[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : คณิตศาสตร์
ปฏิรูปการผลิตและพัฒนาครู สู่ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2
อาทิตย์ ที่ 11 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2552

ระบบการศึกษาไทยในรูปแบบเดิมๆ ทำท่าว่าจะไปไม่รอด เพราะไปเน้นการผลิตคนเพื่อสอบ และเพื่อรับใช้ระบบทุนนิยมเป็นหลัก ทุกวันนี้อุปสงค์ (Demand) ของการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต้องการ "ปริญญา" เพิ่มมากขึ้น แต่ขาดโฟกัสและขาดการคิดอย่างลึกซึ้ง นำมาสู่การสูญเ   

ปฏิรูปการผลิตและพัฒนาครู สู่ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2

โดย ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล และณัฐวุฒิ สุวรรณทิพย์


 
ระบบการศึกษาไทยในรูปแบบเดิมๆ ทำท่าว่าจะไปไม่รอด เพราะไปเน้นการผลิตคนเพื่อสอบ และเพื่อรับใช้ระบบทุนนิยมเป็นหลัก ทุก

ผู้เขียนประทับใจ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาการศึกษาไทยว่า "ปัญหาการศึกษาทุกวันนี้หนักกว่าเมื่อ 30 ปีก่อน เมื่อครั้งปฏิรูปการศึกษาปี 2517 หลายเท่า ไม่ใช่เพราะครูไทยแย่ลงอย่างมาก หรือเด็กไทยฉลาดน้อยลงอย่างกะทันหัน แต่เพราะเหตุผล 2 ประการ คือ หนึ่ง...โลกเปลี่ยน และสอง...ระบบการศึกษาไทยไม่เปลี่ยน"

ในด้านหนึ่ง เราจะเห็นเด็กไทยที่เรียนชั้นมัธยมแล้วแต่ยังอ่านหนังสือไม่แตก ขณะที่เด็กไทยอีกกลุ่มไปคว้ารางวัลโอลิมปิกทางด้านวิชาการแทบทุกปี ดังนั้นระบบการศึกษาไทยขณะนี้จึงต้องเรียกว่า "เก่งเป็นกระจุก แต่โง่กระจาย" ทั้งๆ ที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาสร้างสารสนเทศขึ้นมหาศาล แต่องค์ความรู้เกิดขึ้นน้อยมาก ทำให้ระบบการศึกษาขาดประสิทธิภาพโดยเฉพาะปัญหาการผลิตครูที่นอกจากจะ "เกิน" ในเชิงปริมาณแล้ว ยัง "ขาด" ในเชิงคุณภาพอีกด้วย เห็นได้ชัดจากการเน้นทฤษฎีมากกว่าปฏิบัติ ไม่เชื่อมโยงกับสภาพจริงในโรงเรียน ใช้วิธีการสอนแบบธรรมดา และขาดการเตรียมความพร้อมให้ครูไปทำงานในชนบทสภาพของการบริหารแบบควบคุมและสั่งการจะค่อยๆ สร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมา เป็นวัฒนธรรมทำตามสั่ง คนที่อยู่ในองค์กรแบบนี้จะหมดจินตนาการ หมดแรงบันดาลใจ เป็นแค่รอนายสั่ง เราจะเห็นสภาพนี้ในวงการราชการทั่วไป กระบวนทรรศน์ลักษณะดังกล่าวยังติดเป็นบุคลิกภาพของครูไปสู่ลูกศิษย์ ทำให้การเรียนรู้ของเด็กไม่เป็นไปตามธรรมชาติครูโดยทั่วไปเป็น "ครูเพื่อครู" ซึ่งถูกสอนมาในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ มุ่งเน้นการสอน ให้งานตรวจการบ้าน ออกข้อสอบ และประเมินตัดสินเด็กจากคะแนนสอบเป็นหลัก โดยคิดว่าตนทำหน้าที่ได้ครบถ้วนแล้ว แต่ขาดการเป็น "ครูเพื่อศิษย์" ในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน และขาดการสร้างความสัมพันธ์อันดี ความรัก ความเมตตากับเด็กในร่วมกันเรียนรู้นอกจากครูของเราจะผ่านกระบวนการผลิตที่ล้าสมัย ขาดกลไกการตรวจสอบทางวิชาชีพที่ดีแล้ว ปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่งคือภาวะ "หมดไฟ" และ "ขึ้นสนิม" ของครู แม้กระทั่งครูที่มี "ไฟ" ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องยนต์ที่ติดอยู่ก็ยังพัฒนาตนเองได้ยาก อันเนื่องมาจากระบบการศึกษาของประเทศและการขาดกลไกสนับสนุนที่จะช่วยให้ครูมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอส่วนนักศึกษาที่เข้ามาเรียนครูซึ่งกำลังจะเป็น "ครูรุ่นใหม่" หรือ "ครูเพื่อศิษย์" นั้นส่วนใหญ่ยังคงเลือกคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เป็นอันดับท้ายๆ มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้อยากมาเป็นครู แต่เรียนเพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่าคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั้งหมดที่มีไม่สามารถสร้างผลผลิตที่เป็น "พี่เลี้ยงทางความคิด" หรือ "ครูเก่งๆ" ได้มากพอ เนื่องจากปัญหาหลักสูตรการผลิตครูที่ยังไม่ลงตัว ปัญหาคุณภาพของอาจารย์ผู้เป็น "ครูของครู" และรวมถึงปัญหาขาดแคลน "ครูของครู" แนวทางแก้ปัญหาที่น่าสนใจก็คือ การเพิ่มระบบการเปิดโอกาสให้คนที่ถึง "จุดอิ่มตัวในวิชาชีพ" แล้วอยากเป็นครูเพื่อช่วยเหลือสังคม ได้เข้ามาในภาคการศึกษา เราจะได้ครูที่ดีมีหัวใจการผลิตครูในอนาคตต้องดูความต้องการครูที่แท้จริงประกอบด้วยว่า โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม ต้องการครูในสาขาใด ไม่ใช่

มหาวิทยาลัยมีครูอาจารย์ในสาขาใดก็เปิดสอนในสาขานั้นโดยไม่คำนึงถึงสภาพความต้องการที่แท้จริง ทำให้มีบัณฑิตครูบางสาขามากเกินไปและตกงานคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ต้องปรับกระบวนทรรศน์ของตนเองเสียใหม่ และให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเรียนรู้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ปากพูดเรื่องการปฏิรูปแต่ยังทำการเรียนการสอนแบบเก่า แล้วครูที่ผลิตออกไปจะไปปฏิรูปการเรียนรู้ได้อย่างไร ต้องมีการตั้งคำถามกันใหม่ว่า ทุกวันนี้เราบรรจุอะไรลงไปในหลักสูตรที่นักศึกษาครูต้องเรียนบ้าง หลักสูตรนั้นได้สร้างให้นักศึกษาครูมีทักษะการคิดวิเคราะห์และมีภูมิคุ้มกันเพื่อพร้อมเผชิญโลกปัจจุบันและอนาคตมากน้อยแค่ไหน หรือว่าเพียงแค่แตกต่างกันทางความคิดก็หงุดหงิดแล้วผู้เขียนเชื่อว่า ครูดีต้องมองศิษย์เป็นศิษย์ ไม่ใช่มองศิษย์เป็นลูกค้า ความคับแคบของระบบการศึกษาทำให้เกิดมี "ผู้สอน" กับ "ผู้ถูกสอน" มีการกำหนดช่วงเวลาการเรียนการสอนที่ตายตัว ซึ่งตรงข้ามกับการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เด็กไม่ได้โตขึ้นมาในระบบการศึกษา แต่เขาโตขึ้นมาในกระบวนการทางวัฒนธรรม ฉะนั้นกระบวนการเรียนรู้ในสถาบันผลิตครูต้องเป็นแบบอย่างให้แก่นักศึกษาครูได้ เนื่องจาก "Student will teach as they were taught."

ถ้าเป้าหมายการศึกษาไทยต้องการเด็กนักเรียนที่เก่ง ดี มีสุข เราต้องพัฒนาครูของเราให้เก่ง ดี มีสุขเสียก่อน เพราะเด็กจะเป็นอย่างที่ครูเป็น มากกว่าจะเป็นอย่างที่ครูสอนบทเรียนความล้มเหลวของการพัฒนาครูที่ผ่านมาก็คือการบริหารครูแบบใช้อำนาจสั่งการจากส่วนกลาง ใช้สูตรสำเร็จและกฎระเบียบเดียวกันทั่วประเทศ คิดพัฒนาครูโดยการจัดอบรม ถ่ายทอดความรู้ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เคยกล่าวว่าการพัฒนาครูแบบนี้เป็นกระบวนการที่ "พรากครูออกจากศิษย์" และ "ไม่พัฒนาจากฐานความสำเร็จของครูเอง"ปัญหาหลักในการปฏิบัติงานของครูคือ ต้องทำงานหลายหน้าที่มาก ไม่ได้สอนอย่างเดียว เมื่อครูต้องทำงานหลายอย่างทำให้การเรียนการสอนในห้องเรียนไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่มีเวลาที่จะพัฒนาการสอนได้เต็มที่ จึงมีการเสนอให้แยกการทำงานระหว่างครูที่ทำหน้าที่สอน กับครูที่ทำหน้าที่สนับสนุนการสอน เช่น ครูธุรการ ครูพัสดุ ครูพยาบาล ฯลฯยิ่งไปกว่านั้นครูที่ได้รับการยอมรับ ยกย่องก็มีจำนวนไม่มาก และเมื่อได้รับการยกย่องก็ไม่ได้มีการหนุนเสริมให้เกิด "วงเรียนรู้" กับครูคนอื่นๆ ทำให้บ่อยครั้งที่ครูดี ครูเก่งต้องหลุดออกจากระบบเพราะขาดการหนุนเสริมที่ดี ถ้าจะแก้ปัญหานี้ควรมีการวางระบบประเมินครูและผลงานของครูใหม่ เปลี่ยนจากการแสดงหลักฐานว่าครูมีผลงาน เป็นการวัดผลงานครูจากความก้าวหน้าหรือคุณภาพการเรียนรู้ของตัวเด็กแทน เพื่อให้ความก้าวหน้าของครูผูกติดกับความก้าวหน้าของเด็กการอบรมเพื่อพัฒนาครูแบบเดิมๆ มักเผชิญกับปัญหา "มักง่าย" และ "ฉาบฉวย" ที่ทำให้ครูมีความรู้ แต่เพียงผิวเผิน หรือรู้อยู่ในช่วงสั้นๆ โดยไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งการพัฒนาแนวนี้จะไม่ยั่งยืน ในทางกลับกันการพัฒนาครูที่ดีควรดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับวัตรปฏิบัติในห้องเรียนของครู การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก กระบวนการผลิตครู และการเพิ่มพูนวิทยฐานะของครูควรสัมพันธ์กับการเรียนรู้ของเด็ก และแทนที่ข้างบนจะคิดแทนครูเสียทั้งหมด น่าจะถามครูที่สนใจที่จะพัฒนาตัวเองดูบ้าง ว่าอยากพัฒนาเรื่องอะไรบ้าง

จำได้ว่า ศ.นพ.วิจารณ์เคยอธิบายแนวทางการพัฒนาคนไว้ว่า "การพัฒนาบุคลากรต้องเน้นการส่งเสริมให้บุคลากรร่วมกันพัฒนาตนเอง และพัฒนากันเอง ไม่ใช่เข้าไปพัฒนาเขา ไม่มีใครพัฒนาใครได้ การพัฒนาคนเป็นกระบวนการ Internalization หรือเรียนรู้ พัฒนา เติบโต ออกมาจากภายใน ไม่สามารถเอาความรู้จากภายนอกยัดใส่ตัวหรือหัวสมองได้"ทุกวันนี้ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนาครูโดยตรง ปล่อยให้ต่างคนต่างทำ และก็กลายเป็นต่างคนต่างไม่ทำในที่สุด มีการเสนอให้มีการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ในการพัฒนา อบรม วิชาชีพครู เพื่อควบคุมคุณภาพของครู และดูแลคุณภาพการผลิตครูของสถาบันการศึกษาอีกชั้นหนึ่ง รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาความเป็นเลิศทางด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ของแต่ละภูมิภาคและระดับสถาบัน เพื่อประสานความร่วมมือในการผลิตครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงควรมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู ระดมสรรพกำลังในด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นเงินและทรัพยากรอื่นๆ ส่งเสริมยกย่องครูที่ทำดี เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ครูคนอื่นสิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ก็คือ เราจะปฏิรูป "การศึกษา" ได้อย่างไร โดยไม่เข้าใจเรื่อง "การเรียนรู้" เพราะโลกวันนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องการศึกษา แต่พูดถึงการเรียนรู้ต่างหาก เพราะฉะนั้น เราควรเปลี่ยนจากการเอาระบบการศึกษาเป็นตัวตั้ง ไปสู่การเอาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นตัวตั้งแทนหากจะตั้งคำถามว่า "อะไรคือคำตอบของการปฏิรูปการศึกษา" ในคำตอบที่มากมายนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า การปฏิรูปคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน คือคำตอบหนึ่งที่หลายคนคิดตรงกัน และกุญแจที่จะไขไปสู่คุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนก็คือ การผลิตและพัฒนาครู นั่นเอง

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันปฏิรูปการผลิตและพัฒนาครูอย่างจริงจังเสียที??
ที่มาของข้อมูลhttp://www.matichon.co.th/matichon/view_news.phpnewsid=01edu01111052&sectionid=0107&day=2009

-10-11


ที่มาของภาพ http://t1.gstatic.com/images?

q=tbn:ObwJyY3OKouWMM:http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/212300/4part4_5.jpg

 ที่มาของภาพ http://t3.gstatic.com/images?

q=tbn:BUmj0kBam1l8mM:http://www.jitkasem.com/images/1096532381/DSC01870.jpg


ที่มาของภาพ http://t1.gstatic.com/images?

q=tbn:FVOJXVsz4GImXM:http://www.yuwamit.com/images/1102492325/Img_1545.jpg


 

วันนี้อุปสงค์ (Demand) ของการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต้องการ "ปริญญา" เพิ่มมากขึ้น แต่ขาดโฟกัสและขาดการคิดอย่างลึกซึ้ง นำมาสู่การสูญเปล่า ส่วนใหญ่อยากได้เพียงปริญญา จบออกไปตกงาน

เข้าชม : 4688
นำเสนอโดย : ประเทือง วิบูลศักดิ์
โรงเรียน นนทบุรีพิทยาคม
สพม.3 นนทบุรี
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ คณิตศาสตร์ ล่าสุด
บทคัดย่อ เรื่อง ผลการศึกษาและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
โดย : [เข้าชม : 10326 ]
Five Steps for Student Development
โดย : [เข้าชม : 13145 ]
กดเครื่องคิดเลขทำไม ในเมื่อคิดในใจได้เร็วกว่า
โดย : [เข้าชม : 10230 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 11 แบบทดสอบก่อนเรียน2
โดย : [เข้าชม : 10985 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 11 แบบทดสอบก่อนเรียน1
โดย : [เข้าชม : 10235 ]
การแก้โจทย์ปัญหาตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) โดยใช้กระบวนการวิจัย
โดย : [เข้าชม : 12761 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 10 การใช้งาน TextScroe_silver
โดย : [เข้าชม : 10052 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 9 หน้าออกจากโปรแกรม
โดย : [เข้าชม : 10148 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 8 การใช้งานปุ่มสถานะ Hit State
โดย : [เข้าชม : 10054 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 7 ป้ายโรงเรียน
โดย : [เข้าชม : 10130 ]
 10 บทความ Text Random
เส้นทางสู่ความสำเร็จของครู
Backward design by Krunao
หลักการเขียนบทความทางวิชาการ
ปัญหาคอมพิวเตอร์แก้ได้ง่ายนิดเดียว
คลิปวิดีโอทันสมัยแต่อาจไม่เท่าทัน
Handy Drive พาหะนำไวรัสตัวร้าย
เพื่อนแท้หรือเพื่อนเทียมกำลังอยู่ในชีวิตคุณ
สอนเด็กคิดสร้างสรรค์ สรรค์สร้างด้วยครู
นักวิจัยน้อย
ดนตรีกับคณิตศาสตร์ความฉลาดที่ท้าทาย (ตอนที่ 1)
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |