[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : ภาษาไทย
ยุให้รำ ตำให้รั่ว
พุธ ที่ 9 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2552

ภาษาไทยนับว่าเป็นภาษาที่มีอัจฉริยลักษณะของตนเองอยู่มากมายหลายประการที่แตกต่างกับภาษาอื่น ๆ ที่น่าสนใจมากประการหนึ่งก็คือ "สำนวน" ชนิดที่เป็นคำพังเพย   

ที่มาของภาพ: http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://guru.sanook.com/picfront/main/

การกระทำที่ส่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดแล้วส่งผลให้บุคคลทั้งสองผิดใจกันนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง แต่ในสังคมไทยที่เป็นสังคมที่เชื่อในสิ่งที่ฟัง ไม่ยั้งใจในสิ่งที่เห็น จึงทำให้สำนวน ยุให้รำ ตำให้รั่ว ยังใช้ได้มาจนถึงวันนี้ ลองอ่านบทความนี้ดูซิคะ

สำนวนไทย : ยุให้รำ ตำให้รั่ว
              
      ภาษาไทยนับว่าเป็นภาษาที่มีอัจฉริยลักษณะของตนเองอยู่มากมายหลายประการที่แตกต่างกับภาษาอื่น ๆ ที่ข้าพเจ้าสนใจมากประการหนึ่งก็คือ "สำนวน" ชนิดที่เป็นคำพังเพย เพราะบางสำนวนอ่านแล้วทั้งขัดหูและขัดตา แต่บางทีก็จนใจ เพราะหาที่มายังไม่ได้ เช่นสำนวนที่ว่า "ยุให้รำตำให้รั่ว" พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้ "(สำนวน) ก.ยุให้แตกกัน, ยุให้ผิดใจกัน." นอกจากนั้นก็ยังมีสำนวนว่า "ยุแยงตะแคงแซะ" กับ "ยุแยงตะแคงรั่ว" อีก ซึ่งพจนานุกรมได้เก็บไว้คู่กัน และให้ความหมายไว้ว่า "ก.ยุให้ทั้ง ๒ ฝ่ายแตกกัน." แต่ที่ข้าพเจ้าสงสัยก็คือ ทำไม "ยุให้รำ" จึงใช้เข้าคู่กับ "ตำให้รั่ว" เพราะข้อความมิได้ใกล้เคียงกันเลย คำว่า "รำ" ที่เป็นคำกริยา พจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ดังนี้ "ก.แสดงท่าทางเคลื่อนไหวคนเดียวหรือหลายคน โดยมีลีลาและแบบท่าของการเคลื่อนไหวและมีจังหวะลีลาเข้ากับเสียงที่ทำจังหวะเพลงร้องหรือเพลงดนตรี, อาการที่แสดงท่าคล้ายคลึง เช่นนั้น, ฟ้อน." ส่วนคำว่า "รั่ว" พจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ดังนี้ "ก. อาการที่อากาศหรือของเหลวเป็นต้นไหลเข้าหรือออกทางรอยแตกหรือรูที่เกิดจากความชำรุด เช่น น้ำรั่ว ฝนรั่ว. ว. มีรอยแตกหรือมีรู ซึ่งเกิดจากความชำรุดที่อากาศหรือของเหลวเป็นต้น เข้าออกได้ เช่น เรือรั่ว หลังคารั่ว; แพร่งพราย เช่น ข่าวรั่ว ข้อสอบรั่ว." ไม่มีความหมายใด ๆ ที่คำว่า "รำ" กับคำว่า "รั่ว" ใกล้เคียงกันเลย

     
ข้าพเจ้าได้สอบถามศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร ว่าทางภาคพายัพหรือไทยเผ่าอื่น ๆ คำว่า "รำ" ที่มีความในทำนองเดียวกัน "รั่ว" มีบ้างไหม ท่านก็ได้เปิดดูในหนังสือ "พจนานุกรมล้านนา - ไทย" ฉบับแม่ฟ้าหลวง ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ได้จัดทำขึ้นในวโรกาสที่ "แม่ฟ้าหลวง" คือสมเด็จพระบรมราชชนนี เจริญพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ พบว่า ในคำว่า "รำ" พจนานุกรมล้านนา - ไทย ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้
     
     
"ก ๑. พรำ, กรำ, รด อย่างกรำฝนหรือฝนตก
           
ก ๒. ม้วนอย่างม้วนเสื่อ
           
ก ๓. เข่นลง, ทำให้ยุบลง, ทุบ เช่น ไล่รำเข้าป่า - ไล่ทำร้ายขับให้หนีเข้าสู่ป่า
           
น ๑. ลักษณนามเรียกสิ่งที่เป็นม้วนอย่างม้วนเสื่อเป็นต้น
           
น ๒. มาตราวัดความยาวเท่ากับหนึ่งวา มักใช้กับผ้า" ฮำ ก็ว่า.

     
จากความหมายใน ก ๓. ที่ว่า "เข่นลง, ทำให้ยุบลง, ทุบ" ก็พอทำให้สันนิษฐานได้ว่า สำนวนที่ว่า "ยุให้รำ" นั้น มิได้หมายความว่า ยุให้ออกไปรำ เช่นรำวงหรืออะไรทำนองนั้น คงจะหมายความว่า ยุให้เขาต่อสู้ชกต่อยกันมากกว่า เพราะความจะเข้ากับ "ตำให้รั่ว" ได้เป็นอย่างดี ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงสมัยที่เป็นเด็กโดยเฉพาะพวกเด็กวัด เด็กโต ๆ มักจะยุให้เด็กเล็ก ๆ ชกกัน แต่ไม่ค่อยมีใครยอมลงมือก่อน เพราะถ้าถูกพระจับได้ ใครลงมือชกก่อน จะถูกตีมากกว่าคนที่ถูกชกหรืออาจถูกตีเพียงคนเดียวก็ได้ ตามปรกติ จะยืนเผชิญหน้ากันพร้อมกับกำมือเป็นกำปั้นไว้เตรียมชก แต่ก็ไม่มีใครยอมชกก่อน เด็กโต ๆ ก็จะเขียนวงกลมที่พื้นดินเป็น ๒ วง บอกว่าวงหนึ่งสมมุติเป็นหัวพ่อของคนหนึ่งและอีกวงหนึ่งเป็นหัวพ่อของอีกคนหนึ่ง แล้วจะยุว่าถ้าใครลบหัวพ่อของอีกฝ่ายหนึ่งได้ก็เป็นพ่อของอีกฝ่ายหนึ่ง การลบก็ต้องยื่นเท้าออกไปลบ พอคนหนึ่งยื่นเท้าออกไปลบหัวพ่อของอีกคนหนึ่ง คนที่หัวพ่อถูกลบจะชกทันที ต่อจากนั้นก็ชกกันนัวเนียไปหมด บางทีก็เลยถูกตีทั้งคู่ รวมทั้งคนยุด้วย นี่ก็แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยเราแม้จะอยู่ต่างจังหวัด มีการศึกษาน้อย แต่เรื่องศักดิ์ศรีนี่ใครจะมาดูถูกดูหมิ่นไม่ได้ ผิดกับคนสมัยนี้ แม้จะมีการศึกษาสูงมีความรู้ความสามารถ มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ๆ บางทีก็ลืมศักดิ์ศรีของตนไปประจบสอพลอคนที่มีอำนาจวาสนาขึ้นมาก แม้จะมีความรู้ต่ำต้อยกว่าตน ก็ตาม

      สำนวนในลักษณะอย่างนี้ ยังมีอีกหลายสำนวน ดังที่ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวถึงมาบ้างแล้ว เช่น "พลัดที่นา คาที่อยู่" หรือ "พลั้งปากเสียศีล พลั้งตีนตกต้นไม้" ว่า ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงใช้ว่า "พลัดที่นาคลาที่อยู่" เป็นต้น ข้าพเจ้าจะได้นำสำนวนในลักษณะเช่นนี้มาเสนอท่านผู้ฟังในโอกาสต่อไป.

ที่มาของบทความ : http://www.tpschamnong.iirt.net/article/basa_5nt075.html

 

 



เข้าชม : 7197
นำเสนอโดย : ขนิษฐา บุญด้วยลาน
โรงเรียนสองคอนวิทยาคม
สพม.4
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ ภาษาไทย ล่าสุด
ตอนที่ ๔๐ ชาวอาเซียนรู้รัก รู้จักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมือง
โดย : [เข้าชม : 21787 ]
ตอนที่ ๓๙ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 21094 ]
ตอนที่ ๓๘ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียน (ต่อ)
โดย : [เข้าชม : 20800 ]
ตอนที่ ๓๗ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียน (ต่อจากตอนที่แล้ว)
โดย : [เข้าชม : 20785 ]
ตอนที่ ๓๖ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 20753 ]
ตอนที่ ๓๕ข้อเสียเปรียบของแต่ละประเทศในประชาคมอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 20872 ]
ตอนที่ ๓๔ ข้อได้เปรียบของแต่ละประเทศในประชาคมอาเซียน (ต่อ)
โดย : [เข้าชม : 21043 ]
ตอนที่ ๓๓ ข้อได้เปรียบของแต่ละประเทศในประชาคมอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 20226 ]
ตอนที่ ๓๒ ข้อห้ามของประเทศอาเซียนที่ควรรู้
โดย : [เข้าชม : 20587 ]
ตอนที่ ๓๑ ความแตกต่างของชาวอาเซียนที่คนไทยควรระมัดระวัง
โดย : [เข้าชม : 19860 ]
 10 บทความ Text Random
เผยแพร่ผลงานการวิจัย
ดื่ม"เหล้า" แก้หนาว ระวังจะได้ของแถม !!
"นมแม่" หรือ "นมขวด" ดีกว่ากัน?
เด็กไทย งามอย่างไทย ก้าวไกลสู่สากล
ความมืดทั้งโลกก็ดับแสงเทียนเล่มหนึ่งไม่ได้
ปิดทองไปข้างหลังพระ
รางวัลทรงคุณค่า สพฐ.
ย้อนอดีตการศึกษาไทย ตั้งต้นไกลถึง 799 ปี (2)
ปัญหาการใช้จมูก
International Women's Day (Part 1)
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |