระมัดระวังในเรื่องอาหารการกิน การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากสารพิษอะฟลาทอกซิน

ที่มา
http://bangkok-guide.z-xxl.com
http://www.dss.go.th/
http://www.unisys-th.com/page40.php
http://siweb.dss.go.th/news/show_abstract.asp?article_ID=1911



เข้าชม : 10712
นำเสนอโดย : นายนรินทร์ พันธุ์ครู
โรงเรียนกันทรวิชัย
สพท.มหาสารคาม เขต 1
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ การงานอาชีพ และเทคโนโลยี ล่าสุด
บทคัดย่อ การพัฒนาครูด้วยระบบออนไลน์ ในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 1715 ]
บทคัดย่อ การพัฒนาหลักสูตรสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น วิชา การทำนาดำข้าวหอมมะลิอินทรีย์
โดย : [เข้าชม : 1701 ]
16 รายการในร่างกายที่อาจจะยังไม่รู้
โดย : [เข้าชม : 8035 ]
แค่ปรับเปลี่ยนความคิด ชีวิตก็ดีขึ้น จริงรึ?
โดย : [เข้าชม : 8183 ]
เราพร้อมหรือยัง ? ในการจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตอนที่ 2
โดย : [เข้าชม : 9279 ]
เราพร้อมหรือยัง ? ในการจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตอนที่ 1
โดย : [เข้าชม : 9426 ]
ผักบุ้งกับวิตามิน
โดย : [เข้าชม : 9612 ]
การพัฒนา Application ด้วย Android SDK ตอน 3
โดย : [เข้าชม : 14787 ]
การพัฒนา Application ด้วย Android SDK ตอน 2
โดย : [เข้าชม : 14024 ]
การพัฒนา Application ด้วย Android SDK ตอน 1
โดย : [เข้าชม : 14908 ]
 10 บทความ Text Random
เศรษฐกิจพอเพียง...เพียงพอด้วยหัวใจ
"มะเขือยาว" อร่อยดีมีประโยชน์
หวานได้ ไม่ทำร้ายสุขภาพ
รังนก.... ราคาที่แตกต่างกับคุณค่าทางโภชนาการ
เลื่อนตัวเองขึ้น แต่อย่าลดคนอื่นลง
บิ๊กเบน
เรื่องราวดีดี..ที่ข้าราชการเราควรเอาเยี่ยงอย่าง
ชีวิตคุณยังคงมีค่าอยู่หรือเปล่า.....
วิ่งตามอะไรกันในชีวิต..ที่ลิขิตตัวเองสุดแสนเหนื่อย
เรือนสามน้ำสี่
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |