[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : ศิลปะ ดนตรีและนาฎศิลป์
ตาบอดสี.... ตอนที่ 2
จันทร์ ที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2552

มาต่อกันนะครับในเรื่อง ตาบอดสี มาดูสาเหตุของการเกิดบอดสี การตรวจและวินิจฉัย และจะส่งผลต่อในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง   

     

 





       เรา ยังสามารถแบ่งตาบอดสีออกเป็นตามระดับของ ความผิดปกติในการรับแสง(หรือสี) นั้น ซึ่งผู้ที่เห็นสีบกพร่องนี้ก็จะเห็นสีผิดไปจากปกติแต่ไม่รุนแรงเท่าตาบอดสี กลุ่มแรก นอกจากนี้ยังมีตาบอดสีบางประเภทที่มีความผิดปกติของเซลล์รับสีมากกว่าหนึ่ง ตัว หรือไม่มีเซลล์รับสีเลย(Total Color – blindness: Monochromatism) คนกลุ่มนี้ก็จะแยกสีไม่ได้เลย (มองเห็นเป็นสีขาว-ดำ หรือเฉดสีเทา) และมักจะมีสายตาที่ผิดปกติร่วมด้วย อย่างไรก็ตามความผิดปกตินี้พบได้น้อยมากและพบได้ในผู้หญิงพอๆกับผู้ชาย

สาเหตุของตาบอดสี
ความผิดปกติแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด(congenital color vision defects)
2. กลุ่มที่มีความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาภายหลัง (acquired color vision defects)
มัก พบกลุ่มแรก คือกลุ่มที่เป็นตั้งแต่กำเนิดบ่อยกว่ากลุ่มที่เป็นภายหลัง เมื่อพิจารณาในกลุ่มที่เป็นตั้งแต่เกิด กลุ่มย่อยที่พบได้บ่อยที่สุด คือ กลุ่มที่บอดสีเขียว-แดง หรือเรียกว่า Dichromatism ซึ่งพบได้ประมาณ 5-8% ในผู้ชาย และพบเพียง 0.4 - 0.5% ในผู้หญิง (ผู้ชายพบได้บ่อยกว่ามาก) ส่วนในกลุ่มที่เป็นภายหลัง มักพบเป็นการบอดสีน้ำเงิน-เหลือง และพบได้พอ ๆ กันทั้งชายและหญิง ซึ่งจำนวนคนที่เป็นในกลุ่มนี้น้อยกว่ากลุ่มที่เป็นแต่กำเนิดมาก


กลุ่มที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด(Congenital color vision defects)
เป็น ภาวะที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยเป็นลักษณะด้อยซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยโครโมโซม  X  ที่เรียกว่า  X -link recessive การที่พบโรคนี้ในผู้ชายมาก ทั้งนี้เพราะ ความผิดปกติของเม็ดสีและเซลล์รับแสงสีเขียวหรือแดง ซึ่งถูกควบคุมด้วยยีนบนโครโมโซม X

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ เรื่องโครโมโซมซึ่งเป็นตัวกำหนดลักษณะทางพันธุกรรมก่อนดังนี้  ในเพศชายจะมีโครโมโซมเป็น XY คือมี X 1 หน่วย และ Y 1 หน่วย ส่วนเพศหญิง จะมีโครโมโซมเป็น XX ซึ่งมี X 2 หน่วย เมื่อมีลูก โครโมโซมของพ่อและแม่จะแยกกัน และจับคู่กันเป็นโครโมโซมของลูก โดยจะได้โครโมโซมจากพ่อกับแม่มาอย่างละครึ่ง โดยการจับคู่นี้จะจับอย่างไร ก็จะเกิดขึ้นตามโอกาสความน่าจะเป็น (ตามแผนภาพ)  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าลูกชาย จะได้โครโมโซม X จากแม่เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็น X หน่วยใดหน่วยหนึ่งก็ได้ และได้โครโมโซม Y จากพ่อ ส่วนลูกสาวจะได้โครโมโซม X จากพ่อ 1 หน่วยและจากแม่ 1 หน่วย ซึ่งโครโมโซม X จากแม่จะเป็นหน่วยในหน่วยหนึ่งก็ได้
จากข้อเท็จจริงที่ว่าโครโมโซม Y นั้น มีขนาดเล็กกว่า โครโมโซม X จึงไม่สามารถที่จะข่มลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างที่จะถ่ายทอดมาทางโครโมโซม X ได้ ดังนั้นถ้ามีลักษณะด้อยใดที่ติดมากับโครโมโซม X เช่น หัวล้าน หรือตาบอดสี ก็จะทำให้ผู้ชายคนนั้นแสดงอาการของตาบอดสีออกมา ในขณะที่เพศหญิงถ้าหน่วย  X  นี้มีลักษณะด้อยตาบอดสีเพียงหน่วยเดียว โครโมโซม X อีกหน่วยก็จะข่มลักษณะด้อยนี้ไว้ ทำให้ไม่เกิดตาบอดสี แต่ก็เป็นพาหะทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดลักษณะด้อยตาบอดสีนี้ไปยังลูก หลานได้  เพศหญิงจะเกิดตาบอดสีได้เมื่อ โครโมโซม X ทั้ง  2 หน่วยมีลักษณะด้อยตาบอดสีทั้งคู่
ลักษณะอาการที่ตรวจพบคือ ตาทั้ง 2 ข้างจะมีอาการมองเห็นสีผิดปกติเหมือนกันคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ที่สามารถเห็นสีได้ปกติ จะต้องมีเซลล์รับแสงสีที่จอประสาทตาครบทั้ง 3 สี คือ แดง เขียว และน้ำเงิน และมีปริมาณเม็ดสีในเซลล์ที่ปกติ รวมทั้งระบบประสาทตาและการแปลผลที่เป็นปกติด้วย ผู้ป่วยมักมีการรับรู้สีเขียวหรือแดงผิดไป แยกสีเขียวกับแดงได้ลำบาก ส่วนความผิดปกติของเม็ดสีและเซลล์รับแสงสีน้ำเงินนั้นถูกควบคุมด้วยยีนบน โครโมโซม 7 จึงมีการถ่ายทอดแบบ Autosomal dominant ซึ่งจะพบผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้น้อย

กลุ่มที่มีความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาภายหลัง (Acquired color vision defects)
เกิด จากการถูกทำลายของจอประสาทตา เส้นประสาทตา หรือส่วนรับรู้ในสมองจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การอักเสบ ภาวะขาดเลือด อุบัติเหตุ เนื้องอก การเสื่อมลงของจอประสาทตา หรือผลข้างเคียงจากยาหรือสารเคมี
ผู้ป่วยมักจะมีอาการเรียกชื่อสีหรือ เห็นสีผิดไปจากเดิม โดยมากพบความผิดปกติของการมองสีน้ำเงินเหลืองมากกว่าแดงเขียว ความผิดปกติของตาทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน อาจเป็นตาเดียวหรือทั้ง 2 ตา มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหรือลดลงได้ รวมทั้งมีความผิดปกติของสายตาด้านอื่นๆ เช่น การมองเห็นและลานสายตาลดลงได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค

กล่าวโดยสรุป เป็นเพราะพันธุกรรม ตาบอดสีจึงพบในเพศหญิงน้อยกว่าเพศชายประมาณ 16 เท่า คือ ประมาณ 0.4% ของประชากร ขณะที่ตาบอดสีทั้งหมด จะพบ 10% ของประชากรและเป็นการมองเห็นสีเขียวบกพร่องเสียประมาณ 5% ของประชากร ตาบอดสีอีกกลุ่มหนึ่ง คือ ตาบอดสีที่เป็นภายหลัง มักเกิดจากโรคทางจอประสาทตาหรือโรคของเส้นประสาทตาอักเสบ มักจะเสียสีแดงมากกว่าสีอื่น และอาจเสียเพียงเล็กน้อย คือดูสีที่ควรจะเป็นนั้นดูมืดกว่าปกติ หรืออาจจะแยกสีนั้นไม่ได้เลยก็ได้
การ ที่พบโรคนี้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักเป็นกับแบบ แดง-เขียวแทบทั้งหมด เนื่องจากว่ายีนที่ควบคุมการสร้างรงควัตถุรับสีชนิดสีแดง และสีเขียวนั้น (red-pigment gene, green-pigment gene) อยู่บนโครโมโซม X เมื่อยีนนี้ขาดตกบกพร่องไปในคนใดคนหนึ่ง ก็จะทำให้คนนั้นสามารถรับรู้สีเหล่านั้นได้ลดลงกว่าคนปกติ แน่นอนว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นน้อยกว่า เนื่องจากในผู้หญิงมีโครโมโซม X ถึงสองตัว ถ้าเพียงแต่ X ตัวใดตัวหนึ่งมียีนเหล่านี้อยู่ ก็สามารถรับรู้สีได้แล้ว ในขณะที่ผู้ชายมีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว อีกตัวเป็น Y ซึ่งไม่ได้มียีนนี้ด้วย ก็จะแสดงอาการได้เมื่อ X ตัวเดียวเท่าที่มีอยู่นั้นบกพร่องไป



ตรวจ และวินิจฉัย
โดย จักษุแพทย์จะซักประวัติ อาการผู้ป่วยร่วมกับการตรวจการรับรู้ของสี และตรวจตา เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษา การทดสอบตาบอดสีมีหลายวิธี วิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดเห็นจะเป็นวิธีของ Prof. Dr. Shinobu Ishihara จาก Tokyo คือ แบบทดสอบที่มีวงกลมวงใหญ่และมีจุดสีเล็กๆ ข้างในจะซ่อนตัวเลขและเส้นเอาไว้ มีทั้งหมด 24 รูป และให้ผู้ทดสอบอ่าน โดยตรวจการมองเห็นทีละข้างเพราะอาการตาบอดสีอาจจะมีความผิดปกติเฉพาะตาข้าง ใดข้างหนึ่งอาจจะไม่ได้บอดสีทั้งสองข้าง ซึ่งพบได้ในพวกที่เป็น โรคเกี่ยวกับเส้นประสาทตา และเกิดขึ้นภายหลังมิใช่พันธุกรรม หากสามารถอ่านและลากเส้นได้ถูกต้องทั้งหมด ถือว่าตาปกติ นอกจากนี้อาจใช้เครื่องมือช่วยการตรวจหลายอย่าง เช่น ให้ทดสอบเรียงเม็ดสีตามแบบที่กำหนดไว้
โรคตาบอดสีอาจหายได้พบได้ในพวกที่ เป็นโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทตา และเกิดขึ้นภายหลังมิใช่พันธุกรรมแต่ถ้าหากเกิดขึ้นจากพันธุกรรมยังไม่มีทาง รักษา ดังนั้นเมื่อเกิดอาการมองเห็นสีผิดปกติไปให้รีบมารับการตรวจรักษา อาจป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติถาวรได้

ข้อควรจำ
ใน ผู้ป่วยที่มีภาวะตาบอดสีแต่กำเนิด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำถึงโอกาสการถ่ายทอดทางพันธุกรรมและโอกาสหลีก เลี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะตาบอดสีในหมู่ญาติ ส่วนผู้ที่มีภาวะตาบอดสีภายหลัง ควรรับการตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุ เพื่อแพทย์จะได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ตาบอดสีกับชีวิตประจำวัน
ปัจจุบัน ผู้ที่เป็นโรคตาบอดสีอนุโลมให้ขับรถได้แต่ ต้องผ่านการทดสอบความสามารถในการบอกสีของสัญญาณ ไฟจราจรได้ถูกต้อง เพราะผู้เป็นโรคตาบอดสีจะทราบว่าตนเองบอดสีอะไร หรือต้องสามารถแยกได้ว่าตำแหน่งใดเป็นสัญญาณไฟสีแดง สีเหลือง หรือสีเขียว หากแยกสีเหล่านี้ได้ถูกต้องก็สามารถปฏิบัติตามกฎจราจรได้ หากผู้ป่วยเป็นมากโดยบอดสีเหล่านี้ทั้งหมด และไม่สามารถแยกสีได้ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถเพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้
ปัจจุบันนี้ยังมี ความเข้าใจผิดในเรื่องตาบอดสี ทำให้คนตาบอดสีถูกห้ามไม่ให้ขับรถ หรือทำงานในบางหน่วยงานหรือเรียนหนังสือ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนที่ตาบอดสีเพียงแต่เห็นสีผิดไปจากสีที่เป็นจริงไม่ใช่มองไม่เห็นสีเลย เราพบว่าคนที่ตาบอดสีส่วนใหญ่เรียกสีถูก บอกความแตกต่างของไฟจราจรได้ และก็ทำงานส่วนใหญ่ได้เหมือนคนปกติ เว้นเสียแต่จะมีสีในบางแถบสีที่ทำให้เขาสับสน ในแบบทดสอบจะมีการออกแบบสีในช่วงของแถบสีที่ทำให้คนตาบอดสีดูสับสน ซึ่งโดยโดยปกติในชีวิตประจำวันคนตาบอดสีจะพบสีดังกล่าวน้อยมาก  ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา ก็เคยมีปัญหาในลักษณะดังกล่าว ซึ่งหลังจากมีการรณรงค์โดยจักษุแพทย์กลุ่มหนึ่ง มหาวิทยาลัยต่างๆ จึงยอมรับเด็กเหล่านี้เข้าเรียนได้
อย่างไรก็ตาม มีอาชีพที่คนตาบอดสีไม่ควรทำได้แก่ อาชีพที่ต้องใช้ความสามารถในการแยกแยะสีเป็นสำคัญ เช่น นักเคมีที่ต้องทำงานกับสี, จิตรกร, พนักงานตรวจคุณภาพสินค้า (QC), ฯลฯ นอกจากนี้อาชีพที่ไม่ควรรับคนตาบอดสีทำงานก็คือ อาชีพที่ต้องมีการใช้สีเป็นตัวแสดงถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น ในอุปกรณ์อิเลคโทรนิค, นักบิน, นักเดินเรือ เป็นต้น
นอกจากนี้พบว่า ตาบอดสีไม่ใช่จะมีแต่ข้อเสียเท่านั้น เราพบว่าคนตาบอดสีสับสนในเรื่องของสี แต่มีความสามารถในการแยกสีเฉดเดียวกันที่มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยได้ ดีกว่าคนปกติ เช่น คนตาบอดสีเขียวจะแยกสีที่คล้ายกัน เช่น เขียวอ่อน เขียวอมเหลืองได้ดี  ในบางประเทศ เช่น อิสราเอล มีการรับคนที่ตาบอดสีเข้าประจำในกองทัพบก เพราะคนเหล่านี้จะมองเห็นรถถังที่ทาสีพรางตัวอยู่ในภูมิประเทศได้ดีกว่าคน ธรรมดา

 http://www.i-medipro.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=122653&Ntype=3

ที่มา : http://www.i-medipro.com/images/1114691354/color.jpg

ที่มาของบทความ : http://www.i-medipro.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=122653&Ntype=3

Link : http://www.tubtimsiam04.com?showpage=view_article&a=1&a_id=27


เข้าชม : 8501
นำเสนอโดย : ครูมนตรี อกอุ่น
มัธยมทับทิมสยาม ๐๔ ในพระอุปถัมภ์
สพท.สุรินทร์ เขต ๓
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ ศิลปะ ดนตรีและนาฎศิลป์ ล่าสุด
รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการสอน วิชา ศ 14101 เรื่อง การปฏิบัติขลุ่ยเพียงออเบื้องต้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลตรัง จังหวัดตรัง
โดย : [เข้าชม : 11381 ]
การพัฒนาความรู้และทักษะพื้นฐานทางศิลปะงานปั้น ฐานการเรียนที่ ๗ ตัวอย่างขั้นตอนการปั้น (การปั้นตุ๊กตาดิน ๒)
โดย : [เข้าชม : 27149 ]
Kitaro ดนตรี ท้องฟ้า สายลม แสงแดด
โดย : [เข้าชม : 9340 ]
YANNI จิตแพทย์เพลงฝัน
โดย : [เข้าชม : 10008 ]
ดนตรีบลูส์ (Blues)
โดย : [เข้าชม : 8781 ]
ส่วนที่ขาดหายไป
โดย : [เข้าชม : 7388 ]
การสร้างแสตมป์ด้วย GD Library ของ PHP
โดย : [เข้าชม : 10288 ]
ศิลปะสร้างสรรค์พัฒนาการคิด สู่จินตนาการ
โดย : [เข้าชม : 17005 ]
เรียนดนตรีอย่างไร,,ได้ตามมาตรฐานการเรียนรู้,,สู่การพัฒนาทักษะการคิด
โดย : [เข้าชม : 10965 ]
ฟุตบอลโลก..กับความงามทางศิลปะ
โดย : [เข้าชม : 9364 ]
 10 บทความ Text Random
ประเทศชาติจะก้าวไกล รัฐบาลต้องทำให้คนไทยพูดภาษาอังกฤษได้
ทายนิสัยจากอาหาร....จานเส้น ( ตอนที่ 2 )
ชาเขียวบำรุงสุขภาพดวงตา
ลาโง่...ไม่ลา..สิโง่
โอ้กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร กับภัยน้ำท่วม
29 กรกฎา...รู้ที่มาวันภาษาไทยกันเถอะ
รักชาติไทย รักษ์ภาษาไทยให้ดี
พี่น้องแห่งความหวาน
อาหารดีมีประโยชน์
ทายนิสัยจากอาหาร.....จานเส้น ( ตอนที่ 3 )
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |